Re: เรื่องที่ฉันอยากเล่า...ตอน...เมื่อฉันทำฮัจย์~* By: มัยซูน Date: ต.ค. 22, 2009, 12:26 PM
ก่อนไปญาติผู้ใหญ่ก็สั่งแล้วสั่งอีกค่ะว่า อย่าคิด อย่านึกอะไรที่มันไม่ดีไม่งาม เพราะมันจะเป็นจริงเหมือนที่เราคิด หรือขอ มีอยู่ครั้งหนึ่งค่ะ ตั้งใจขอมากๆแล้วก็ได้ดั่งใจคิดชนิดที่เหลือเชื่อจริงๆค่ะ
มีอยู่วันหนึ่งหลังจากละหมาดอิชาที่มัสยิดอัลฮารอมเสร็จ ก็เดินกลับที่พักเดินกันมาห้าคน คือสองคู่กับหนึ่งมัยซูนค่ะ คนที่เขามีคู่ก็เดินคุยกันกระหนุงกระหนิงอย่ากระนั้นเลย เราไม่อยากเป็นส่วนเกิน ก็เลยตัดสินใจเดินกลับไปยังมัสยิดอีก ตั้งใจว่าจะไปนั่งบนลานตอวาฟสักพักแล้วค่อยกลับ ตอนเดินไปก็นึกได้ว่าเราไปละหมาดสุนัตที่ใต้รางทองดีกว่า แต่การเข้าไปใต้รางทอง ภายในหินโค้งอิสมาแอล ผู้หญิงคนเดียวเสี่ยงเกินไปไหม เป็นอะไรที่ยากสุดๆ จะว่ายากที่สุดในทริปนี้เลยก็ว่าได้ เล็งมาหลายรอบแล้ว ดูสถานการณ์แล้วใจไม่ถึงพอเพราะคนแน่นมากเบียดเสียดกันสุดๆในบริเวณที่แคบๆ
แต่วันนี้ขอลุยอะไรจะเกิดก็เกิด ว่าแล้วนั่งลงบริเวณบันไดใกล้ๆกับที่กินน้ำซัมซัม จัดการเตรียมตัวเองโดยการมัดสัมภาระที่ถือไป(ถุงรองเท้ากับหนังสือ แว่นตา ผ้าเช็ดหน้า) ไว้กับตัวให้แน่น ชุดละหมาดก็จัดให้เข้าที่เข้าทางให้มากที่สุด เตรียมใจโดยการขอต่ออัลเลาะฮ์(ซบ.)ว่าให้ข้าน้อยผู้นี้ ได้สามารถเข้าไปในบริเวณนั้นให้ได้ หลังจากนั้นก็เดินลงไป ในขณะที่เดินไปได้เจอกับแซะห์ที่พักอยู่โรงแรมเดียวกันพอคุ้นหน้าแต่ไม่รู้จัก เขาก็พาฮุจยาตผู้หญิงที่มีอายุหน่อย มาเข้าใต้รางทองเหมือนกัน
ก็คุยกับเขาและถือโอกาสขอร่วมทีมด้วย ก็เดินเข้าไปกว่าจะเข้าถึงบริเวณภายในได้ก็สุดจะบรรยาย แต่เมื่อได้เข้าไปแล้ว มัยซูนกลับหาคนที่ไปด้วยไม่เจอเลยสักคน เหลือตัวคนเดียวโด่เด่ แต่ก็ไม่เป็นไรเข้ามาภายในแล้ว คราวนี้จะละหมาดได้อย่างไรขนาดที่ยืนยังไม่มีเลยเดี๋ยวโดนคลื่มนุษย์ซัดไปด้านโน้นทีด้านนี้ที
ทันใดนั้นข้างที่มัยซูนยืนมีคนแคระอยู่คนหนึ่งกำลังละหมาด แถมมีบอดี้การ์ดยืนคุ้มกันอีกสามคนโดยจับมือล้อมรอบเอาไว้ คนแคระยืนละหมาดอยู่ตรงกลางอย่างสบายอารมย์ มัยซูนได้ทีก็ขอเขาเข้าไปภายในวงนั้นด้วย เขาก็ยินดี มัยซูนยืนละหมาดคู่กับคนแคระ โดยที่คลื่นมนุษย์รอบข้างไม่สามารถกระทบตัวเราได้เลย ช่างเป็นอะไรที่สุดจะบรรยาย ด้วยอานุภาพของพระองค์ ด้วยความเมตตาของพระองค์ ร้องไห้ออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ หลังจากละหมาดเสร็จก็มีโอกาสได้เข้าไปถึงตัวกะบะฮ์ตรงกระเบื้องแผ่นที่อยู่ตรงกับรางทองพอดี ขอดุอาต่ออัลเลาะอ์(ซบ.) ขอขอขอ และก็ขอ จนหนำใจ จนนึกไม่ออกแล้วว่าจะขออะไรดี
สักพักคลื่นมนุษย์ลูกใหม่ก็พัดเข้ามา เป็นพวกตุรกี ตัวใหญ่อย่างกับยักษ์ คราวนี้ขาออกไม่ต้องเดินออกเอง คลื่นจะซัดออกมาเองโดยไม่ต้องเดิน กว่าจะหลุดออกมาได้ เฮ้อ!!!! แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะกลับออกมาด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนน้ำตาแห่งความปิติยินดี ที่พระองค์ได้ทรงมอบให้แก่ข้าน้อยผู้นี้
หลายปีแล้วภาพแห่งความหลังนั้นยังประทับใจอยู่ในความทรงจำมิลืมเลือน ก็เฝ้าแต่ขอดุอาให้พระองค์ได้ทรงเมตตาข้าน้อยผู้นี้เหมือนกับที่ได้เคยประทานมาเมื่อครั้งกระโน้น
อามีน อามีน อามีน
Re: เรื่องที่ฉันอยากเล่า...ตอน...เมื่อฉันทำฮัจย์~* By: al-firdaus~* Date: ต.ค. 22, 2009, 12:50 PM
ญะซากัลลอฮ์ค็อยรอนทุกท่านนะค๊ะ
ให้พูดหรือฟังอะไรที่ประทับใจเกี่ยวกับความซาบซึ้งต่ออัลลอฮ์...
เอาแระ...น้ำตาคลอเบ้าซะแล้ว บ่อน้ำตาตื้นน่ะ 
เล่าให้ฟังเยอะๆนะคะ ทุกๆคนที่เคยได้สัมผัสกับการไปทำฮัจย์
ให้เราๆได้ประทับใจและซาบซึ้งกันไปด้วย
ขออนุญาตไปซับน้ำตาก่อนนะคะ...ประทับใจแทนมากๆเรย
Re: เรื่องที่ฉันอยากเล่า...ตอน...เมื่อฉันทำฮัจย์~* By: มัยซูน Date: ต.ค. 22, 2009, 01:26 PM
หน้าแตก 1
...
ช่วงอบรม แซะฮ์คงบอกฮุจญาตทุกคนให้เตรียมผ้าคล้องเอียะฮ์หรามมาเลย
แต่พี่ผม เค้าไม่ได้ไปจึงไม่ทราบ คิดว่าไปหาซื้อที่นู้นคงได้
แถมมีคนบอกว่า หาซื้อได้เยอะแยะ ค่อยไปซื้อที่นู้นเอา
ที่ไหนได้ คือ เค้าน่าจะไปบินเป็นเที่ยวสุดท้ายของปีนั้น ประมาณว่าไม่กี่วันก็จะอี๊ดอัฏฮา
แซะฮ์ เลยให้ฮุจญาตคล้องที่สนามบินอัมมาน จอร์แดน เลย
ที่สนามบินมีขายครับ แต่เครื่องลงตี 2 ครับ 
พี่ผมได้แต่มองตาละห้อย ดูผ้าเอียะหรามหน้าตู้กระจก อยู่ข้างนอกร้าน
แซะฮ์ก็ไม่รู้จะทำไง เพราะคงไม่มีใครเอามาเผื่อพี่ผมหรอก
และอัลลอฮก็ดลใจ ให้แซะฮ์หาทางออกได้ โดยการ
ให้พี่ผม คร้องเอี๊ยะหรามด้วย ผ้าขาวม้า หลากสีสัน 
พูดถึงการครองเอียะรอมของผู้ชายที่เคยเจอค่ะ
อยากให้ระมัดระวังกันนิดหนึ่งค่ะ
เพราะเคยเห็นมากับตา
ผู้ชายเดินออกมาจากลานตอวาฟ เหลือแต่กางเกงบอลตัวเดียวค่ะ ยังดีค่ะที่เป็นกางเกงบอล ถ้าเป็น ก ก น. มุสลีมะฮ์คงไม่ได้แค่เตาบัตอย่างเดียว แต่ต้องเป็นตากุ้งยิงอีกต่างหาก
แต่ก็สงสัยต่อค่ะว่า การครองเอียะรอมเขาห้ามนุ่ง กางเกงไว้ด้านในไม่ใช่หรือคะ
หรือว่ากลุ่ม(มัสฮับ,ประเทศ) อื่น เขาไม่ถือปฏิบัติเหมือนเรา
Re: เรื่องที่ฉันอยากเล่า...ตอน...เมื่อฉันทำฮัจย์~* By: nada-yoru Date: ต.ค. 22, 2009, 02:31 PM
salam
ญะซากัลลอฮุคอยรอนทุกท่านที่นำเสนอค่ะ...
อินชาอัลลอฮฺ ในชีวิตนี้ขอแค่ครั้งเดียวให้ได้ไปสัมผัสกับพิธีฮัจย์
กับพี่น้องทั่วโลกก็เพียงพอแล้วค่ะ...อามีนๆ
อยากให้ท่านๆที่มีประสบการณ์ช่วยเล่าให้อ่านกันอีกค่ะ

วัสลามุอะลัยกุมค่ะ
Re: เรื่องที่ฉันอยากเล่า...ตอน...เมื่อฉันทำฮัจย์~* By: JawhaR Date: ต.ค. 22, 2009, 03:35 PM
ขอให้ได้ฮัจย์มับรูรฺ และเดินทางโดยสวัสดิภาพค่ะ อามีนยาร็อบ
อามีน ยาร็อบฯ

Re: เรื่องที่ฉันอยากเล่า...ตอน...เมื่อฉันทำฮัจย์~* By: JawhaR Date: ต.ค. 22, 2009, 03:50 PM
หน้าแตก 1
...
ช่วงอบรม แซะฮ์คงบอกฮุจญาตทุกคนให้เตรียมผ้าคล้องเอียะฮ์หรามมาเลย
แต่พี่ผม เค้าไม่ได้ไปจึงไม่ทราบ คิดว่าไปหาซื้อที่นู้นคงได้
แถมมีคนบอกว่า หาซื้อได้เยอะแยะ ค่อยไปซื้อที่นู้นเอา
ที่ไหนได้ คือ เค้าน่าจะไปบินเป็นเที่ยวสุดท้ายของปีนั้น ประมาณว่าไม่กี่วันก็จะอี๊ดอัฏฮา
แซะฮ์ เลยให้ฮุจญาตคล้องที่สนามบินอัมมาน จอร์แดน เลย
ที่สนามบินมีขายครับ แต่เครื่องลงตี 2 ครับ 
พี่ผมได้แต่มองตาละห้อย ดูผ้าเอียะหรามหน้าตู้กระจก อยู่ข้างนอกร้าน
แซะฮ์ก็ไม่รู้จะทำไง เพราะคงไม่มีใครเอามาเผื่อพี่ผมหรอก
และอัลลอฮก็ดลใจ ให้แซะฮ์หาทางออกได้ โดยการ
ให้พี่ผม คร้องเอี๊ยะหรามด้วย ผ้าขาวม้า หลากสีสัน 
พูดถึงการครองเอียะรอมของผู้ชายที่เคยเจอค่ะ
อยากให้ระมัดระวังกันนิดหนึ่งค่ะ
เพราะเคยเห็นมากับตา ผู้ชายเดินออกมาจากลานตอวาฟ เหลือแต่กางเกงบอลตัวเดียวค่ะ
ยังดีค่ะที่เป็นกางเกงบอล ถ้าเป็น ก ก น. มุสลีมะฮ์คงไม่ได้แค่เตาบัตอย่างเดียว แต่ต้องเป็นตากุ้งยิงอีกต่างหาก
แต่ก็สงสัยต่อค่ะว่า การครองเอียะรอมเขาห้ามนุ่ง กางเกงไว้ด้านในไม่ใช่หรือคะ
หรือว่ากลุ่ม(มัสฮับ,ประเทศ) อื่น เขาไม่ถือปฏิบัติเหมือนเรา
อืมๆ ผมก็รู้มาว่า ผู้ชายห้ามนุ่งผ้าที่มีตะเข็บ
เพราะฉะนั้น เราต้องนุ่งผ้าให้แน่นๆ

ตอนญาติผมไป เขาใส่เข็มขัดคล้ายเข็มขัดมวยแชมป์โลกอะครับ
ใหญ่มากกก

Re: เรื่องที่ฉันอยากเล่า...ตอน...เมื่อฉันทำฮัจย์~* By: nada-yoru Date: พ.ย. 17, 2009, 01:26 PM
salam
ขอดันนะคะ

Re: เรื่องที่ฉันอยากเล่า...ตอน...เมื่อฉันทำฮัจย์~* By: as-satuly Date: พ.ย. 17, 2009, 02:08 PM

Re: เรื่องที่ฉันอยากเล่า...ตอน...เมื่อฉันทำฮัจย์~* By: JawhaR Date: พ.ย. 22, 2009, 10:24 AM
ไม่รู้ว่าตอนนี้ บรรดาฮุจญาด เดินทางไปพักที่มีนารึกันยัง
โทรหา ม่ามี้ตั้ง 2 รอบแร้ว ที่ไม่รับโทสับ

Re: เรื่องที่ฉันอยากเล่า...ตอน...เมื่อฉันทำฮัจย์~* By: Bangmud Date: พ.ย. 22, 2009, 09:42 PM
salam
วันนี้ 22 พ.ย.52 ตรงกับวันที่ 5 ซุลหิจญะฮฺ หุจญาจญ์ยังคงพักอยู่ที่พักในมักกะฮฺ ใครที่ทำหัจญ์แบบอิฟรอด ยังครองเอียะหฺรอม
ใครที่ทำหัจญ์แบบตะมัตตัวะอฺ ยังไม่ได้ครองเอียะหฺรอม จะเริ่มครองเอียะหฺรอมเมื่อเข้าสู่วันเตรียมน้ำ(ตัรฺวียะฮฺ)
คือวันที่ 8 ซุ้ลหิจญะฮฺ(25 พ.ย.)แล้วเดินทางผ่านมินา ผ่านมัสญิดนะมีเราะฮฺ เข้าสู่อะเราะฟะฮฺในวันที่ 9(26 พ.ย.)
ระหว่างวันที่ 8-10(25-27พ.ย.) หุจญาจญ์จะไม่ค่อยสะดวกในการติดต่อกับญาติทางบ้าน โดยเฉพาะวันที่ 9(26 พ.ย.)
นอกจากใครที่ใช้โทรศัพท์มือถือและลงทะเบียนใช้ข้ามประเทศ(Roaming )ซึ่งจะแพง เพราะคิดเงินทั้งต้นทางและปลายทาง
والسلام
Re: เรื่องที่ฉันอยากเล่า...ตอน...เมื่อฉันทำฮัจย์~* By: JawhaR Date: พ.ย. 23, 2009, 08:20 AM
อ๋อ...ญาซากัลลอฮครับแช

Re: เรื่องที่ฉันอยากเล่า...ตอน...เมื่อฉันทำฮัจย์~* By: JawhaR Date: ธ.ค. 01, 2009, 03:29 PM
ป่านนี้ ฮุจญาด คงเหลือแค่ ตอวาฟลา ใช่มั้ยครับ แชมุด

ใกล้กลับบ้านแระ
Re: เรื่องที่ฉันอยากเล่า...ตอน...เมื่อฉันทำฮัจย์~* By: Bangmud Date: ธ.ค. 02, 2009, 01:06 AM
وعليكم السلام
หลังจากพักแรมที่มินาและขว้างเสาหินครบ 3 วันแล้ว ใครที่ยังไม่ได้เฏาะวาฟ อิฟาเฏาฮฺ(เฏาะวาฟของหัจญ์) ก็เข้าไปเฏาะวาฟ
ใครที่เฏาะวาฟแล้ว พักอยู่ที่พักในมักกะฮฺ มีเวลาว่างก็ไปทำอุมเราะฮฺสุนัต ใครที่เดินทางไปที่มะดีนะฮฺมาแล้วก็เตรียมตัวกลับบ้าน
สำหรับคนไทย มีกิจกรรม ไม่รู้เป็นวาญิบหรือสุนัต คือ การช็อปปิ้งของฝาก แซะฮฺบอกให้กระเป๋า เคบิน 1 ใบ
กระเป๋าโหลดไม่เกิน 30 กิโลปรากฏว่า กระเป๋าไปที่มักกะฮฺแล้ว ออกลูกออกหลานขาไปมีไป 2 ใบ ขากลับ 6 ใบ
น้ำหนักเกินโควต้ากันเป็นแถว ส่วนใหญ่สายการบินจะใจดีกับหุจญาจญ์ น้ำหนักเกินมักไม่คิดค่าปรับ
เมื่อได้เวลาเดินทางกลับ ก่อนเดินทางไปขึ้นเครื่องที่ญิดดะฮฺ แซะฮฺจะพาไปเฏาะวาฟอำลา
คนที่เดินทางไปช้า ไปแล้วเข้ามักกะฮฺเลย เสร็จจากหัจญ์ก็ฏาะวาฟเหมือนกัน ลาไปมะดีนะฮฺต่อ โดยทั่วไปจะอยู่มะดีนะฮฺกัน
8 วัน เพื่อให้ได้ละหมาดเป็นญะมาอะฮฺในมัสญิดนะบะวียฺให้ได้ครบ 40 วักตู
ตอนนี้ถ้าจะโทรคุยกันหรือจะสั่งซื้อของฝากอะไรก็เอาเลยครับ แต่อย่าให้พาสาวอาหรับมาฝาก มะฮัรฺแพง
مع السلامة
Re: เรื่องที่ฉันอยากเล่า...ตอน...เมื่อฉันทำฮัจย์~* By: ILHAM Date: ธ.ค. 02, 2009, 08:32 AM
จะแพงแค่ไหน ขอให้ถูกใจ ก็ยอมจ่าย 555
พ่อมีตังค์ให้ยืมก่อนได้ จากนั้นค่อยทำเป็นลืมจ่าย
Re: เรื่องที่ฉันอยากเล่า...ตอน...เมื่อฉันทำฮัจย์~* By: JawhaR Date: ธ.ค. 03, 2009, 02:29 PM
وعليكم السلام
หลังจากพักแรมที่มินาและขว้างเสาหินครบ 3 วันแล้ว ใครที่ยังไม่ได้เฏาะวาฟ อิฟาเฏาฮฺ(เฏาะวาฟของหัจญ์) ก็เข้าไปเฏาะวาฟ
ใครที่เฏาะวาฟแล้ว พักอยู่ที่พักในมักกะฮฺ มีเวลาว่างก็ไปทำอุมเราะฮฺสุนัต ใครที่เดินทางไปที่มะดีนะฮฺมาแล้วก็เตรียมตัวกลับบ้าน
สำหรับคนไทย มีกิจกรรม ไม่รู้เป็นวาญิบหรือสุนัต คือ การช็อปปิ้งของฝาก แซะฮฺบอกให้กระเป๋า เคบิน 1 ใบ
กระเป๋าโหลดไม่เกิน 30 กิโลปรากฏว่า กระเป๋าไปที่มักกะฮฺแล้ว ออกลูกออกหลานขาไปมีไป 2 ใบ ขากลับ 6 ใบ

น้ำหนักเกินโควต้ากันเป็นแถว ส่วนใหญ่สายการบินจะใจดีกับหุจญาจญ์ น้ำหนักเกินมักไม่คิดค่าปรับ
เมื่อได้เวลาเดินทางกลับ ก่อนเดินทางไปขึ้นเครื่องที่ญิดดะฮฺ แซะฮฺจะพาไปเฏาะวาฟอำลา
คนที่เดินทางไปช้า ไปแล้วเข้ามักกะฮฺเลย เสร็จจากหัจญ์ก็ฏาะวาฟเหมือนกัน ลาไปมะดีนะฮฺต่อ โดยทั่วไปจะอยู่มะดีนะฮฺกัน
8 วัน เพื่อให้ได้ละหมาดเป็นญะมาอะฮฺในมัสญิดนะบะวียฺให้ได้ครบ 40 วักตู
ตอนนี้ถ้าจะโทรคุยกันหรือจะสั่งซื้อของฝากอะไรก็เอาเลยครับ แต่อย่าให้พาสาวอาหรับมาฝาก มะฮัรฺแพง
مع السلامة
555+++
แชเล่าตลกจังครับ
เมื่อวานได้โทรหามะ
เห็นว่า ของที่ซื้อต้องฝากส่งคาร์โก้แล้วละ หิ้วไม่ไหว
ก่อนไปก็สัญญากันแล้วว่า จะไม่ซื้อไรเยอะแยะ
สงสัย คงอดใจไม่ไหวแน่ๆ