Re: มีคำถามมาถามเกี่ยวกับ TV MUSLIM THAILAND By: Fathoni Date: ก.ค. 02, 2011, 12:29 PM

แต่ต้องยอมรับ ครับ
พอดีที่บ้านก็มีช่องนี้อยู่ ช่วงอัล กุรอาน นี้ดีครับได้ฟัง ส่วนช่วงขายยา ซีดี หรืออื่น ๆ อีกมากมายก็ไม่เป็นไรเข้าใจ เขามีรายการ 24 ชม.ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายเป็นธรรมดา
แต่ที่ไม่ค่อยพอใจก็มีช่วงตอบปัญหา สอนศาสนา ที่ชอบกระแนะกระแหน่ผู้อื่น ด่าทัศนะอื่นที่แตกต่าง ตัวเองถูกคนเดียว เปิดมาเจอช่วงนี้ทีไรห่วงเด็ก ๆ คนที่ศึกษาอิสลามใหม่ ๆ คนที่มีความรู้ไม่มาก จริง ๆ 3 จวใต้
ตอนนี้เลยมีโครงการเล็ก ๆ ปลูกฝั่งเด็ก ๆ ซะหน่อย ขออนุญาตเอาความรู้ ข้อมูลในนี้ไปใช้บ้างนะครับ ...
Re: มีคำถามมาถามเกี่ยวกับ TV MUSLIM THAILAND By: al-ciddix Date: ก.ค. 02, 2011, 01:23 PM
ขอแจมด้วยคนคับ เห็นว่าไม่ค่อยมีใครตอบตรงประเด็นผู้ถามนะครับ อย่าหาว่าเสือกนะคับ
ที่ถามว่า...
...ใครพอทราบบ้างครับว่า TV MUSLIM THAILAND นำเสนอแนวทางในรูปแบบไหนครับ เป็นรูปแบบมัสฮับ หรือไม่ใช่อย่างไรเรามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะครับ..
เท่าที่ศึกษาและติดตามมาไม่ใชแนวทางมัสหับหนึ่งมัสหับใดครับแต่แนวทางการนำเสนอเนื้อหาความรู้ส่วนมากจะเป็นแนวทางของวะฮาบีมากกว่า เช่นถ้าด้านฟิกกอฮ์จะใช้ฟิกฮ์แบบปะปนซะมากกว่า และตามคำอธิบายของอุลามะที่ตนยึดตาม บางทีของเป็นฟิกฮ์ของอีม่ามมาลิก บ้างก็ใช้ของอัชชาฟีอี บางทีก็ใช้ฟิกฮ์ของ ฮัมบาลี บ้างของ ดาวูด ซอฮีรีย์ บ้างก็ใช้ของอัชเชาษีย์ แต่พวกเขาก็จะนำแนวทางของอุลามะที่เขาตักลีดที่ตนชอบส่วนมากเป็นพื้นฐานแนะนำหรือชี้แนะความเข้าใจให้ผู้คนรับรู้และจะเป็นแนวทางที่ฝักใฝ่อยู่กับวาฮาบีโดยตรงเช่น ท่าน อัลบานีย์ ท่่านบินบาช ท่านอุษัยมีย์ ท่านมุกบิล ฯลฯซึ่งอุลามะเหล่านี่อยู่บนแนวทางของซุนนะวาฮาบีทั้งนั้น คับ
...อยากรู้จริงๆ คือ Wahabi นี่อะมีที่มาที่ไปอย่างไร แล้วแตกต่างจากมัสฮับไหม หรือปฎิบัติเหมือนกัน....
ยังงัยก็ลองเซิทร์เข้าดูนิยามของวาฮาบีที่เวปนี้ได้ซิคับแล้วจะรู้สิ่งที่ใฝ่หาอยู่...
แต่ที่ผมทราบมานี้คือการตัดสินของปราชญ์แห่งโลกอิสลามที่ได้นำเรื่องอะกีดะฮ์มาเป็นตัวตัดสินว่า กลุ่มใดคือกลุ่มอะฮ์ลิสซุนนะฮ์และกุล่มใดคือกลุ่มบิดอะฮ์
อนึ่ง คำถามนี้ผมถือว่าไม่จำเป็นต้องตอบเพราะได้นำเสนอหลักการในกระทู้ต่าง ๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ยังมีวะฮาบีย์บางคนเร่งเร้าให้ผมตอบ ดังนั้นผมจึงขอตอบด้วยใจเป็นธรรมและปราศจากความอคิต ซึ่งผมจะไม่ตอบแบบเจาะจง แต่จะบ่งถึงคุณลักษณะของผู้ที่อยู่ในแนวทางบิดอะฮ์เบี่ยงเท่านั้น และผมก็หวังอย่างยิ่งว่าพี่น้องบางส่วนจะอยู่ในกลุ่มที่หนึ่ง กล่าวคือ
กลุ่มวะฮาบีย์นั้นแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม :
1. กลุ่มวะฮาบียะฮ์ที่มั๊วะตะดิละฮ์ หมายถึงกลุ่มวะฮาบีย์ที่เป็นกลาง ไม่กล่าวหาฮุกุ่มบิดอะฮ์ต่อกลุ่มอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์อัลอะชาอิเราะฮ์และอัลมะตูรีดียะฮ์แบบเหมารวมว่าเป็นกลุ่มที่บิดอะฮ์เบี่ยงเบน ซึ่งวะฮาบีย์กลุ่มนี้ถือว่าอยู่ในแนวทางของอะฮ์ลิสซุนนะฮ์โดยความหมายรวม โปรดดูกระทู้ ตัวอย่างของจุดยืนนี้ จากกลุ่มที่หนึ่ง
2. กลุ่มวะฮาบียะฮ์ฆุลาฮ์ หมายถึงกลุ่มวะฮาบีย์สุดโต่ง ซึ่งกลุ่มนี้จะทำการฮุกุ่มบิดอะฮ์ต่อทุกแนวทางที่ไม่เหมือนกับตน เช่น ฮุกุ่มแนวทางอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์อัลอะชาอิเราะฮ์และอัลมะตูรียะฮ์และแนวทางอื่น ๆ ที่ต่างจากแนวทางของตนเองว่าเป็นพวกบิดอะฮ์เบี่ยงเบน ซึ่งวะฮาบีย์กลุ่มนี้จะพรรณาคุณลักษณะของอัลเลาะฮ์โดยมีหลักการที่ตัชบีห์(พรรณาคุณลักษณะของอัลเลาะฮ์คล้ายกลับมัคโลค) และมีหลักการตัจญ์ซีม(พรรณาคุณลักษณะของอัลเลาะฮ์โดยเป็นรูปร่าง) แน่นอนพวกเขาที่มีคุณลักษณะเช่นนี้ถือว่าเป็นกลุ่มบิดอะฮ์เบี่ยงเบนไม่ใช่อะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์ โปรดดูกระทู้ ตัวอย่างที่1 , ตัวอย่างที่2 จากกลุ่มที่สองนี้
ดังนั้นแนวทางใดที่ฮุกุ่มตัดสินอะฮ์ลิสซุนนะฮ์อัลอะชาอิเราะฮ์ว่าบิดอะฮ์ ผู้นั้นย่อมอยู่ในแนวทางบิดอะฮ์ , ผู้ใดฮุกุ่มพวกเขากลุ่มหลง ผู้นั้นคือผู้ที่ลุ่มหลง , และผู้ใดที่ฮุกุ่มพวกเขากาเฟร
ผู้นั้นย่อมเป็นกาเฟรกลับไปหาตัวเขา ตามคำฟัตวาของนักปราชญ์ผู้มีคุณธรรมดังต่อไปนี้
ท่านอิมาม อะบุลมุซ็อฟฟัร อัลอิสฟิรอยีนีย์ ร่อฮิมะฮุลลอฮ์ กล่าวว่า "และท่านจะทราบว่า ทุกคนที่ยอมรับด้วยกับหลักการของศาสนานี้ที่เราได้พรรณามันไว้จากหลักศรัทธาของกลุ่มที่ปลอดภัย(คือกลุ่มอะฮ์ลิสซุนนะฮ์อัลอะชาอิเราะฮ์และอัลมะตูรียะฮ์) เขาย่อมอยู่บนสัจธรรมและอยู่บนหนทางที่เที่ยงตรง ดังนั้นผู้ใดที่ฮุกุ่มบิดอะฮ์ต่อเขา(ผู้อยู่แนวทางดังกล่าว) ผู้นั้นย่อมเป็นคนบิดอะฮ์ , และผู้ใดฮุกุ่มเขาว่าลุ่มหลง ผู้นั้นย่อมเป็นคนลุ่มหลง , และผู้ใดฮุกุ่มเขาเป็นกาเฟร ผู้นั้นย่อมเป็นคนกาเฟรด้วย" หนังสืออัตตับซีร ฟิดดีน หน้า 111 ของท่านอิมามอัลอัสฟิรอยีนีย์
ท่าน อิมาม อิบนุ รุชดฺ อัลมาลิกีย์ (ผู้เป็นปู่) (รอฮิมะฮุลลอฮ์) ที่ได้รับฉายานามว่า ชัยค์อัลมัซฮับ (ปรมาจารย์แห่งมัซฮับมาลิกีย์) ฟัตวาว่า "ปราชญ์อัลอะชาอิเราะฮ์เหล่านั้น ที่ท่านได้กล่าวชื่อพวกเขามา เป็นส่วนหนึ่งจากนักปราชญ์ที่เป็นแกนนำของนักปราชญ์แห่งความดีงามและอยู่ในทางนำ และเป็นบรรดาบุคคลที่จำเป็นต้องดำเนินตามพวกเขา เนื่องจากพวกเขาเป็นผู้ยืนหยัดช่วยเหลือหลักชาริอะฮ์(บทบัญญัติแห่งอิสลาม) และทำลายสิ่งคลุมเครือต่าง ๆ ของพวกเบี่ยงเบนและลุ่มหลง พวกเขาได้ทำให้ประเด็นปัญหาต่าง ๆ มีความคลี่คลายและชัดเจน พวกเขายังอธิบายถึงสิ่งที่จำเป็นต้องยอมรับจากบรรดาหลักการศรัทธา ดังนั้น ด้วยการรอบรู้ถึงบรรดาหลักพื้นฐาน(อุซูล)ของศาสนา จึงทำให้พวกเขาเป็นนักปราชญ์ที่แท้จริง เนื่องจากพวกเขารู้ดียิ่งเกี่ยวกับอัลเลาะฮ์ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่วายิบสำหรับพระองค์ สิ่งที่อนุญาติต่อพระองค์ และสิ่งที่(มุสตะฮีล)เป็นไปไม่ได้จากพระองค์ เพราะประเด็นนิติบัญญัติข้อปลีกย่อยจะไม่สามารถรู้ได้นอกจากต้องรู้หลักอุ ศูล(หลักศรัทธา)เสียก่อน เพราะฉะนั้น จึงมีความจำเป็นที่จะต้องรู้ถึงความประเสริฐและยอมรับถึงสถานะความเป็นแกนนำ ของพวกเขา ฉะนั้น พวกเขาย่อมเป็นจุดมุ่งหมายของท่านร่อซูลุลเลาะฮ์ ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ที่ว่า "ความรู้นี้ ได้แบกรับจากทุก ๆ ผู้สืบทอด(ต่อ ๆ กันมา) โดยบรรดาผู้ทรงคุณธรรม ซึ่งพวกเขาจะทำการปฏิเสธจากการบิดเบือนของผู้ที่เลยเถิด , (ปฏิเสธ)การประกาศศาสนาของบรรดาผู้ที่อธรรม และจากการตีความของบรรดาบุคคลโง่เขลา" ดังนั้น จะไม่มีการเชื่อว่าพวกเขา(อัลอะชาอิเราะฮ์)ได้อยู่บนความลุ่มหลงและความโง่เขลา นอกจากผู้ที่เขลาเบาปัญญาหรือผู้ที่อุตริกรรมอีกทั้งเบี่ยงเบนออกจากสัจจะธรรมเท่านั้น และคนหนึ่งจะไม่ประณามอัลอะชาอิเราะฮ์และพาดพิงกล่าวหาไปยังพวกเขาด้วยกับสิ่งที่ไม่พวกเขาไม่ได้ยึดถืออยู่ นอกจาก(คนกล่าวหานั้น)เขาคือคนชั่ว แท้จริงอัลเลาะฮ์ อัซซะวะญัลล่า ทรงตรัสว่า "บรรดาบุคคลที่สร้างความเดือนร้อนแก่บรรดาผู้ศรัทธาชายและบรรดาผู้ศรัทธา หญิง ด้วยกับสิ่งที่พวกเขาไม่ได้พากเพียรไว้ แน่นอน พวกเขาย่อมแบกรับความมุสาและบาปอันชัดแจ้ง" ฟะตาวา อิบนุ รุชด์ เล่ม 2 หน้า 802 ตีพิมพ์ ดารุลฆ่อร่อบิลอิสลามีย์ เบรุต ฮ.ศ. 1407
ท่านชัยคุลิสลาม อิบนุ ฮะญัร อัลฮัยตะมีย์ ตอบฟัตวาความว่า "บรรดาปวงปราชญ์(อัลอะชาอิเราะฮ์)เหล่านั้น มิได้เป็นเฉกเช่นที่ผู้ที่แหวกแนวทาง ออกนอกหลักศาสนา คาดเดา ลุ่มหลง เลยเถิด โง่เขลา และเอนเอียงออกจากสัจธรรมเลย ยิ่งกว่านั้น พวกเขาเป็นนักปราชญ์แห่งศาสนา เป็นนักปราชญ์มุสลิมีนที่ยิ่งใหญ่ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องเจริญรอยตาม เนื่องจากพวกเขาได้ยืนหยัดช่วยเหลือชะรีอะฮ์ (อิสลาม) และแจกแจงบรรดาข้อสงสัยต่าง ๆ และทำการโต้ตอบความคลุมเครือจากพวกที่เบี่ยงเบน และทำการชี้แจงสิ่งที่จำเป็นของหลักความเชื่อ(เอี๊ยะติก๊อต)และหลักการต่าง ๆ ของศาสนา เนื่องจากพวกเขามีความรู้เกี่ยวกับอัลเลาะฮ์ ในสิ่งที่จำเป็นสำหรับพระองค์ สิ่งที่มุสตะฮีล(เป็นไปไม่ได้)ต่อพระองค์ และสิ่งที่อนุญาตในสิทธิของพระองค์ และจะไม่สามารถบรรลุถึงเป้าหมายได้นอกจากรู้จักถึงหลักศรัทธาพื้นฐานเสีย ก่อน และจำเป็นต้องยอมรับถึงความประเสริฐของบรรดานักปราชญ์ที่ถูกกล่าวมาข้างต้น และนักปราชญ์ก่อนหน้าพวกเขาด้วย และพวกเขาก็คือกลุ่มเป้าหมายจากคำกล่าวของท่านร่อซูลุลลอฮ์ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า "ความรู้นี้ ได้แบกรับจากทุก ๆ ผู้สืบทอด(ต่อ ๆ กันมา) โดยบรรดาผู้ทรงคุณธรรม ซึ่งพวกเขาจะทำการปฏิเสธจากการบิดเบือนของผู้ที่เลยเถิด , การประกาศศาสนาของบรรดาผู้ที่อธรรม และจากการตีความของบรรดาบุคคลโง่เขลา" ดังนั้นจะไม่กล่าวหาว่าอัลอะชาอิเราะฮ์ลุ่มหลงนอกจากผู้ที่โฉดเขลาหรือผู้ทำบิดอะฮ์ ที่เบี่ยงเบนจากสัจธรรม ดังนั้น จึงจำเป็นให้คนไม่รู้ได้ประจักษ์ถึงพวกเขา คนชั่วต้องถูกลงโทษ ผู้บิดอะฮ์ที่เบี่ยงเบนจากสัจธรรมที่กระทำมักง่ายด้วยบิดอะฮ์ต้องถูกใช้ให้ เตาบะฮ์" อัลฟะตาวา อัลฮะดีษียะฮ์ อัลกุบรอ หน้า 227 ตีพิมพ์ เอี๊ยะห์อุษตุร๊อษ เบรุต
ท่านชัยค์ อะบุล หะซัน อัลนัดวีย์ ได้กล่าวถึงแนวทางอัลอะชาอิเราะฮ์ ความว่า "ทั่วทุกมุมโลกอิสลาม ต้องน้อมรับให้กับวิชาความรู้และและความสำเร็จของปวงปราชญ์อัลอะชาอิเราะฮ์...และด้วยความประเสริฐของพวกเขาเหล่านั้น ทำให้แกนนำเชิงแนวคิดแห่งโลกอิสลามมีการขับเคลื่อน และสามารถชี้นำกลุ่มมั๊วะตะซิละฮ์ให้กลับไปสู่แนวทางของอะฮ์ลิสซุนนะฮ์" หนังสือ ริญาลุล ฟิกร์วัดดะอฺวะฮ์ ฟีลอิสลาม หน้า 137 ของท่านอะบุลฮะซัน อัลนัดวีย์
ดังนั้น ผมจึงอยากจะสรุปให้พี่น้องทราบว่า วะฮาบีย์ที่ฮุกุ่มอะฮ์ลิสซุนนะฮ์อัลอะชาอิเราะฮ์บิดอะฮ์ ผู้นั้นแหละอยู่ในแนวทางบิดอะฮ์ ตามที่บรรดาปราชญ์ผู้มีคุณธรรมได้ฟัตวาเอาไว้นั่นเอง ส่วนกลุ่มพี่น้องวะฮาบีย์ที่มั๊วะตะดิ้ลเป็นกลาง พวกเขาคืออะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์ถึงหากแม้นว่าบางประเด็นที่ต่างกันแต่เราไม่ฮุกุ่มว่าเป็นแนวทางบิดอะฮ์หรือฮุกุ่มกาเฟรต่อกัน นี่คือเอกลักษ์ของแนวทางอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์ อัลฮัมดุลิลลาฮ์
وَاللهُ سُبْحَانَهُ وَتَعَاليَ أعْلىَ وَأَعْلَمُ
....แล้วทำไม อาจารย์ บรรจง ถึง anti จุฬา..
เพราะพวกเขาเข้าใจว่า ท่านจุฬาไม่เป็นอะลิสซุนนะวัลญามาอะ และเป็นพวกทำบิดอะที่่พวกเขาพูดในทีวี ของพวกเขาที่เขาตัดสินไว้งัยครับ
...แล้วอาจารย์ ซิดดีก อาจารย์มุสตาฟา นี่ เป็น Wahabi ด้วยหรือไม่...
ซิกดิก เป็นเหมือนที่แนวทางที่เขาตักลีดแหละคับ เพราะเขานำเสนอแนวทางของอุลามะที่ตนชอบ
ส่วนอจ.มุสตอฟา ก็คล้ายๆกัน แต่วางตัวเป็นกลางในบางเรื่องครับ.
Re: มีคำถามมาถามเกี่ยวกับ TV MUSLIM THAILAND By: al-ciddix Date: ก.ค. 03, 2011, 01:49 PM
อ้างจาก คุณsharif1
....แล้วที่อาจารย์ๆ ทั้งหลาย เรียนจบจาก ประเทศต้นกำเนิดอิสลามล่ะ หมายความว่ายังไง???
[
quote]ก็ต้องมองที่เขาเหล่านั้นได้รับการสอนและเจตนารมซิคับ เมื่อแหล่งที่เขาเหล่านั้นได้ศึกษานั้นมันมีที่มาที่ไปยังไง
ซาอุ ในอดีตจนถึงปัจจุบันมีหลายเชื้อชาติและหลายศาสนา ดังนั้นสถาบันหรือกระทรวงที่ฝ่ายปกครองหรือมีการจัดระเบียบตามแผนที่วางเอาไว้ และทบวงกรมก็ย่อมตอบสนองนโยบายหลักสูตรที่ทางกระทรวงบรรจุเอาไว้ให้กับบรรดาผู้ที่เป็นนักศึกษา..ดังนั้นผู้ที่จบมาก็ต้องได้รับสิ่งที่ถูกถ่ายทอดมาจากสถาบันนั้น
ประเด็นมันอยู่ที่ว่า ตำราต่างๆหลังจากที่ท่านมุฮำมัดบินอับดุลวาฮาบมีอำนาจร่วมปกครองกับกษัตริย์ซาอูด
นั้นเอามาจากใคร และท่านอับดุลวาฮาบชื่นชอบหรือตักลีดตำราใคร..
ในเมื่อ ที่ผ่านมาตำราก็มาจากท่านผู้นี้ ฉนั้นมันจึงถูกสืบทอดมาจนทุกวันนี้ จึงไม่ผิด ที่บางคนที่ไปศึกษาที่นั้นก็จริงแต่อยู่คนละแนวทางกับเมืองดังกล่าวที่เขาตักลีดกันก็มากมาย(ขึ้นอยู่กับพื้นฐานที่มี)แต่ในขณะบางคนก็ตามแนวทางวะฮาบีชัดเจนแล้วก็นำแนวทางนี่มาเผยแพร่เมืองไทยก็มีเช่นกัน และก็มีผู้ช่วยเหลือ จากหน่วยงานทั้งในและนอกก็มี
ดังนั้นกระบอกเสียงมันเป็นสื่อสำคัญที่จะสะท้อนว่าผู้ที่เผยแพร่นั้นนิยมชมชอบแนวทางใด
อย่าได้คิดว่าซาอุดีเ ป็นแหล่งกำเนิดอิสลามแล้วทุกอย่างคือบทสรุปว่าถูกต้อง..ยังมี.อียิปต์ ปาลิสไตน?ซีเรียฯลฯเหล่านี้ก็คือมี่มาและต่นกำเนิดอิสลามเช่นกัน
ใช่ ท่านนบีเป็นผู้กำเนิดที่นี้ แต่ท่านนบีไม่รู้ว่า ท่านมุฮำมัดบินอับดุลวาฮาบ จะเข้าใจสิ่งที่ท่านนบีเข้าใจหมดหรือไม่และท่านตักลีดตามตำราของผู้ที่ท่านชื่นชอบนั้นจะถูกต้องหรือไม่ เพราะ มันมีทัศนะแตกต่างกันมาก แม้
กรุอ่านและฮาดิสบทเดียวกัน..
ฉนั้น สถานที่ศึกษษไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สำคัญคือผู้ที่รอบรู้ที่ถูกต้องและโลกที่ปราชย์ยอมรับต่างหากที่ไม่ได้กำจัดอยู่แค่บางกลุ่ม
วัลลอฮูอะลัม
[/quote]
Re: มีคำถามมาถามเกี่ยวกับ TV MUSLIM THAILAND By: Al Fatoni Date: ก.ค. 07, 2011, 11:55 AM
...
"จงทำงานศาสนาเพื่อให้อัลเลาะฮ์ยอมรับท่าน แต่อย่าทำงานศาสนาเพื่อให้มนุษย์ยอมรับท่าน"
คำพูดนี้ ทำให้ต้องคิดหนัก ...
กดไลค์ให้ไม่อั้นครับ ทำให้ต้องคิดหนักจริงๆ เพราะชัยฏอนจะพยายามหาทุกวิถีทาง เพื่อให้เราไม่ทำความดี หรือหากทำแล้ว ก็ให้ได้แค่ทำ แต่ไร้ผลบุญและความเมตตาจากอัลลอฮฺ เนื่องจากไปติดที่การตะกับบุร, ริยาอ์, อุจุบ, สุมอะฮ์ เป็นต้น น่ากลัวทั้งนั้นเลยครับ วัลอิยาฑุบิลลาฮิมินฑาลิค