วันขึ้นปีใหม่ที่ท่านรอคอย อาจจะมาจาก วันแห่งความเจ็บปวดของประชาชาติอิสลาม By: Muftee Date: ธ.ค. 06, 2009, 10:00 PM
1 มกราคม การเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่สากล กับเงื่อนงำที่แอบแฝงในประวัติศาสตร์ระหว่างมุสลิมกับคริสเตียน
ในทุก ๆ ปี พลเมืองโลกทั่วไปจะเฉลิมฉลองวันขึ้นปีใหม่ในวันที่ 1 มกราคมกันอย่างเอิกเกริก ในคืนสุดท้ายของปีซึ่งเรียกกันว่า คืนส่งท้ายปีเก่า จะมีการเตรียมการสำหรับนับถอยหลัง (Countdown) ในช่วงการเปลี่ยนวัน ณ เวลา 0 นาฬิกา (เที่ยงคืน) ซึ่งถือเป็นการขึ้นวันใหม่ตามอย่างสากล ผู้คนที่ร่วมเฉลิมฉลองในวันขึ้นปีใหม่นั้นต่างก็รู้เพียงว่านั่นคือวันที่ 1 ของปีใหม่ที่ควรจะยินดีและต้อนรับด้วยการเฉลิมฉลอง
ทว่าคงไม่มีผู้ใดรับรู้หรือฉุกคิดหรอกว่า ทำไมหนอ พวกฝรั่งตะวันตกจึงกำหนดเอาวันที่ 1 มกราคมของทุกปีเป็นวันเฉลิมฉลองขึ้นปีใหม่ ทั้ง ๆ ที่ผู้นั้นอาจเป็นคนไทยที่ถือเอาช่วงวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ตามธรรมเนียมปฏิบัติ หรือผู้นั้นอาจจะเป็นผู้มีเชื้อสายจีน ซึ่งก็มีวันขึ้นปีใหม่ตามคติจีนและมิใช่วันที่ 1 มกราคมแต่อย่างใด กระนั้นพวกเขาก็ร่วมเฉลิมฉลองในวันที่ 1 มกราคม ตามสากล (หรือตามฝรั่งตะวันตก) ได้อย่างสนิทใจ
ที่น่าเศร้าใจก็คือมีชาวมุสลิมเป็นจำนวนมิใช่น้อยที่เข้าร่วมในการเฉลิมฉลองนั้นด้วย ซึ่งนั่นก็ไม่น่าเศร้าใจเท่ากับการที่ชาวมุสลิมเหล่านั้นขาดภูมิความรู้ทางประวัติศาสตร์แห่งประชาชาติของตน จะด้วยเพราะไม่รู้หรือมิได้ฉุกคิดก็ตามทีจึงได้เผลอไผลเห็นดีเห็นงามจนเอาเป็นเหตุแห่งการเฉลิมฉลองร่วมกับเหล่าชนอื่น ทั้ง ๆ ที่ชาวมุสลิมนั้นมีวันรื่นเริงตามหลักการของศาสนาเป็นของตนเองอยู่แล้ว คือวันอีดอีดิลฟิฏริ และช่วงวันอีดิลอัฎฮา ตลอดจนมีปฏิทินทางจันทรคติในการกำหนดวันเดือนปีและมีศักราชเป็นของเฉพาะตนซึ่งเรียกกันว่า ฮิจเราะฮฺศักราช
จากคำถามที่ว่า ทำไมหนอ พวกฝรั่งมังค่าจึงกำหนดเอาวันที่ 1 มกราคม ของทุกปีเป็นวันขึ้นปีใหม่ อาจกล่าวได้ว่า เรื่องนี้น่าจะมีเงื่อนงำที่แอบแฝง กล่าวคือ หากย้อนเวลากลับไปในอดีต เมื่อปี คศ.1492 ณ ดินแดนอัลอันดะลุส (Andalucia) ในสเปน ได้เกิดเหตุการณ์ครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ของชาวมุสลิม คือ เหตุการณ์สูญเสียที่มั่นสุดท้ายของชาวมุสลิมในอาณาจักรฆอรนาเฏาะฮฺ (Granada) แก่อาณาจักรคริสเตียนสเปนซึ่งถูกรวบรวมให้เป็นหนึ่งภายหลังการอภิเษกสมรสของเฟอร์ดินานด์ หรือ เฟอร์นานโดที่ 5 แห่งแคว้นอรากอน (Aragon) กับพระนางอิซาเบลล่า แห่งแคว้นกิชตาละฮฺ (Castile)
ในช่วงเวลานั้น อาณาจักรฆอรนาเฏาะฮฺ (Granada) มีกษัตริย์นามว่า อบูอับดิลลาฮฺ มุฮำหมัด อัซซ่อฆีร หรือที่ฝรั่งเรียกว่า อบูอับดิล (Abuabdi, Bodillah) เป็นผู้ปกครอง พวกคริสเตียนสเปนได้ยกทัพเข้าปิดล้อมนครฆอรนาเฏาะฮฺตั้งแต่ปี คศ.1491 การปิดล้อมเป็นไปอย่างหนักและต่อเนื่อง จนกระทั่ง อบูอับดิลลาฮฺ ยอมจำนนต่อฝ่าย คริสเตียนสเปนด้วยการยอมทำข้อตกลงกับฝ่ายคริสเตียนในการส่งมอบเมืองเป็นจำนวนถึง 67 ข้อซึ่งนับเป็นสนธิสัญญาที่ยืดยาวที่สุดฉบับหนึ่งในช่วงสิ้นสุดยุคกลางของยุโรป
การลงนามในสนธิสัญญาระหว่างสองฝ่ายเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 ร่อบีอุลเอาวัล ฮ.ศ.897 ตรงกับวันที่ 2 มกราคม คศ.1492 ซึ่งในวันเดียวกันนั้น กษัตริย์เฟอร์ดินานด์ที่ 5 กับพระราชินี อิซาเบลล่าก็ได้เสด็จเข้าสู่พระราชวัง อัลฮัมรออฺ (Alhambra) อันเป็นที่ประทับของกษัตริย์ อบูอับดิลลาฮฺ และมีการนำไม้กางเขนเงินขึ้นสู่ยอดโดมของมัสญิดในพระราชวัง กษัตริย์อบูอับดิลลาฮฺได้จุมพิตพระหัตถ์ของกษัตริย์คริสเตียนแห่งสเปนและดำเนินออกจากพระราชวัง
กษัตริย์อบูอับดิลลาฮฺได้หยุดทอดพระเนตรนครฆอรนาเฏาะฮฺเป็นครั้งสุดท้าย ณ เนินแห่งหนึ่งที่เรียกกันว่า เนินอัลบันดูล และร่ำไห้พร้อมสะอึกสะอื้น พระนางอาอิชะฮฺผู้เป็นพระมารดาจึงตะโกนบอกกับอบูอับดิลลาฮฺว่า เจ้าจงร่ำไห้เยี่ยงอิสตรีต่ออำนาจที่สูญสิ้น เจ้าหาได้รักษามันไว้ได้ไม่เยี่ยงเหล่าบุรุษ ชาวสเปนเรียกขานเนินแห่งนี้ว่า การสะอื้นร่ำไห้ครั้งสุดท้ายของชาวอาหรับ (el ultimo suspiro del Moro)
อาณาจักรฆอรนาเฏาะฮฺ หรือ แกรนาดา ที่มั่นสุดท้ายของชาวมุสลิมในอัลอันดะลุส (สเปน) ก็ปิดฉากลงพร้อมกับชัยชนะของฝ่ายคริสเตียนที่ขับเคี่ยวต่อสู้กับชาวมุสลิมหรือพวกมัวร์มาตลอดระยะเวลาร่วม 800 ปี ความจริงชาวมุสลิมได้สูญเสียฆอรนาเฏาะฮฺมาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมของปีนั้น (1492) แล้ว เพียงแต่การสูญเสียอย่างเป็นทางการนั้นเกิดขึ้นในวันถัดมา คือ วันที่ 2 มกราคม 1492
และการสูญเสียนครฆอรนาเฏาะฮฺในปีดังกล่าวก็หาใช่เป็นโศกนาฏกรรมที่แท้จริงไม่ หากแต่ว่าโศกนาฏกรรมที่แท้จริงได้เริ่มขึ้นหลังจากนั้น เพราะเพียง 7 ปีให้หลัง (คศ.1499) เงื่อนไขอันเป็นข้อตกลงในสนธิสัญญาส่งมอบเมืองนั้นก็ถูกละเมิดอย่างไม่แยแสจากฝ่าย คริสเตียน บรรดามัสญิดถูกสั่งปิด การประกอบพิธีกรรมถูกสั่งห้าม การตั้งศาลพิเศษเพื่อตรวจสอบชาวมุสลิมที่ตกค้างอยู่ในฆอรนาเฏาะฮฺโดยฝ่ายศาสนจักรก็มีขึ้น
มุสลิมถูกบังคับให้เข้ารีตในคริสต์ศาสนา ตำรับตำราทางวิชาการถูกเผาทำลายไม่เว้นแม้แต่พระมหาคัมภีร์อัลกุรอ่าน มีการสั่งห้ามชาวมุสลิมพูดภาษาอาหรับและห้ามอาบน้ำ ดินแดนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นดินแดนอิสลามกลับกลายมาเป็นดินแดนแห่งการปฏิเสธโดยสิ้นเชิงบรรดามัสญิดที่สง่างามด้วยสถาปัตยกรรมอิสลามถูกแปรเปลี่ยนเป็นโบสถ์วิหารในคริสตศาสนาจนหมดสิ้น มุสลิมจำนวนหลายล้านคนจึงจำต้องอพยพละทิ้งถิ่นฐานของตนซึ่งเคยอาศัยและรังสรรค์ความเจริญรุ่งเรืองเอาไว้ตลอดระยะเวลาร่วม 8 ศตวรรษ
สงครามครูเสดในดินแดนตะวันออก (เยรูซาเล็ม ปาเลสไตน์) พวก คริสเตียนอาจจะพ่ายแพ้ต่อชาวมุสลิมนับแต่ชัยชนะของสุลตอน ซ่อลาฮุดดีน อัลอัยยูบีย์หรือสลาดินในการปลดปล่อยแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์ แต่สงครามครูเสดในดินแดนอัลอันดะลุส มุสลิมเป็นฝ่ายปราชัย
อีกทั้งในปีเดียวกันนั้น (1492) คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ผู้ได้รับการอุปถัมภ์จากพระราชินีอิซาเบลล่าของสเปนก็สามารถค้นพบโลกใหม่หรือทวีปอเมริกาได้สำเร็จ ศักราชแห่งการล่าอาณานิคมและความยิ่งใหญ่ของกองเรือ อมาด้าของสเปน และการผงาดขึ้นของมหาอำนาจทางทะเลอย่างโปรตุเกสก็เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับการล่มสลายของการผูกขาดทางการค้าและการควบคุมเส้นทางการค้าทั้งทางบกและทางทะเลของประชาคมมุสลิม
นี่กระมังเป็นสาเหตุที่พวกฝรั่งตะวันตกได้ถือเอาวันที่ 1 มกราคมเป็นวันเฉลิมฉลองชัยชนะในสงครามครูเสดที่มีต่อพวกนอกศาสนาอันหมายถึงชาวมุสลิมโดยรวม ซึ่งช่างเหมาะเจาะกับช่วงเวลาก่อนหน้านั้นราว 1 สัปดาห์ ที่พวกเขาเฉลิมฉลองวันคริสต์มาสในวันที่ 25 ธันวาคมต่อเนื่องจนถึงวันที่ 1 มกราคม
การเฉลิมฉลองของชาวคริสเตียนในช่วงเวลานั้นโดยเฉพาะในปี คศ.1492 จึงเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะที่มีต่อชาวมุสลิมอย่างมิต้องสงสัย ถึงแม้ว่าเมื่อกาลเวลาผ่านล่วงเลยไปผู้คนในสมัยหลังจะหลงลืมไปแล้วว่า เพราะอะไรพวกฝรั่งชาวคริสต์จึงถือเอาวันที่ 1 มกราคมเป็นวันสำคัญของพวกเขาก็ตาม ในช่วงคริสต์มาสอีฟ ทำไมฝรั่งจึงมีธรรมเนียมกินไก่งวง ในทุกปีทำเนียบขาวจะจัดประเพณีการกินไก่งวงเพื่อขอบคุณพระเจ้า มีการปล่อยไก่งวงผู้โชคดีให้เป็นข่าวเกรียวกราวไปทั่วโลก
ชะรอยไก่งวงที่ว่านี้ก็มีสัญลักษณ์แอบแฝงอยู่ พวกฝรั่งเรียกไก่งวงว่า เทอคิ (Turkey) ซึ่งหมายถึง ไก่แขกตุรกีและตุรกีในชั้นหลังก็หมายถึง พวกมุสลิมที่ต่อสู้ขับเคี่ยวกับพวกฝรั่งชาวคริสเตียนในการทำสงครามศาสนา (ครูเสด) การฆ่าไก่งวงเพื่อรับประทานเป็นอาหารในช่วงคริสต์มาสอีฟก็คือสัญลักษณ์ในการพิฆาตพวกเติร์กหรือพวกคนนอกศาสนาที่หมายถึงมุสลิมนั่นเอง
ย้อนกลับไปยังอัลอันดะลุส (Andalucia) อีกครั้ง ในยุคที่ชาวมุสลิมหรือพวกมัวร์ (Moor) ปกครองสเปนและมีการสู้รบกับพวกคริสเตียนทางตอนเหนือนั้น มีการประกาศจากพระสันตะประปาแห่งกรุงโรมให้ชาวคริสเตียนทำสงครามครูเสดกับชาวมุสลิมในสเปนมาโดยตลอด นับตั้งแต่ครั้งกษัตริย์ชารล์ มาร์แตง ของพวกแฟรงก์ (ฝรั่งเศส) ทำศึกกับกองทัพของชาวมุสลิมที่ข้ามเทือกเขาพิเรนีสไปยังตอนใต้ของฝรั่งเศสในสมรภูมิตูร บูวาติเยร์ (Tour-Poitiers) เมื่อปี ฮ.ศ.114 ตรงกับปี คศ.732 เป็นต้นมา
ดังนั้นการสู้รบของพวกคริสเตียนทางตอนเหนือของคาบสมุทรไอบีเรีย (สเปน) กับชาวมุสลิมในอัลอันดะลุส จึงเป็นการทำสงครามครูเสดอย่างไม่ต้องสัย บ่อยครั้งที่พวกคริสเตียนในสเปนได้รับการสนับสนุนจากกองเรือรบของพวกครูเสดซึ่งมีทั้งฝรั่งเศส,อังกฤษ,เยอรมันและอิตาลี (เวนิส-เจนัวร์) ในการศึกเพื่อเข้ายึดครองหัวเมืองชายทะเลในอัลอันดะลุส พวกคริสเตียนในยุโรปมิเคยละความพยายามในการร่วมมือกันทำการศึกกับชาวมุสลิมเลยนับแต่ยุคกลางจวบจนทุกวันนี้
ฉะนั้นชัยชนะของคริสเตียนในสเปนที่สามารถขับไล่ชาวมุสลิมออกจากอัลอันดะลุสได้สำเร็จ จึงเป็นชัยชนะร่วมกันของคริสเตียนทั่วยุโรป เหตุนี้จึงไม่แปลกอันใดในการที่พวกเขาจะเฉลิมฉลองกันอย่างเอิกเกริกในวันที่ 1 มกราคมของทุกปี แต่สำหรับประชาคมมุสลิมแล้ววันที่ 1 มกราคมของทุกปีหาใช่เป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองไม่แต่เป็นวันแห่งโศกนาฏกรรมและความสูญเสียที่ไม่มีวันคืนกลับ เราอาจจะสูญเสียอัลอันดะลุสไปแล้ว แต่ที่สำคัญขออย่าให้มุสลิมได้สูญเสียจิตวิญญาณและความเป็นอัตลักษณ์ของตน เพราะนั่นย่อมหมายถึงความอัปยศและความปราชัยอย่างที่สุดซึ่งจะไปโทษใครมิได้เลยนอกจากตัวเอง
(لاحول ولاقوة إلابا لله )
อะลี อะฮฺหมัด อบูบักร มุฮำหมัด อะมีน อัลอัซฮะรีย์
10 มกราคม 2551
1 มุฮัรรอม 1429
(หมายเหตุ) เทศกาลปามะเขือเทศในสเปนนั้น ท่านทราบหรือไม่ว่าจริง ๆ แล้วก็คือการรำลึกถึงเหตุการณ์
การอพยพของชาวมุสลิมออกจากบรรดาหัวเมืองที่ตกเป็นของฝ่ายคริสเตียนสเปน
เมื่อชาวมุสลิมละทิ้งบ้านเรือนของพวกตนและพากันอพยพออกจากเมือง ในระหว่างทางนั้นต้องเดินผ่านบ้านเรือนและชุมชนของชาวคริสเตียน ซึ่งพวกนั้นก็จะขว้างปาสิ่งของประดามีเข้าใส่กลุ่มชาวมุสลิมไม่เว้นแม้แต่มะเขือเทศที่พวกเขาหยิบฉวยได้จากก้นครัว นี่คือที่มาของเทศกาลปามะเขือเทศในสเปนซึ่งเราเคยพบเห็นจากข่าวต่างประเทศนั่นเอง
Re: วันขึ้นปีใหม่ที่ท่านรอคอย อาจจะมาจาก วันแห่งความเจ็บปวดของประชาชาติอิสลาม By: Muftee Date: ธ.ค. 06, 2009, 10:21 PM
การลงนามในสนธิสัญญาระหว่างสองฝ่ายเสร็จสิ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 ร่อบีอุลเอาวัล ฮ.ศ.897 ตรงกับวันที่ 2 มกราคม คศ.1492 ซึ่งในวันเดียวกันนั้น กษัตริย์เฟอร์ดินานด์ที่ 5 กับพระราชินี อิซาเบลล่าก็ได้เสด็จเข้าสู่พระราชวัง อัลฮัมรออฺ (Alhambra) อันเป็นที่ประทับของกษัตริย์ อบูอับดิลลาฮฺ และมีการนำไม้กางเขนเงินขึ้นสู่ยอดโดมของมัสญิดในพระราชวัง กษัตริย์อบูอับดิลลาฮฺได้จุมพิตพระหัตถ์ของกษัตริย์คริสเตียนแห่งสเปนและดำเนินออกจากพระราชวัง
กษัตริย์อบูอับดิลลาฮฺได้หยุดทอดพระเนตรนครฆอรนาเฏาะฮฺเป็นครั้งสุดท้าย ณ เนินแห่งหนึ่งที่เรียกกันว่า เนินอัลบันดูล และร่ำไห้พร้อมสะอึกสะอื้น พระนางอาอิชะฮฺผู้เป็นพระมารดาจึงตะโกนบอกกับอบูอับดิลลาฮฺว่า เจ้าจงร่ำไห้เยี่ยงอิสตรีต่ออำนาจที่สูญสิ้น เจ้าหาได้รักษามันไว้ได้ไม่เยี่ยงเหล่าบุรุษ ชาวสเปนเรียกขานเนินแห่งนี้ว่า การสะอื้นร่ำไห้ครั้งสุดท้ายของชาวอาหรับ (el ultimo suspiro del Moro)
อ่านมาถึงตอนนี้แล้ว ลองนึกจินตนาการภาพตอนที่ "กษัตริย์อบูอับดิลลาฮฺได้หยุดทอดพระเนตรนครฆอรนาเฏาะฮฺเป็นครั้งสุดท้ายพร้อมทั้งร่ำไห้สะอื้น" ทำสะผมน้ำตาไหลตามไปด้วย
Re: วันขึ้นปีใหม่ที่ท่านรอคอย อาจจะมาจาก วันแห่งความเจ็บปวดของประชาชาติอิสลาม By: nada-yoru Date: ธ.ค. 06, 2009, 10:26 PM
salam
ญะซากัลลอฮุคอยรอนผู้นำเสนอค่ะ
เคยสงสัยมาตลอด(แต่ไม่ได้หาคำตอบ)ว่าทำไมชาวคริสต์ถึงมีการเชือดไก่งวง
ในวันเฉลิมฉลองด้วยน่ะค่ะ...โดยเฉพาะเรื่องเทศกาลปามะเขือเทศในสเปน...
เพิ่งได้รู้ก็วันนี้เองค่ะ...ขอบคุณค่ะ...
ปล.คนญี่ปุ่นที่บอกว่าไม่ได้นับถืออะไรเลย ยังมีการซื้อไก่งวงกัน
ในวันนั้นเลยค่ะ...เพราะว่่าจะมีวางขายทั่วไปในซุปเปอร์ฯ
สงสัยจะไม่รู้ประวัติที่มาที่ไป...ซึ่งอาจจะเป็นการรับเอาวัฒนธรรมเขามา
โดยไม่ทราบภูมิหลังก็เป็นได้ค่ะ(เป็นความคิดเห็นส่วนตัวค่ะ)...
วัสลามค่ะ
Re: วันขึ้นปีใหม่ที่ท่านรอคอย อาจจะมาจาก วันแห่งความเจ็บปวดของประชาชาติอิสลาม By: hiddenmin Date: ธ.ค. 06, 2009, 10:29 PM
คุ้นๆ ว่ามีในเว็บอาจารย์อาลี เสือสมิง
Re: วันขึ้นปีใหม่ที่ท่านรอคอย อาจจะมาจาก วันแห่งความเจ็บปวดของประชาชาติอิสลาม By: Muftee Date: ธ.ค. 06, 2009, 10:35 PM
คุ้นๆ ว่ามีในเว็บอาจารย์อาลี เสือสมิง
ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันครับ ว่ามีในเวปไหนบ้าง เห้นมีคนส่งมาให้อ่าน ก็เลยเอามาโพสต์ให้พวกเราอ่านกัน เพื่อเป็นความรู้สืบไปครับ
Re: วันขึ้นปีใหม่ที่ท่านรอคอย อาจจะมาจาก วันแห่งความเจ็บปวดของประชาชาติอิสลาม By: hiddenmin Date: ธ.ค. 06, 2009, 11:04 PM
อาจารย์อาลี เสื้อสมิง เป็นคนเขียนครับ
http://www.alisuasaming.com/index.php/article/85-arc/448-newyearที่ Muftee โพสนั้นไม่ได้บอกชื่อคนเขียนเอาไว้ แต่ถ้าไปดูในเว็บของอาจารย์แล้ว
(لاحول ولاقوة إلابا لله)
อะลี อะฮฺหมัด อบูบักร มุฮำหมัด อะมีน อัลอัซฮะรีย์
(อาลี เสือสมิง)10 มกราคม 2551
1 มุฮัรรอม 1429
ผมก็ไม่ทราบเจตนาของคนที่แก้ไขนี้ไปหรอก
Re: วันขึ้นปีใหม่ที่ท่านรอคอย อาจจะมาจาก วันแห่งความเจ็บปวดของประชาชาติอิสลาม By: Muftee Date: ธ.ค. 06, 2009, 11:45 PM
อาจารย์อาลี เสื้อสมิง เป็นคนเขียนครับ
http://www.alisuasaming.com/index.php/article/85-arc/448-newyear
ที่ Muftee โพสนั้นไม่ได้บอกชื่อคนเขียนเอาไว้ แต่ถ้าไปดูในเว็บของอาจารย์แล้ว
(لاحول ولاقوة إلابا لله)
อะลี อะฮฺหมัด อบูบักร มุฮำหมัด อะมีน อัลอัซฮะรีย์ (อาลี เสือสมิง)
10 มกราคม 2551
1 มุฮัรรอม 1429
ผมก็ไม่ทราบเจตนาของคนที่แก้ไขนี้ไปหรอก
คนที่ส่งบทความนี้ เค้าไม่ได้ตัดชื่อคนเขียนออกหรอกครับ เพราะถ้าผมคิดไม่ผิด คนเขียนที่ชื่อว่า.....
อะลี อะฮฺหมัด อบูบักร มุฮำหมัด อะมีน อัลอัซฮะรีย์
ซึ่งคนๆ นี้ผมคิดว่า ท่านก็คือ ท่านอาจารย์ อะลีย์ เสือสมิง นั่นเองครับ เพียงแต่ท่านเขียนชื่อตามแนวทาง
ของปราชญ์อาหรับนะครับ

Re: วันขึ้นปีใหม่ที่ท่านรอคอย อาจจะมาจาก วันแห่งความเจ็บปวดของประชาชาติอิสลาม By: Muftee Date: ธ.ค. 06, 2009, 11:54 PM
ใช่หรือไม่ใช่ อย่างไร..... สานุศิษย์ของท่าน อาจารย์ อะลีย์ เสือสมิง ชี้แจงด้วยครับ....
Re: วันขึ้นปีใหม่ที่ท่านรอคอย อาจจะมาจาก วันแห่งความเจ็บปวดของประชาชาติอิสลาม By: hiddenmin Date: ธ.ค. 07, 2009, 01:02 AM
ระหว่าง
อะลี อะฮฺหมัด อบูบักร มุฮำหมัด อะมีน อัลอัซฮะรีย์ (อาลี เสือสมิง)
กับ
อะลี อะฮฺหมัด อบูบักร มุฮำหมัด อะมีน อัลอัซฮะรีย์
พี่น้องคิดว่าอันใหนที่จะทำให้คนทั่วไปๆ รู้ว่าใครเขียน?
Re: วันขึ้นปีใหม่ที่ท่านรอคอย อาจจะมาจาก วันแห่งความเจ็บปวดของประชาชาติอิสลาม By: XoS_Hudoh Date: ธ.ค. 07, 2009, 01:20 AM
ญาซากัลลอฮค่ะ
Re: วันขึ้นปีใหม่ที่ท่านรอคอย อาจจะมาจาก วันแห่งความเจ็บปวดของประชาชาติอิสลาม By: al-firdaus~* Date: ธ.ค. 07, 2009, 01:27 AM
ระหว่าง
อะลี อะฮฺหมัด อบูบักร มุฮำหมัด อะมีน อัลอัซฮะรีย์ (อาลี เสือสมิง)
กับ
อะลี อะฮฺหมัด อบูบักร มุฮำหมัด อะมีน อัลอัซฮะรีย์
พี่น้องคิดว่าอันใหนที่จะทำให้คนทั่วไปๆ รู้ว่าใครเขียน?
คือชื่อเดียวกันไม่น่าจะเป็นปัญหานะคะ
คนที่เขาส่งให้คุณ Muftee เขาคงคุ้นกับการเรียกชื่อตามแนวทางของปราชญ์อาหรับอยู่ก่อนแล้ว
ถ้าไม่ลงชื่อผู้เขียนนี่สิ...น่าติกว่ายิ่งกว่า 
Re: วันขึ้นปีใหม่ที่ท่านรอคอย อาจจะมาจาก วันแห่งความเจ็บปวดของประชาชาติอิสลาม By: wahaba Date: ธ.ค. 07, 2009, 06:54 AM
ประเด็นหลักไม่ใช่อยู่ ที่ใครเขียนครับ แต่อยู่ทีว่ามุสลิมกำลังจะทำวันอันแสนเศร้าให้เป็นวันที่แสนสนุกสนานในอีกไม่กี่วันข้างหน้าอีกแน่นอน

ยิวลงรูแย้เราก็จะตาม
เรียนรู้ประวัติศาสตร์อิสลามแล้วทำให้มีพลัง

Re: วันขึ้นปีใหม่ที่ท่านรอคอย อาจจะมาจาก วันแห่งความเจ็บปวดของประชาชาติอิสลาม By: JawhaR Date: ธ.ค. 07, 2009, 08:55 AM
ญาซากัลลอฮุค็อยรอนมากๆ ครับ
Re: วันขึ้นปีใหม่ที่ท่านรอคอย อาจจะมาจาก วันแห่งความเจ็บปวดของประชาชาติอิสลาม By: Goddut Date: ธ.ค. 07, 2009, 07:17 PM
มันคงไม่ใช่ วันแสนสนุก
แต่เพราะ เป็นวันหยุดยาว มากกว่า
เหมือนกับ วัน พ่อ วัน แม่ ที่ประเทศไทย เรามี
หยุด ยาว 4 - 5 วัน ใครๆ ก็อยากเที่ยว อยากพักบ้าง
อีกอย่าง หากเราไปดู มาเลเซีย ก็จะเห็นเขาหยุด ตรุษจีน ยาวกว่า หยุด ตรุษอิสลาม เสียอีก
ของแบบนี้ มันอยู่ที่ใจว่า จะจัดงาน อะไร เหนียต ตรงไหน
หรือจะให้ วันที่ 31 ธันวาคม กับ 1 มกราคม เป็นวันแห่งความโศกเศร้า
ผมว่า อิสลาม ไม่ควรยึดกับอดีต เป็นการดีที่ เมื่อเริ่ม 1 มกราคม เราน่าที่จะส่งเสริมกิจการมุสลิมเพิ่มขึ้น
เพื่อที่จะได้ไม่ชอกช้ำ และ อดีต ให้เป็นบทเรียนเท่านั้น เสียใจไป ก็ได้แค่ความเจ็บปวด
ทุกอย่างมาจากอัลลอฮฺ บททดสอบ เหล่านี้ บทเรียนเหล่านี้ ไม่ได้มีไว้ให้ร้องไห้
วัสลาม...
Re: วันขึ้นปีใหม่ที่ท่านรอคอย อาจจะมาจาก วันแห่งความเจ็บปวดของประชาชาติอิสลาม By: JawhaR Date: ธ.ค. 29, 2009, 04:05 PM
มีเรื่องรบกวน ถามพี่น้องหน่อยครับ
พัทยาจุดพลุสวยอะครับ
ถ้าออกไปดูพลุ ตรงที่คนเยอะๆ นี่ มันได้ป่ะคับ
เท่ากับ เป็นการเข้าร่วมการเฉลิมฉลองของต่างศาสนิกรึป่าว
ส่วนตัว คิดว่าไม่เหมาะสม
แต่ถ้าแอบชำเลืองดูพลุนี้ คงได้มั่ง
