กระดานเสวนานักศึกษาอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์ ชี้แจงแนวทางอะฮฺลิสสุนนะฮ์ฯ
Pages: 1234
Re: ไม่มีซุนนะฮฺให้ทำการลูบหน้าหลังการให้สล่ามครั้งที่ 2 แต่อย่างใด By: Al Fatoni Date: ก.พ. 03, 2009, 05:19 PM
คงเป็นเพราะเหตุผล.... ชาตินิยม

                บังเค้าต้องการให้คนอื่นได้รู้ด้วย ไม่ใช่เพราะชาตินิยมหรอกเดะ จริงไหมครับ ขอบคุณนะที่เตือน เพราะคุยมันจริงๆ เล่นเปิดดิกส์กันใหญ่เลย อิอิ - วัสสลาม
Re: ไม่มีซุนนะฮฺให้ทำการลูบหน้าหลังการให้สล่ามครั้งที่ 2 แต่อย่างใด By: al-firdaus~* Date: ก.พ. 03, 2009, 05:25 PM
เราไปโหลดโปรแกรมแปลมันทั้งประโยคเรย...ชี้ปุ๊บแปลให้ปั๊บ
Re: ไม่มีซุนนะฮฺให้ทำการลูบหน้าหลังการให้สล่ามครั้งที่ 2 แต่อย่างใด By: Al Fatoni Date: ก.พ. 03, 2009, 05:39 PM
เราไปโหลดโปรแกรมแปลมันทั้งประโยคเรย...ชี้ปุ๊บแปลให้ปั๊บ

            เรื่องประโยคก็คิดสดๆ นั่นแหละ ก็มั่วๆ ไป, คิดว่าเขาเข้าใจนะ โปรแกรมแปล เกลียดมากๆ ไม่อยากใช้ เพราะไม่ได้เรื่องสุดยอด ใช้วิธีหลักจำโครงสร้าง แล้วหัดสร้างประโยคจะดีกว่าเยอะ บอกตรงๆ โปรแกรมแปลไม่ได่วยอะไรเลย เพราะท้ายสุดก็ต้องมาปรับเทนส์กันใหม่ เหนื่อย เบื่อ

           ผมจะบอกนัยๆ จากข้างบนว่า พยายามจำหลักทางฟิกฮฺไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เมื่อเราจำและเข้าใจ ต่อให้ปัญหาใดๆ มา เราก็จะรับมือได้ครับ ไม่ต้องไปพึ่ง ... ใดๆ ยิ่ง ... ไม่ได้ ... แล้ว ก็ ... ละครับ แล้วมาเถียงกะเค้าว่า คุณไม่ได้ตามกิตาบุลลอฮฺและสุนนะฮ์ เห้อๆ ตักเตือนกันดีๆ นะครับ และต้องอ่านในสิ่งที่เขานำเสนอด้วย ด้วยใจที่เปิดกว้าง - วัสสลาม
Re: ไม่มีซุนนะฮฺให้ทำการลูบหน้าหลังการให้สล่ามครั้งที่ 2 แต่อย่างใด By: ILHAM Date: ก.พ. 03, 2009, 05:41 PM
^
โยงเข้าเรื่องจนได้
Re: ไม่มีซุนนะฮฺให้ทำการลูบหน้าหลังการให้สล่ามครั้งที่ 2 แต่อย่างใด By: al-toorab Date: ก.พ. 04, 2009, 06:55 AM
 salam

มีเพื่อนใหม่มาแนะนำให้รู้จัก add เพื่อนคนนี้ และเลือกภาษาที่จะให้เค้าช่วย แปล  อาจได้ประโยชน์ ไม่มากก็น้อย  ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด
mtbot@hotmail.com

ลองดูนะ  hehe

วัสสลาม
Re: ไม่มีซุนนะฮฺให้ทำการลูบหน้าหลังการให้สล่ามครั้งที่ 2 แต่อย่างใด By: กูปีเยาะฮฺสะอื้น Date: ก.พ. 10, 2009, 04:02 PM
ตอนเรียนที่ ม.อ.ปัตตานีมีอาจารย์ท่านหนึ่งกล่าวว่า  ทั้งอุซ็อลลีและการลูบหน้านั้นเป็นสิ่งที่อยู่ก่อนละหมาดและหลังจากละหมาดแล้วกล่าวคือการกล่าวอุซ็อลลีนั้นอยู่ก่อนเนียติละหมาดซึ่งเป็นรุก่นแรกของการละหมาดและการลูบหน้านั้นอยู่หลังจากการให้สลามคือรุก่นสุดท้ายของการละหมาด  แล้วจะเอาอะไรกัน
Re: ไม่มีซุนนะฮฺให้ทำการลูบหน้าหลังการให้สล่ามครั้งที่ 2 แต่อย่างใด By: Al Fatoni Date: ก.พ. 11, 2009, 12:37 PM
ตอนเรียนที่ ม.อ.ปัตตานีมีอาจารย์ท่านหนึ่งกล่าวว่า  ทั้งอุซ็อลลีและการลูบหน้านั้นเป็นสิ่งที่อยู่ก่อนละหมาดและหลังจากละหมาดแล้วกล่าวคือการกล่าวอุซ็อลลีนั้นอยู่ก่อนเนียติละหมาดซึ่งเป็นรุก่นแรกของการละหมาดและการลูบหน้านั้นอยู่หลังจากการให้สลามคือรุก่นสุดท้ายของการละหมาด  แล้วจะเอาอะไรกัน

               เมื่อไม่นานมานี้เอง มีเพื่อนคนหนึ่งที่เรียนวิชาอุศูลุลฟิกฮฺด้วยกัน เขาถาม อ.ว่า "เรื่องอุศ็อลลีย์ นั้น มันยังงัยกันแน่ครับ อ., บางคนบอกว่าได้ บางคนบอกว่าไม่ได้" 

               จากนั้น อ.ก็ตอบว่า "สำหรับ อ.แล้ว การอ่านอุศ็อลลีย์นั้น บางครั้งก็วาญิบ บางครั้งก็สุนัต และบางครั้งก็ถึงหะรอม  นศ.ครับ สิ่งที่ อ.กำลังพูดอยู่นี้มันไม่ได้ขัดแย้งกันเลย แต่มันมีหลักการของมัน

               นศ.ครับ โอเค แม้เรื่องอุศ็อลลีย์จะไม่เคยปรากฏมาก่อนในสมัยของท่านร็สูลุลลอฮฺ ศ็อลฯ แต่มันเป็นเพียงเครื่องมือที่จะช่วยให้การละหมาดดำเนินไปได้ง่ายขึ้น,

               อุศ็อลลีย์ เกิดขึ้นครั้งแรกที่อิรัก เพราะผู้คนสมัยนั้น เกิดความยากลำบากในการนียะฮ์ซึ่งเป็นสิ่งที่วาญิบ หาก นศ.ละหมาด นศ.ไม่ได้นียะฮ์ ก็ไม่ศ็อหฺสิครับ

               แต่ นศ.จะทำอย่างไรหละ ในเมื่อการนียะฮ์มันเกิดความยากลำบากที่จะกล่าว เพราะนี่ไง อุละมาอ์เขาจึงคิดวิธีหนึ่งขึ้นมา เพื่อที่จะให้ผู้ละหมาด ซึ่งกำลังจะทำสิ่งที่ใหญ่กว่า สำคัญกว่า จะทำอย่างไรให้เขากล่าวนียะฮ์ได้ง่ายขึ้น ซึ่งก็เป็นที่มาของการให้กล่าวอุศ็อลลีย์ ที่เปรียบเสมือเป็นการวอร์มก่อนเข้าสู่สนามจริงๆ

               (แน่นอนครับ การมีนาฬิกา เป็นสิ่งมุบาหฺ และสมัยนบี ศ็อลฯ ก็ไม่มีนาฬิกาด้วย แต่การละหมาดศุบฺห์เป็นสิ่งที่วาญิบ แต่ นศ.จะละหมาดได้อย่างไรครับ หาก นศ.ไม่ตื่นขึ้นมาก่อน

                ดังนั้น การตื่นนอนแต่เดิมเป็นสิ่งมุบาหฺ แต่เมื่อถึงวาระหนึ่งที่จำเป็น ดังนั้นการตื่นนอนจึงวาญิบตามไปด้วย แต่ทว่า นศ.จะตื่นได้งัยหละ อ.รู้ว่าบางคนตื่นยาก แล้วเราจะอยู่อย่างนั้นตลอดหรือครับ นศ.

                ดังนั้น การมีนาฬิกาที่แต่เดิมเป็นสิ่งมุบาหฺ แต่เพื่อสิ่งที่จำเป็นกว่า นั่นก็คือการตื่นขึ้นละหมาดศุบหฺเพื่อละหมาดศุบหนั่นก็สิ่งสำคัญไปอีกอย่างไม่ต้องสังสัย

                ดังนั้น การมีนาฬิกาปลุกจึงถือว่าวาญิบตามไปด้วย แล้วถ้าจะถามว่า เอาหลักฐานจากไหนหละ หะดีษนบีฯ มีหรอ คุณเอาหลักฐานจากไหนว่าการมีนาฬิกาวาญิบ สมัยนบีมีหรอ นศ.ครับ คนที่ถามเช่นนี้ แสดงว่าเขาเป็นคนที่ไม่รู้อะไรดลยเกี่ยวกับหลักอุศูลุลฟิกฮฺครับ

                 เพราะฉะนั้น นศ.ต้องตั้งใจศึกษานะ แล้ว นศ.จะรู้ว่าทำให้อุละมาอ์เขาถึงมีทัศนะที่แตกต่างกัน และบางหุกุมที่ออกมา แม้นบีไม่เคยฟัตวาอย่างนั้นก็ตาม แต่หาก นศ.เข้าใจวิชานี้  นศ.จะรู้ว่าอุละมาอ์เขาไม่ได้ออกหุกุมเองเลย

                  - สิ่งที่อยู่วงเล็บนี้ ผมสรุปจากความเข้าใจและความจำเมื่อตอนเรียนวิชาอุศูลุลฟิกฮฺ 1 เมื่อตอนอยู่ปี 2 เทอม 1 ครับ สิ่งที่อยู่นอกวงเล็บ ก็เช่นกัน แต่เป็นวิชาอุศูลุลฟิกฮฺ 2 ปี 2 เทอม 2) ... -  วัลลอฮุอะอฺลัม - วัสสลาม
Re: ไม่มีซุนนะฮฺให้ทำการลูบหน้าหลังการให้สล่ามครั้งที่ 2 แต่อย่างใด By: Qortubah Date: ก.พ. 11, 2009, 06:53 PM


ที่บอกว่า ให้เขียนภาษาไทยดีกว่านั้น ไม่ใช่เพราะหลายๆคนไม่ชำนาญภาษาอังกฤษหรอกครับ

แต่เป็นเพราะเหตุผลอื่น..ที่คุณก็รู้ว่ามันคืออะไร หุหุ




คงเป็นเพราะเหตุผล.... ชาตินิยม



โปรดอย่าคิดว่าคนอื่น จะมีอุดมการณ์ หรือได้รับการอบรมปลูกฝังมาเช่นเดียวกับเราไปซะทุกคน!


Re: ไม่มีซุนนะฮฺให้ทำการลูบหน้าหลังการให้สล่ามครั้งที่ 2 แต่อย่างใด By: vrallbrothers Date: ก.พ. 11, 2009, 07:35 PM
^
^
^
คู่รัก หักเหลี่ยม (แต่ไม่)โหด  ;D
Re: ไม่มีซุนนะฮฺให้ทำการลูบหน้าหลังการให้สล่ามครั้งที่ 2 แต่อย่างใด By: ILHAM Date: ก.พ. 11, 2009, 08:09 PM
แล้วไส่
Re: ไม่มีซุนนะฮฺให้ทำการลูบหน้าหลังการให้สล่ามครั้งที่ 2 แต่อย่างใด By: As-Zaleek Date: ก.พ. 11, 2009, 08:32 PM
แล้วไส่

ใจเย็นๆ คุณอิลฮาม  เพราะคุณก็คือส่วนหนึ่งของเว็บนี้
Re: ไม่มีซุนนะฮฺให้ทำการลูบหน้าหลังการให้สล่ามครั้งที่ 2 แต่อย่างใด By: ฮัยฟาอ์ Date: ก.พ. 11, 2009, 10:02 PM
 salam

น้อง ILHAM   กลับมาเตอะ   

หายไปเกิน สองชั่วโมง  บอร์ดเฉาได้นะ ;D


Re: ไม่มีซุนนะฮฺให้ทำการลูบหน้าหลังการให้สล่ามครั้งที่ 2 แต่อย่างใด By: sharifbkd Date: ธ.ค. 12, 2013, 11:03 AM
จะเสี่ยงไปไหม ถ้าหากเรายังฝืนที่จะทำตามหะดีษฎออีฟอยู่ ทั้งๆที่เราก็รู้กันอยู่ ให้เราเลือกดำเนินตามหะดีษเศาะเฮี้ยะ หะซัน จะปลอดภัยกว่าไหมครับ สวรรค์ไม่ใช่ของกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง แต่เป็นของอัลลอฮฺ ตะอัตซุฟไปก็มีแต่เสียกับเสีย ในเมื่อกลุ่มที่เราสังกัดอยู่ หลักฐานอ่อนแอก็ทิ้งเสีย หลักฐานที่สังกัดอื่นเค้ากำลังยึดถืออยู่แข็งแรงกว่าเราก็เอามาใช้ได้ปลอดภัยด้วย เพราะเรายึดถือหลักฐานที่แข็งแรง เราก็ตอบคำถาม ณ ที่อัลลอฮฺได้ ไม่มีกลุ่มใดแพ้ กลุ่มใดชนะ ผู้ชนะ ณ ที่อัลลอฮฺคือบุคคล บุคคลที่ยึดถือหลักฐานที่แข็งแรงมาถือปฏิบัติ แยกผิด แยกถูกได้ ....ผมเป็นผู้ที่ไม่รู้ และอยากจะรูความจริง เพื่อความผาสุขที่นิรันดรในโลกหน้าอาคิเราะห์ นี่คือจุดยืนนของผม
Re: ไม่มีซุนนะฮฺให้ทำการลูบหน้าหลังการให้สล่ามครั้งที่ 2 แต่อย่างใด By: nada-yoru Date: ธ.ค. 12, 2013, 12:15 PM
มนุษย์ย่อมอยู่ในความเสี่ยงกันทั้งนั้นค่ะ...
ไม่ว่าเราจะทำอิบาดะฮฺมากมายแค่ไหน เราก็ไม่อาจวางใจในแผนการของอัลลอฮฺได้อยู่ดีค่ะ...
เพราะไม่รู้ว่าสิ่งที่เราทำไปนั้น พระองค์จะตอบรับหรือไม่...หรือทรงพอใจหรือเปล่า...

...ขอดุอาอฺ ขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺให้พระองค์ทรงประทานให้เราซึ่งความรู้ที่ยังประโยชน์ที่แท้จริงแก่ตัวเรา
และพี่น้องเรา...

เพราะแท้จริง...อัลลอฮฺคือ เจ้าของความรู้ทั้งมวล และคือผู้ที่เราขอความช่วยหลือ...

อยากแนะนำว่า...เวลาที่เราเกิดข้อขัดแย้งกันหรืออ่านกระทู้ที่มีข้อขัดแย้งกันเรื่องศาสนา
ลองเข้าไปเยี่ยมบอร์ด "ตะเซาวุฟ" ดูสิคะ รับรองว่า...อ่านแล้วจรรโลงใจค่ะ...

 loveit:

Re: ไม่มีซุนนะฮฺให้ทำการลูบหน้าหลังการให้สล่ามครั้งที่ 2 แต่อย่างใด By: BasemDeen Date: ธ.ค. 12, 2013, 01:50 PM
จะเสี่ยงไปไหม ถ้าหากเรายังฝืนที่จะทำตามหะดีษฎออีฟอยู่ ทั้งๆที่เราก็รู้กันอยู่ ให้เราเลือกดำเนินตามหะดีษเศาะเฮี้ยะ หะซัน จะปลอดภัยกว่าไหมครับ สวรรค์ไม่ใช่ของกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง แต่เป็นของอัลลอฮฺ ตะอัตซุฟไปก็มีแต่เสียกับเสีย ในเมื่อกลุ่มที่เราสังกัดอยู่ หลักฐานอ่อนแอก็ทิ้งเสีย หลักฐานที่สังกัดอื่นเค้ากำลังยึดถืออยู่แข็งแรงกว่าเราก็เอามาใช้ได้ปลอดภัยด้วย เพราะเรายึดถือหลักฐานที่แข็งแรง เราก็ตอบคำถาม ณ ที่อัลลอฮฺได้ ไม่มีกลุ่มใดแพ้ กลุ่มใดชนะ ผู้ชนะ ณ ที่อัลลอฮฺคือบุคคล บุคคลที่ยึดถือหลักฐานที่แข็งแรงมาถือปฏิบัติ แยกผิด แยกถูกได้ ....ผมเป็นผู้ที่ไม่รู้ และอยากจะรูความจริง เพื่อความผาสุขที่นิรันดรในโลกหน้าอาคิเราะห์ นี่คือจุดยืนนของผม
ตกลงคุณรู้ความจริงหรือยัง