Re: ควรทำอย่างไรกับ "ขอทาน" ที่ "ไม่เคยคิดจะทำมาหากิน" By: Bangmud Date: ก.ย. 15, 2010, 07:54 PM
salam
อย่างไรก็ตาม ถ้าท่านมีความประสงค์จะทำเศาะดะเกาะฮฺ โดยไม่คาดคะเนว่าผู้รับจะนำไปใช้ในทางใด มองในแง่ดีไว้เสมอ ถึงแม้เขาจะนำไปใช้เช่นไร การทำเศาะดะเกาะฮฺของท่านก็เกิดภาคผล เพราะทุก ๆ กิจกรรมนั้นขึ้นกับนียะฮฺ(การตั้งเจตนา)
มีบันทึกในหะดีษว่า

“อะบูฮุร็อยเราะฮฺเล่าจากท่านนะบียฺ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัมว่า ท่านนะบียฺได้กล่าวว่า “ชายคนหนึ่งได้กล่าวว่า คืนนี้ฉันต้องทำเศาะดะเกาะฮฺ (คือฉันตั้งใจจะทำเศาะดะเกาะฮฺให้กับคนแรกที่ฉันพบในคืนนี้) แล้วเขาก็ออกไปพร้อมด้วยเศาะดะเกาะฮฺของเขา เขาได้นำมันไปวางในมือของหญิงที่ละเมิดประเวณี รุ่งเช้าผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงการที่เขาได้ทำเศาะดะเกาะฮฺให้แก่หญิงที่ละเมิดประเวณี ชายผู้นั้นกล่าวว่า ข้าแต่อัลลอฮฺ ขอสรรเสริญพระองค์ ในการที่(ฉัน)ได้ทำทานให้แก่หญิงที่ละเมิดประเวณี ฉันจะต้องทำทาน(อีก)ครั้งหนึ่ง แล้วเขาก็ได้ออกไปพร้อมกับทานของเขา เขาได้นำมันไปวางในมือของคนรวย รุ่งเช้า ผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงการที่เขาทำเศาะดะเกาะฮฺให้แก่คนรวย ชายผู้นั้นกล่าวว่า ข้าแต่อัลลอฮฺ ขอสรรเสริญพระองค์ ในการที่(ฉัน)ได้ทำทานให้แก่คนรวย ฉันจะต้องทำทาน(อีก)ครั้งหนึ่ง เขาได้ออกไปพร้อมด้วยทานของเขา เขาได้นำมันไปวางบนมือของขโมย รุ่งเช้า ผู้คนต่างวิพากษ์วิจารณ์ถึงการที่เขาทำเศาะดะเกาะฮฺให้แก่ขโมย เขาได้กล่าวว่า ข้าแต่อัลลอฮฺ ขอสรรเสริญพระองค์ ในการที่(ฉัน)ได้ทำทานให้แก่ หญิงละเมิดประเวณี คนรวยและขโมย มีผู้มาหาเขาและกล่าวแก่เขาว่า การทำทานของท่านนั้นถูกตอบรับแล้ว หญิงที่ละเมิดประเวณี หล่อนอาจสงวนตัว จากการละเมิดประเวณีของหล่อนด้วยทานนี้ และคนรวยอาจได้สำนึกและบริจาคสิ่งที่อัลลอฮฺได้ประทานให้แก่เขา และขโมยอาจสงวนตัวจากการลักขโมยด้วยทานนี้” บุคอรียฺและมุสลิมวัสสลาม
Re: ควรทำอย่างไรกับ "ขอทาน" ที่ "ไม่เคยคิดจะทำมาหากิน" By: al-firdaus~* Date: ก.ย. 16, 2010, 07:38 PM
ญะซากัลลอฮ์ค็อยรอน
จำหะดิษนี้ทุกครั้งที่หยิบยื่นเงินซอดาเกาะฮ์ให้แก่บุคคลอื่น
ทั้งนี้และทั้งนั้น หากบุคคลที่มาขอทานจากเรา แล้วสภาพเขาเหมือนมาคุกคาม ก็จะไม่ให้เด็ดขาด
Re: ควรทำอย่างไรกับ "ขอทาน" ที่ "ไม่เคยคิดจะทำมาหากิน" By: Deeneeyah Date: ก.ย. 16, 2010, 08:04 PM
salam
หะดีษอีกสักบท
ท่านอบูดาวูด อันนะซาอีย์และอัตติรมีซีย์ ได้รายงานว่า :
มีชายจากชาวอันศ๊อร (ชาวนครมะดีนะฮ) คนหนึ่งได้มาหาท่านร่อซูล (ซ.ล.) เพื่อขอทานจากท่าน
ท่านร่อซูลจึงได้กล่าวกับชายชาวอันศ๊อรว่า : ในบ้านของท่านไม่มีสิ่งใดเลยหรือ ?
ชายชาวอันศ๊อรตอบว่า : หามิได้ โอ้ท่านท่านร่อซูลฯ ในบ้านของฉันมีผ้าปูพื้นอย่างหนาที่พวกเราเอาบางส่วนมาสวมใส่เป็นเสื้อผ้าและอีกบางส่วนเราใช้ปูพื้น และยังมีหม้อใบใหญ่เอาไว้ใส่น้ำดื่ม
ท่านร่อซูล (ซ.ล.) จึงใช้ให้ชายผู้นั้นไปนำของทั้งสองสิ่งนั่นมาให้ท่าน
ครั้นเมื่อชายผู้นั้นได้นำสิ่งของทั้งสองอย่างมามอบแก่ท่านร่อซูล ท่านก็เอาสิ่งของสิ่งนั้นมาพร้อมประกาศว่า :
ผู้ใดจะซื้อหาสิ่งของสองชิ้นนี้ จากฉันบ้าง ? ก็มีชายคนหนึ่งกล่าวขึ้นว่า : “ฉันจะเอาสิ่งของสองชิ้นนั้นด้วยราคา 1 ดิรฮัม !”
ท่านร่อซูล (ซ.ล.) กล่าวว่า : มีผู้ใดจะให้ราคามากกว่า 1 ดิรฮัมบ้าง?
ชายอีกคนหนึ่งก็กล่าวขึ้นว่า : ฉันจะเอาสิ่งของสองชิ้นนี้เอาไว้ด้วยราคา 2 ดิรฮัม”
ท่านร่อซูล (ซ.ล.) จึงมอบสิ่งของทั้งสองชิ้นนั้นแก่ชายผู้ให้ราคา 2 ดิรฮัมและรับเงินจำนวน 2 ดิรฮัมเอามาและได้มอบเงินจำนวนนั้นแก่ชายชาวอันศ๊อรผู้นั้นพร้อมสั่งว่า :
ท่านจงนำเงิน 1 ดิรฮัมเอาไปซื้อหาอาหารและจงนำเอาอาหารที่ซื้อได้ไปทิ้งไว้ให้กับครอบครัวของท่าน
และจงนำเงินอีก 1 ดิรฮัมที่เหลือซื้อขวานมาหนึ่งอัน และจงนำขวานมาให้ฉัน”
ชายชาวอันศ๊อรก็ทำตามคำสั่งของท่านร่อซูล (ซ.ล.) และนำขวานมาให้แก่ท่าน
ท่านร่อซูลก็ผูกขวานกับด้ามไม้ด้วยมือของท่านเอง
ครั้นต่อมาท่านจึงกล่าวขึ้นว่า : เจ้าจงไปเถิด ไปหาไม้ฟืนแล้วจงนำไปขาย และอย่าให้ฉันเห็นท่านหลังจากนี้ ในช่วงเวลา 15 วัน”
ชายชาวอันศ๊อรก็ปฏิบัติตามนั้น เมื่อ 15 วันผ่านไปชายผู้นี้ได้มาหาท่านศาสนทูต (ซ.ล.) โดยที่เขามีเงินถึง 10 ดิรฮัม ซึ่งเขาได้นำเงินบางส่วนไปซื้ออาหารไว้แล้ว
ท่านศาสนทูต (ซ.ล.) กล่าวว่า :
สิ่งนี้ย่อมดีกว่าการที่ท่านจะมาหาในสภาพขอทาน และการขอทานนั้นจะเป็นรอยด่างดำในใบหน้าของท่านในวันกิยามะห์”