อามานี ณ ดินแดนเมืองตาหลิ่ว By: คนเดินดิน Date: พ.ค. 31, 2010, 03:04 PM
อามานี นักเรียนชั้นม.6 โรงเรียนมีชื่อแห่งหนึ่งได้รับทุนให้เรียนต่อยังสถาบันอุดมศึกษา ณ ดินแดนเมืองตาหลิ่ว
พร้อมเพื่อน ๆ ร่วมชั้นเรียนเดียวกันอีกประมาณ 5-6 คน
หลังจากที่อามานีได้ตัดสินใจตอบรับทุนการศึกษาดังกล่าว นั่นหมายความว่าอีกหนึ่งสัปดาห์หลังจากนี้เธอต้องออกเดินทางเพื่อไปศึกษาต่อ ณ ดินแดนเมืองตาหลิ่ว
คืนนั้นอามานีจัดเก็บเสื้อผ้าและสิ่งจำเป็นที่พอจะนำไปได้ใส่กระเป๋าด้วยความเปี่ยมล้นด้วยความตั้งใจที่จะศึกษาเรียนรู้ และความหวังที่จะนำความรู้ที่ได้ ณ ดินแดนเมืองตาหลิ่วกลับมาพัฒนาบ้านตน
และแล้วอามานีและเพื่อนร่วมชั้นเรียนเดียวกันก็ได้เดินทางมาถึงยังสถาบันอุดมศึกษา ของดินแดนเมืองตาหลิ่ว
ระยะเวลาผ่านไปประมาณหนึ่งบททดสอบหนึ่งจากพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลกได้เกิดขึ้นกับอามานีกับเพื่อน ๆ ของเธอ
ประธานรุ่นของอามานีต้องการให้อามานี ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ประธานรุ่นคนนี้ประกาศชัดกับอามานีและเพื่อน ๆ ของเธอว่า
ที่นี่มีกฎอยู่ว่า
"เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม" ฉะนั้นถ้าเธอรักที่จะอยู่ที่นี่เธอจะต้องทำตามกฎนี้อย่างเคร่งครัด
คืนนั้นเองอามานีกับเพื่อน ๆ ได้ร่วมปรึกษาหารือกันว่าจะเอายังไงต่อกันดีเพราะตอนนี้พวกเธออยู่ในภาวะที่ต้องเลือกระหว่างความเป็นตัวตนกับสังคมโดยรวม
เพื่อนหนึ่ง - - ฉันอุตส่าห์เดินทางจากบ้านมาตั้งไกล และใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะได้มาอยู่ที่นี่ ฉันว่านะอะไรที่ยอมได้ก็ยอม ๆ ไปเถอะ เพื่อวันข้างหน้าของเรา
เพื่อนสอง - - ฉันเองก็ไม่อยากมีปัญหา อีกอย่างพวกเขาก็เยอะด้วย เพื่อความปลอดภัยของเราว่าไงก็ว่ากันดีกว่านะ
อามานี - - แล้วจุดยืนของเราอยู่ที่ไหนหล่ะ ถ้าวันหนึ่งสิ่งที่เขาเรียกร้องจากเรามันถึงขั้นที่มากเกินไป จนไม่เหลือความเป็นเราแล้วเราจะทำยังไง
เพื่อนสาม - - ไว้ให้ถึงวันนั้นก่อนค่อยว่ากันดีกว่านะ
เพื่อนสี่ - - งั้นตกลงตามนี้ เรายอม ๆ กันไปก่อน วันหน้าค่อยว่ากันอีกที
อามานี - - ฉันขอยืนยันคำเดิมนะว่าฉันมีจุดยืนของฉัน และฉันคงหยิบยื่นในสิ่งที่เขาต้องการไม่ได้
เพื่อนหนึ่ง - - แล้วเธอไม่กลัวประธานรุ่นคนนั้นเหรอ
อามานี - - ตราบใดที่ฉันเป็นมัคลูค และเขาก็เป็นมัคลูค ฉันก็ขอมอบหมายการงานทุกอย่างไว้เพียงพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลกเท่านั้น
เพื่อนหนึ่ง - -

มีต่อ....
Re: อามานี ณ ดินแดนเมืองตาหลิ่ว By: คนเดินดิน Date: พ.ค. 31, 2010, 03:32 PM
เช้าวันรุ่งขึ้น เพื่อน ๆ ของอามานีได้รับสารจากประธานรุ่นถึงข้อเรียกร้องประการแรกของเขาคือ พวกเธอต้องเปลี่ยนชุดแต่งกายที่แต่งอยู่ ฮิญาบไม่เป็นที่ยอมรับสำหรับพวกเขา ฉะนั้นจงถอดมันซะ
เพื่อนหนึ่ง สองและสามยอมทำตามคำเรียกร้องของประธานรุ่น มีเพียงเพื่อนสี่กับอามานีเท่านั้นที่ยังคงปฏิบัติเช่นวันวานที่เคยผ่านมา
ที่สถาบันแห่งนั้น ทันทีที่ประธานรุ่นเห็นเพื่อนสี่กับอามานีก็รีบเดินเข้ามาต่อว่าถึงพฤติกรรมที่ทั้งสองได้กระทำ
เพื่อนสี่ - - เราคงทำตามสิ่งที่ขอไม่ได้หรอก
อามานี - - ใช่...เพราะนั่นไม่ใช่วิถีแห่งเรา
ประธานรุ่น - - แต่ที่นี่เมืองตาหลิ่วนะ ถ้ารักที่จะอยู่ที่นี่เธอต้องทำตามเรา ดูเพื่อนหนึ่ง สอง สามของเธอสิ เขาทำยังทำได้ไม่เห็นมีปัญหาอะไรเลย
ฉันจะให้โอกาสเธออีกสักครั้ง หวังว่าพรุ่งนี้คงได้เห็นความเปลี่ยนแปลง วันเวลาผ่านไปทั้งสองยังคงทำตาม "จุดยืน"ที่มีอยู่ ภายใต้สารพัดวิธีการกลั่นแกล้งและกดดันให้ทั้งสองต้องทุกข์ทรมานใจ
จนกระทั่งคืนหนึ่งเพื่อนสี่มาเคาะประตูห้องของอามานีทั้งน้ำตาและปรึกษากับเธอ
เพื่อนสี่ - - ฉันทนไม่ได้แล้วนะ มันหนักหนาเกินไปสำหรับฉันที่จะต้องกลืนน้ำตาทุกค่ำคืนที่ผ่านมา อามานีสัญญากับฉันนะว่าเธอจะไม่โกรธในสิ่งที่ฉันจะทำในวันพรุ่งนี้
อามานี - - (เจ็บปวดกับสิ่งที่ได้รับฟัง ทั้งที่ผ่านมา เธอยังมีเพื่อนสี่อยู่ข้าง ๆ คอยยืนหยัดในจุดยืนร่วมกัน แต่ก็ช่างเถอะ) ตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามกลั้นเสียงสะอื้นว่า เป็นสิทธิ์ของเธอแล้วเพื่อนสี่ วันถัดมา อามานีเป็นเพียงคนเดียวที่ถูกกดดันด้วยสารพัดวิธีจากประธานรุ่นและผองเพื่อน
ประธานรุ่นประกาศในที่ประชุมว่า อามานีเป็นตัวอย่างของคนที่ไม่ยอมรับในความคิดของคนหมู่มาก เขาเป็นพวกหัวรุนแรง ไม่รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น ฉะนั้นนับจากวันนี้ไปพวกเราทุกคนจะไม่ยุ่งเกี่ยวอันใดกับอามานีเด็ดขาด เธอจะต้องอยู่คนเดียวห้ามใครคบค้าสมาคมด้วยเด็ดขาด
ทุกวันที่ผ่านไปอามานีต้องถูกทดสอบด้วยกับความโดดเดี่ยว สิ่งเดียวที่เธอทำได้คือ "ดุอาอ์" จนเธอพบทางออกบางอย่างในค่ำคืนหนึ่ง
อามานีไปเคาะประตูห้องประธานรุ่น แล้วทำการพูดคุยกับเธอสองต่อสอง
อามานี - - จุดยืนของฉันทำให้เธอเจ็บปวดรึเปล่า?
ประธานรุ่น - - เปล่า
อามานี - - จุดยืนของฉันทำให้เธอเป็นทุกข์หรือไม่?
ประธานรุ่น - - ก็ไม่นี่
อามานี - - จุดยืนของฉันทำให้เธอไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ได้ต่อไปเลยหรือ?
ประธานรุ่น - - ก็เปล่า
อามานี - - แล้วอะไรที่ทำให้เธอต้องทำกับฉันอย่างที่ทำอยู่?
ประธานรุ่น - - มันเป็นกฎของเมืองตาหลิ่ว กฎย่อมเป็นกฎ
อามานี - - ที่นอกเหนือจากกฎที่ว่า ฉันไม่เคยให้ความร่วมมือกับกิจการใด ๆ เลยหรือ
ประธานรุ่น - - เธอเป็นคนที่ดีคนหนึ่งฉันยอมรับ เธอช่วยเหลืองานของพวกเราทุกอย่าง เพียงอย่างเดียวเท่านั้นคือเธอไม่เหมือนเรา
อามานี - - ลำบากไหมหากเธอจะยอมรับในความเป็นฉัน ลำบากไหมหากจะปล่อยให้ฉันมีอิสระในวิถีแห่งฉัน และลำบากไหม...?
Re: อามานี ณ ดินแดนเมืองตาหลิ่ว By: hiddenmin Date: พ.ค. 31, 2010, 03:42 PM
เดี๋ยวจะก๊อปเอาไปให้ว่าที่รุ่นน้องคณะอ่าน
Re: อามานี ณ ดินแดนเมืองตาหลิ่ว By: กูปีเยาะฮฺสะอื้น Date: มิ.ย. 01, 2010, 04:11 PM

Re: อามานี ณ ดินแดนเมืองตาหลิ่ว By: ฮุ้นปวยเอี๊ยง Date: มิ.ย. 01, 2010, 04:17 PM
มีต่อหรือปล่าวครับก๊ะ เยี่ยมไปเลย ครับ
Re: อามานี ณ ดินแดนเมืองตาหลิ่ว By: al-firdaus~* Date: มิ.ย. 01, 2010, 06:20 PM
"ตราบใดที่ฉันเป็นมัคลูค และเขาก็เป็นมัคลูค ฉันก็ขอมอบหมายการงานทุกอย่างไว้เพียงพระผู้อภิบาลแห่งสากลโลกเท่านั้น"

ไม่จำเป็นต้องทำตัวให้กลมกลืน (ในสิ่งที่ขัดต่อหลักการศาสนา)
ขอดุอาร์ให้พี่น้องมุสลิม โดยเฉพาะมุสลิมะฮ์ ที่บางครั้งอาจอ่อนแอต่อสิ่งเร้าของสังคมปัจจุบัน อามีน
ลองถามตัวเราในใจ...หากต้องเข้าเมืองตาหลิ่วเช่นนี้ เราจะยึดมั่น หรือละเลย จุดยืนของเรา
แต่สำหรับก๊ะ...ถ้ายึดมั่นต่อจุดยืนของตัวเองแล้ว ไม่ชอบก้มหัวให้ใคร ถ้ามีปัญหา ก็ตัวต่อตัว เจอกัน!!!
Re: อามานี ณ ดินแดนเมืองตาหลิ่ว By: คนเดินดิน Date: มิ.ย. 02, 2010, 03:39 PM
แต่สำหรับก๊ะ...ถ้ายึดมั่นต่อจุดยืนของตัวเองแล้ว ไม่ชอบก้มหัวให้ใคร ถ้ามีปัญหา ก็ตัวต่อตัว เจอกัน!!! 
โหมดโหดของหญิงแกร่ง ที่ถูกทำให้ศรัทธา

Re: อามานี ณ ดินแดนเมืองตาหลิ่ว By: nada-yoru Date: พ.ค. 12, 2015, 08:07 PM
...การถูกทอดทิ้งหรือการถูกปล่อยให้เดินคนเดียวเพียงลำพัง
ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกโดดเดี่ยวเดียวดายหากว่าหัวใจเรานั้น
อบอุ่นไปด้วยแสงแห่งศรัทธาอันแรงกล้า...
ปล.ชีวิตในต่างแดนของข้าพเจ้าก็ไม่ได้แตกต่างกัน...
เพราะเมืองตาหลิ่วที่ว่า คือ ญี่ปุ่น