Re: ชี้แจง .. บทวิภาษของ อ.อัชอะรีย์ต่อ อ.ปราโมทย์ By: คะลัคคะลุย Date: ก.พ. 11, 2009, 09:52 AM
อ.ปราโมทย์กล่าวว่า
หรือมิฉะนั้น อ.อัชอะรีย์ก็อาจจะเกิด ดวงตาเห็นธรรม จนพอจะแยกแยะออกว่า ในเรื่องนี้ อะไรคือ ซุนนะฮ์ และอะไรที่ มิใช่ซุนนะฮ์
_____________
;Dเขาพูดเรื่องอนุญาตหรือไม่อนุญาต แต่ อ.ปราโมทย์ ดันมาพูดว่า เป็นซุนนะฮ์หรือไม่เป็นซุนนะฮ์ คือนบีทำหรือไม่ทำ ดูเหมือนว่า อ.ปราโมทย์เขาก็พยายามเลี่ยงฮุกุ่มทางด้านฟิกห์นิติศาสตร์อิสลาม
;Dดังนั้นถ้าหากการแยกแยะว่าอะไรคือซุนนะฮ์และอะไรมีใช่ซุนนะฮ์ ตาม "ดวงตาเห็นธรรม" แบบฉบับ อ.ปราโมทย์ล่ะก็ อุลามาอฺนักปราชญ์อิสลามเกือบทั้งหมดที่อนุญาตให้อ่านอัลกุรอานที่กุบุรได้ คงมีดวงตาที่ไม่เห็นธรรม ตามทัศนะของ อ.ปราโมทย์เป็นแน่แท้กระมั้งเนี่ย
;Dผมว่ารอให้เว็บมาสเตอร์เข้ามวิภาษ อ.ปราโมทย์ ก๊อกสองต่อไปดีกว่า เพราะเห็นช่วงโหว่ของบทความ อ.ปราโมทย์ พรุนเลย

Re: ชี้แจง .. บทวิภาษของ อ.อัชอะรีย์ต่อ อ.ปราโมทย์ By: Al Fatoni Date: ก.พ. 11, 2009, 09:55 AM
จากที่ผมศึกษาและเฝ้าดูพฤติกรรมต่างๆ ของทางวะฮาบีย์ในประเทศไทยนั้น พอที่จะสรุปได้ว่า พวกวะฮาบีย์จะถูกแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ
1.) กลุ่มวะฮาบีย์ที่เป็นกลาง ซึ่งได้แก่ส่วนใหญ่ของภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งกลุ่มนี้จะไม่มีค่อยมีการหุกุมกลุ่มอื่นที่มีทัศนะไม่ตรงกับตน ให้เกียรติและตระหนักถึงความสำคัญของมัฑฮับ จนบางคนก็ยึดและประกาศว่าตนตามมัฑฮับอย่างเปิดเผย แต่จะเน้นการปฏิบัติของตัวท่านอิมามเป็นหลัก เช่นมัฑฮับชาฟิอีย์ เน้นการสมานฉันท์เท่าที่จะเป็นไปได้ และสามารถเข้ากับสังคมอื่นๆ ที่มีแนวคิดต่างกันได้
2.) กลุ่มวะฮาบีย์ที่ไม่เป็นกลาง ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่แถบกลางและภาคใต้ตอนบน ผมเข้าใจว่าสาเหตุสำคัญที่กลุ่มนี้ บางครั้งต้องแสดงปฏิกิริยาที่แข็งกร้าวกับสังคม ก็เนื่องปัจจัยทางสังคมที่ค่อนข้างจะห่างไกลศาสนา และบางครั้งการใช้ไม้แข็งตอบโต้ ก็เป็นสิ่งที่พวกเขาคิดว่าดีและจำเป็นต้องทำ ทั้งนี้เพื่อเป็นการยุติสิ่งที่ไม่ใช่ศาสนาให้ได้เพลาๆ ลง หรือถ้าเป็นไปได้ก็ให้หมดไป แต่ขณะเดียวกันกลุ่มนี้ ก็มักจะไม่ค่อยเป็นมิตรกับสังคมรอบข้าง ไม่มีการประนีประนอม ทั้งๆ ที่สามารถทำได้ กลุ่มนี้ หากเทียบคุณวุฒิทางการศึกษาและความเข้าใจทางศาสนา ก็ค่อนข้างเป็นรองจากกลุ่มแรกอย่างชัดเจน และบางครั้งกลุ่มแรกก็รู้สึกไม่พอใจกับความแข็งกร้าวของกลุ่มสองด้วย
จากกลุ่มแรกและกลุ่มที่สองนั้น การสมานฉันท์ หรือการปรับความเข้าใจระหว่างแนวคิดเดิมที่ปรากฏอยู่สังคมไทยเราจากอดีตถึงปัจจุบันนั้น กับกลุ่มแรกจะเป็นไปได้ง่ายกว่า และสามารถทำให้เกิดเป็นรูปธรรมและเป็นระบบได้ แต่กับกลุ่มที่สองนั้น ความเป็นไปได้ ณ ตอนนี้ค่อนข้างมองไม่เห็นภาพเท่าที่ควร - วัลลอฮุอะอฺลัม - วัสสลาม
Re: ชี้แจง .. บทวิภาษของ อ.อัชอะรีย์ต่อ อ.ปราโมทย์ By: ฮัยฟาอ์ Date: ก.พ. 11, 2009, 10:03 AM
2.) กลุ่มวะฮาบีย์ที่ไม่เป็นกลาง ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่แถบกลางและภาคใต้ตอนบน ผมเข้าใจว่าสาเหตุสำคัญที่กลุ่มนี้ บางครั้งต้องแสดงปฏิกิริยาที่แข็งกร้าวกับสังคม ก็เนื่องปัจจัยทางสังคมที่ค่อนข้างจะห่างไกลศาสนา และบางครั้งการใช้ไม่แข็งตอบโต้ ก็เป็นสิ่งที่พวกเขาคิดดีจำเป็นต้องทำ ทั้งนี้เพื่อให้การยุติสิ่งที่ไม่ศาสนาได้เพลาๆ ลง หรือถ้าเป็นไปได้ก็ให้หมดไป แต่ขณะเดียวกันกลุ่มนี้ ก็มักจะไม่ค่อยเป็นมิตรกับสังคมรอบข้าง ไม่มีการประนีประนอม ทั้งๆ ที่สามารถทำได้ กลุ่มนี้ หากเทียบคุณวุฒิทางการศึกษาและความเข้าใจทางศาสนา ค่อนข้างเป็นรองจากกลุ่มแรกอย่างชัดเจน
บ้านเราเรียก
ด้น
Re: ชี้แจง .. บทวิภาษของ อ.อัชอะรีย์ต่อ อ.ปราโมทย์ By: multi Date: ก.พ. 11, 2009, 10:25 AM
แถวๆ ทางผ่าน ผมทำงาน ก็มีพี่น้องกลุ่มนี้อยู่ แต่ไม่กี่หลังคาเรือน นับหลังคาได้ แต่ไม่รู้ว่าจะเป็น กลุม ด้น หรือไม่ด้น เพราะผม ก็ไม่เคยได้ แวะสักที
Re: ชี้แจง .. บทวิภาษของ อ.อัชอะรีย์ต่อ อ.ปราโมทย์ By: tamjai Date: ก.พ. 11, 2009, 10:59 AM
ลองแวะไปแลตะ ถือเป็นการพบปะญาติพี่น้องมุสลิมด้วยกัน

Re: ชี้แจง .. บทวิภาษของ อ.อัชอะรีย์ต่อ อ.ปราโมทย์ By: vrallbrothers Date: ก.พ. 11, 2009, 11:11 AM
salam
เอกสารตั้ง 55 หน้าแหน่ะ เราความรู้ฮิดเดียวแล้วจะอ่านจบกี่วันครับพี่น้อง?

อ่านเพื่อให้รู้เขารู้เราก็แล้วกัน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของนักวิชาการเขา...
เรา(ก็คือผม)ความรู้น้อย เวลาเดี๋ยวนี้เร็วเหลือเกิน ทำอะมัลให้เยอะ ๆ ดีกว่าครับพี่น้อง (นาซีฮัตตัวเองด้วยครับ)

วัสสลาม
Re: ชี้แจง .. บทวิภาษของ อ.อัชอะรีย์ต่อ อ.ปราโมทย์ By: multi Date: ก.พ. 11, 2009, 11:23 AM
ข้อความโดย: tamjai
ใส่การอ้างถึงคำพูด
ลองแวะไปแลตะ ถือเป็นการพบปะญาติพี่น้องมุสลิมด้วยกัน
------------------------------------------------------------------------
ลองมาแวะด้วยกันดิ

Re: ชี้แจง .. บทวิภาษของ อ.อัชอะรีย์ต่อ อ.ปราโมทย์ By: ILHAM Date: ก.พ. 11, 2009, 11:32 AM
ขอไปแวะด้วยคน เผื่อเขาเลี้ยงน้ำชาฟรี
Re: ชี้แจง .. บทวิภาษของ อ.อัชอะรีย์ต่อ อ.ปราโมทย์ By: Al Fatoni Date: ก.พ. 11, 2009, 12:18 PM
http://www.mureed.com/article/PramoteAchari01.doc
ปล. โพสต์มาเพื่อให้พี่น้องในเว็บนี้เข้าใจในเจตนารมณ์ของ อ.ปราโมทย์
บังหะสันครับ ทำไมผมเข้าเว็บบังไม่ได้ครับ ปรับปรุงใหม่อยู่หรอ เข้ากี่ครั้งก็เข้าไม่ได้ทุกที - วัสสลาม
Re: ชี้แจง .. บทวิภาษของ อ.อัชอะรีย์ต่อ อ.ปราโมทย์ By: sunnah 50 Date: ก.พ. 11, 2009, 01:07 PM
http://www.mureed.com/article/PramoteAchari01.doc
ปล. โพสต์มาเพื่อให้พี่น้องในเว็บนี้เข้าใจในเจตนารมณ์ของ อ.ปราโมทย์
บังหะสันครับ ทำไมผมเข้าเว็บบังไม่ได้ครับ ปรับปรุงใหม่อยู่หรอ เข้ากี่ครั้งก็เข้าไม่ได้ทุกที - วัสสลาม
อัสสลามมุอะลัยกุมน้องบ่าวอัลฟะฏอนี
ไม่ทราบว่าเว็บใหน เพราะอาบังดูแลกระดานบอร์ด ทั้งเว็บมรดกและอัสสุนนะฮ รู้สึกชอบสะโลแกนที่ว่า ถ้าอยู่กับความจริงจะไม่หลง แต่..ความจริงในมุมมองของอิสลาม กับความจริงตามความเห็นนั้นบางทีมันสวนทางกันอยู่ ว่างๆลองศึกษาให้เคลีย อาบังนำบทความของอ.ปราโมทย์มาโพสต์ เพื่อจะบอกว่าท่านไม่ได้มีเจตนาจะโจมตีให้ร้ายใคร แต่รู้สึกว่า คนที่มีนามแฝงว่า "คนบ้าวิชา" ดูๆแล้วไม่ได้บ้าเฉพาะวิชา แต่ตัวเขาน่าจะบ้าด้วย แหม..ทำตัวเป็นนักวิจารณ์ ไม่รู้สึกละอายผู้อ่านบ้างหรือไร คนอ่านเขารู้ทันว่าในพุงของน้องบ่าวคนนี้มีแต่ขี้กับไส้ ส่วนวิชา แค่บ้าเท่านั้นเอง..
Re: ชี้แจง .. บทวิภาษของ อ.อัชอะรีย์ต่อ อ.ปราโมทย์ By: ฮัยฟาอ์ Date: ก.พ. 11, 2009, 01:14 PM
[อัสสลามมุอะลัยกุมน้องบ่าวอัลฟะฏอนี
ไม่ทราบว่าเว็บใหน เพราะอาบังดูแลกระดานบอร์ด ทั้งเว็บมรดกและอัสสุนนะฮ รู้สึกชอบสะโลแกนที่ว่า ถ้าอยู่กับความจริงจะไม่หลง แต่..ความจริงในมุมมองของอิสลาม กับความจริงตามความเห็นนั้นบางทีมันสวนทางกันอยู่ ว่างๆลองศึกษาให้เคลีย อาบังนำบทความของอ.ปราโมทย์มาโพสต์ เพื่อจะบอกว่าท่านไม่ได้มีเจตนาจะโจมตีให้ร้ายใคร แต่รู้สึกว่า คนที่มีนามแฝงว่า "คนบ้าวิชา" ดูๆแล้วไม่ได้บ้าเฉพาะวิชา แต่ตัวเขาน่าจะบ้าด้วย แหม..ทำตัวเป็นนักวิจารณ์ ไม่รู้สึกละอายผู้อ่านบ้างหรือไร คนอ่านเขารู้ทันว่าในพุงของน้องบ่าวคนนี้มีแต่ขี้กับไส้ ส่วนวิชา แค่บ้าเท่านั้นเอง..
ขอบอก นามเดิมของท่านผู้นี้ก็คือ
แหม้งแค๋ง หมายถึง เอาจริงเอาจัง,หมายมั่นปั้นมือ ซึ่งเหมาะสำหรับคนบ้าวิชา อย่าไปล้อเล่นกับชื่อของน้องบ่าวเค้า และที่วิจารณ์มาก็เพื่อมาอุดรูรั่วของทางคุณทั้งเพ
ส่วนในพุงของน้องบ่าวเค้าจะมีขี้กับไส้ มันก็ธรรมดา ว่าแต่จะให้มีแต่ใบมะกรูดเร้อ...
Re: ชี้แจง .. บทวิภาษของ อ.อัชอะรีย์ต่อ อ.ปราโมทย์ By: Al Fatoni Date: ก.พ. 11, 2009, 01:27 PM
http://www.mureed.com/article/PramoteAchari01.doc
ปล. โพสต์มาเพื่อให้พี่น้องในเว็บนี้เข้าใจในเจตนารมณ์ของ อ.ปราโมทย์
บังหะสันครับ ทำไมผมเข้าเว็บบังไม่ได้ครับ ปรับปรุงใหม่อยู่หรอ เข้ากี่ครั้งก็เข้าไม่ได้ทุกที - วัสสลาม
อัสสลามมุอะลัยกุมน้องบ่าวอัลฟะฏอนี
ไม่ทราบว่าเว็บใหน เพราะอาบังดูแลกระดานบอร์ด ทั้งเว็บมรดกและอัสสุนนะฮ รู้สึกชอบสะโลแกนที่ว่า ถ้าอยู่กับความจริงจะไม่หลง แต่..ความจริงในมุมมองของอิสลาม กับความจริงตามความเห็นนั้นบางทีมันสวนทางกันอยู่ ว่างๆลองศึกษาให้เคลีย อาบังนำบทความของอ.ปราโมทย์มาโพสต์ เพื่อจะบอกว่าท่านไม่ได้มีเจตนาจะโจมตีให้ร้ายใคร แต่รู้สึกว่า คนที่มีนามแฝงว่า "คนบ้าวิชา" ดูๆแล้วไม่ได้บ้าเฉพาะวิชา แต่ตัวเขาน่าจะบ้าด้วย แหม..ทำตัวเป็นนักวิจารณ์ ไม่รู้สึกละอายผู้อ่านบ้างหรือไร คนอ่านเขารู้ทันว่าในพุงของน้องบ่าวคนนี้มีแต่ขี้กับไส้ ส่วนวิชา แค่บ้าเท่านั้นเอง..
ยังงัยๆ รักษามารยาทดีงามตามแบบฉบับของท่านร็สูลุลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุอลัยฮิวะสัลลัม ด้วยนะครับ อย่าสักแต่เก่งโพนทะนาว่า "ฉันตามสุนนะฮ์" กรุณากลับดูคำพูดที่ตนใช้ด้วยก็จะเป็นการดีครับ การตักเตือนแบบอิสลาม หยุดอยู่แค่เพียงสาระแห่งการตักเตือนเท่านั้นครับ ไม่ต้องเสริมเติม หรือสารยายด้วยสำนวนโวหารคมคายบาดเนื้อบาดใจกันหรอกครับ ใครพูดอะไรไว้ คนเขาก็เข้าใจดีอะครับ หากจะตักเตือน ก็ตักเตือนด้วยที่สุภาพ มิใช่ยกอายะฮ์ ยกหะดีษมาเป็นกอง จนรวบรวมเป็นหนังสือได้เลย แต่หาสาระจากเจตนารมณ์ของผู้ตักเตือนไม่ได้เลย เพราะท้ายสุดก็ไม่พ้นการพูดกระแนะกระแหนต่อกัน มันน่าเบื่ออะครับ และไม่มีทางจบด้วย บังอะสันเองก็หัดยอมรับทัศนะของคนอื่นบ้างนะครับ เพราะบางเรื่องที่บังยกหลักฐานนู้นหลักฐานนี้มานั้น ในประเด็นเดียวกัน ผมก็ถาม อ.ที่ วอศ.บางท่านก็ยอมรับแต่โดยดี และตอบเป็นกลาง พวกท่านเหล่านั้นเขาแก่ความรู้ และชำชองมากกว่าพวกบังๆ หลายเท่า เขารู้อะไรดีอะไรไม่ดีครับ แม้เขาไม่ได้สนับสนุนในสิ่งที่เราทำ แต่เขาก็รักษาน้ำใจและตอบแบบตรงจุดที่มันขัดจริงๆ มิใช่อย่างใครบางคนที่ตอบไม่ตรงประเด็นเอาเสียเลย ซ้ำยังกล่าวหาคนอื่นว่าไม่ยอมรับสุนนะฮ์ แล้วเมื่อไรเราจะคุยรู้เรื่องหละครับ
สัจธรรมแห่งอิสลาม บทบัญญัติแห่งอิสลามนั้นช่างสูงส่งและเหมาะสมคนทุกทุกสมัยครับ และสามารถยืดหยุ่นในบางประเด็นได้ภายใต้กรอบแห่งอิสลามที่กำหนดโดยอัลลอฮฺ ร็สูลุลอฮฺ ศ็อลฯ และบรรดาอุละมาอ์ ผู้เป็นทายาทของท่าน หากอิสลามมีหลกปฏิบัติเพียงแบบเดียว แน่นอนอิสลามคงจะเหมาะเฉพาะกับผู้คนสมัยท่านร็สูลุลลอฮฺ ศ็อลฯ อย่างเดียวเท่านั้น และอิสลามจะเกิดกับปัญหาต่างๆ มากมายเกี่ยวกับการไม่มีบทบัญญัติมารองรับต่อปัญหาที่เกิดขึ้น (สรุปจากคำพูดของ อ.ที่สอนวิชาอุศูลุลฟิกฮฺ วอศ.) - วัลลอฮุอะอฺลัม - วัสสลาม
Re: ชี้แจง .. บทวิภาษของ อ.อัชอะรีย์ต่อ อ.ปราโมทย์ By: ฮัยฟาอ์ Date: ก.พ. 11, 2009, 01:31 PM
อัลฮัมดุลิลละห์
ที่เว็บนี้ รักษาวาจาสุภาพได้ตลอดมา
แค่นี้ก็เห็นความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง
Re: ชี้แจง .. บทวิภาษของ อ.อัชอะรีย์ต่อ อ.ปราโมทย์ By: sunnah 50 Date: ก.พ. 11, 2009, 02:11 PM
อัสสลามุอะลัยกุมคร้าบ น้องบ่าว อัลฟะฏอนีย์
ขยันกันจริงน้องๆทางนี้ แค่คืนเดียวปาเข้าไปสามหน้ากระดาน น้องบ่าวว่า
พวกท่านเหล่านั้นเขาแก่ความรู้ และชำชองมากกว่าพวกบังๆ หลายเท่า เขารู้อะไรดีอะไรไม่ดีครับ
....
อัลหัมดุลิลละฮ ที่น้องบ่าวได้เรียนกับอาจารย์ที่มีความรู้ชำชองทั้งนั้น น้องบ่าวน่าจะเอาความรู้ของเหล่านั้น มาหักล้างหลักฐานของอ.ปราโมทย์น่าจะดีกว่า ให้บรรดาสหาย มาเที่ยวกล่าวหา เจ้าของบทความ ส่วนอาบังนั้นมีความรู้น้อย อันนี้ไม่เถียง แต่ที่น้องบ่าวอ้างคำพูดของอาจารย์อุศูลุลฟิกฮที่ว่า
หากอิสลามมีหลกปฏิบัติเพียงแบบเดียว แน่นอนอิสลามคงจะเหมาะเฉพาะกับผู้คนสมัยท่านร็สูลุลลอฮฺ ศ็อลฯ อย่างเดียวเท่านั้น และอิสลามจะเกิดกับปัญหาต่างๆ มากมายเกี่ยวกับการไม่มีบทบัญญัติมารองรับต่อปัญหาที่เกิดขึ้น (สรุปจากคำพูดของ อ.ที่สอนวิชาอุศูลุลฟิกฮฺ วอศ.)
.....
การปฏิบัติตามแบบอย่างที่คนในสมัยรซูลุลลอฮ อย่างเดียวสร้างปัญหา ต้องมีบัญญัติมารองรับ ผมว่า ถ้าเป็นคำพูดอาจารย์ของน้องบ่าวจริง บอกอาจารย์ว่า ต้องเรียนใหม่ครับ ไม่แน่อาจารย์น้องบ่าวอาจจะเป็นเพื่อนผมก็ได้ แต่ ผมว่า ไม่น่าจะเป็นคำพูดของอาจารย์ที่เข้าใจสุนนะฮแน่นอน และบัญญัติที่มารองรับ ใครมีสิทธิในการบัญญัติ ช่วยบอกถามอาจารย์หน่อยได้ไหม?
Re: ชี้แจง .. บทวิภาษของ อ.อัชอะรีย์ต่อ อ.ปราโมทย์ By: Qortubah Date: ก.พ. 11, 2009, 02:41 PM
ใจเย็นๆครับพี่น้องทุกท่าน..
ความขัดแย้งทางวิชาการ ไม่ใช่เรื่องแปลก..
เรื่องที่เราคุยกัน ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่..
ใครจะผิด ใครจะถูก ก็อย่าให้ถึงขั้นต้องหมางใจกันเลยนะครับ..
ตราบใดที่ต่างฝ่ายต่างยอมรับ ว่าอีกฝ่ายก็เป็นพี่น้องมุสลิม..
ขอให้ขัดแย้งกันในกรอบวิชาการน่าจะงามกว่า..
วัลลอฮุอะลัม..