หรือ...แค่ความใคร่?! By: as-satuly Date: ม.ค. 07, 2011, 02:34 AM
หรือ...แค่ความใคร่?!
By binshukor
...ท่ามกลางสังคมที่เต็มไปด้วยกระแสนิยมของคำว่า
"ความรัก" ภาพยนตร์ เพลง หรือสื่อต่างๆ ก็คอยประโคม ของนิยามคำว่ารักอย่างไม่ขาดสาย
"รักเธอ รักฉัน เรารักกันซู่ซ่าซู่ซ่า" ได้กลายมาเป็นกระแสยอดฮิตของสังคมวัยรุ่นทั่วโลก ไม่เพียงเฉพาะแค่ในประเทศบ้านเรา แต่มันหมายถึงทั่วพื้นพิภพบนโลกนี้
หากคำว่า
"รัก" ที่หลายคนพยายามบอกผ่านคำนิยามของมันโดยใช้แนวทางของสื่อต่างๆแสดงถึงจุดยืนของการมีความรัก หลากหลายครั้งที่คิดว่า ถ้าเรามองอย่างพินิจพิเคราะห์ ในคำว่า
"รัก" ที่สื่อต่างๆพยายามอธิบายมาแล้ว เราก็อาจจะพบว่า ความรักของพวกเขาเหล่านั้นจบด้วยการมีเพศสัมพันธ์ แล้วก็ตั้งท้อง แล้วผลตามหลังที่เข้ามา คือการเพิ่มภาระให้ครอบครัว คนรอบข้าง และสังคมอย่างหนักหน่วง เพราะจุดเริ่มต้นของการมีความรักของวัยรุ่นสมัยนี้ย่อมเกิดขึ้นเนื่องจากคำว่า
"โดนใจ" หรือไม่ก็
"ตรงสเป๊กซ์" ด้วยเพราะ
"ความสวย" หรือ
"น่ารัก" ที่เขาได้รับมาตั้งแต่กำเนิด มันจึงทำให้วัยรุ่นทั่วไป (มุสลิมและไม่ใช่มุสลิม) ติดกับดักของคำว่ารักด้วยก็เพราะเหตุนี้
ดั่งในอดีตที่ขี้ข้าของพวกจักรวรรดินิยมคนหนึ่งกล่าวว่า
"แก้วกับนักร้องสาวสามารถทำลายประชาชาติมุฮัมหมัดได้มากกว่าปืนหนึ่งพันกระบอก ดังนั้นจงทำให้พวกเขาจมอยู่กับความรักในวัตถุและตัณหา" หรืออย่างที่หัวโจกของลัทธิมาสูนียะฮ์ที่ชั่วช้าคนหนึ่งกล่าวว่า
"เราจะต้องดึงดูดเหล่าสตรี ดังนั้นวันไหนก็ตามที่หล่อนยื่นมือให้เรา เราก็จะได้รับชัยชนะด้วยสิ่งต้องห้ามต่างๆ และหล่อนนี้แหละจะเป็นผู้ทำลายบรรดาไพร่พลของผู้ที่ยึดมั่นในศาสนา" (ดู หน้งสือจนกว่าเยาวชนมุสลิมจะสำนึก, ของอับดุลลอฮฺ นาศิฮฺ อุลวาน (เขียน), นัสรุลลอฮฺ ต็อยยิบ (แปล), หน้า 210)
ในขณะที่ปัจจุบัน การแต่งงานนั้นดูเหมือนว่าเป็นเรื่องยากอย่างชัดเจน และไม่ค่อยมีใครที่จะยอมรับการแต่งงานระหว่างเรียนซ่ะเท่าไหร่ แค่ส่วนน้อยเท่านั้น มันจึงทำให้ปัญหาเกิดขึ้นตามมาอย่างมากมาย ไม่ว่าท้องก่อนแต่ง หรือ ลูกเกิดมาไม่มีพ่อ หรือการทำแท้ง หรือแม้กระทั่งนำเด็กทารกน้อยไปทิ้งตามสถานที่ลับตาคน ถังขยะ หรือที่ต่างๆที่คิดว่ามันรอดพ้นจากการมองเห็นของผู้คน เรื่องเหล่านี้ย่อมเป็นที่ประจักชัดแล้วว่ามันกำลังเกิดขึ้นอย่างไม่ลดละ และข่าวรายวันต่างก็พร้อมใจกันนำเสนอเรื่องเหล่านี้อย่างชัดเจน แต่กระนั้นสังคมก็ยังเห็นว่าถ้าไม่ไหวก็ใช้ถุงยาง และนี่คือสิ่งที่บรรดาวัยรุ่นมุสลิมกระทำเช่นเดียวกัน...
แล้วอะไรคือความรักในแบบอิสลาม?!อนึ่งอิสลามมิใช่ด้วยศาสนาที่ห้ามในเรื่องของ
"ความรัก" อิสลามมิได้ห้ามความรู้สึกของคำว่า
"รัก" แต่ที่อิสลามได้ห้ามมันคือ
"ความรัก" ซึ่งตรงกับพฤติกรรมของพวกสัตว์เดรัจฉานต่างหาก อิสลามได้มายกตำแหน่งความเป็นมนุษย์ให้สูงขึ้นเหนือเหล่าสรรพสัตว์ทั้งมวล เพราะเมื่อถ้าหากว่ารักใครชอบใครอิสลามมิได้ห้าม แต่ต้องทำให้มันถูกต้องโดยการแต่งงาน ต้องมีความรับผิดชอบ ต้องพร้อมที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน และต้องรับผิดชอบต่อประชาชาติในอนาคตที่เกิดขึ้นมา นี่ต่างหากที่อิสลามได้กล่าวไว้ เพราะคำว่ารักนั้นมันมิใช่แค่เพียงพฤติกรรมที่กล่าวมาดังเริ่มแรก เพราะมนุษย์นั้นมีสมองคิด มิใช่ว่าทำอะไรก็ได้โดยไม่คิด สิ่งนี้ย่อมแสดงให้เห็นว่า อิสลามได้ใส่ใจความรักเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าหากสถาบันครอบครัวล่มแล้ว สถาบันสังคมก็ต้องวอดวายอย่างแน่นอน...
ความรักสามารถแบ่งได้เป็นหลายประเภท เช่น รักพ่อ รักแม่ รักเพื่อน รักครอบครัว หรือที่ขาดเสียมิได้นั่นก็คือ รักอัลลอฮฺ รักที่จะอยู่เพื่อพระองค์ ดังเช่นที่ปรากฏในหะดีษว่า
"สามประการที่ผู้ใดมีสามประการนี้อยู่ในตัว เขาได้พบกับความหวานชื่นของการศรัทธา คือ ผู้ใดที่ให้อัลลอฮฺและเราะซู้ลเป็นที่รักยิ่งของเขามากกว่าผู้อื่นทั้งหมด การที่เขารักคนใดคนหนึ่งก็มิได้มีจุดประสงค์เพื่อสิ่งใดนอกจากอัลลอฮฺ..." และนี่คือคำว่ารักที่มุสลิมทุกคนนั้นจำเป็นจะต้องมี
หากวันนี้เหล่าวัยรุ่นยังคงมัวเมากับการดื่มด่ำด้วยความรักดังคำนิยามของชาวตะวันตกได้ยิบยื่นให้ แน่นอนอีกไม่นาน เราก็จะได้เห็นคำที่ว่า
"ลูกซินา" อยู่ทั่วไป ดังที่มันกำลังเกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน!!!
----- วัลลอฮุอะอฺลัม -----
ป.ล. บทความ "หรือ...แค่ความใคร่?!" เป็นบทความของเพื่อนนักศึกษา (นาม binshukor) ที่เคยเขียนประกวดในเว็บไซต์แห่งหนึ่งครับ
Re: หรือ...แค่ความใคร่?! By: บาชีร Date: ม.ค. 07, 2011, 03:30 AM
เมื่อฉันได้ เจอเธอ ในวันนั้น
ฉันนั้นฝัน ถึงเธอ เสมอมา
ไม่ได้เจอ สุดท้ายต้อง จากลา
จนนำพา ให้เรา แต่งงานกัน
Re: หรือ...แค่ความใคร่?! By: BaE HoK Date: ม.ค. 07, 2011, 06:46 AM
อเมริกาพูดว่า..

" ปกครองโลกด้วยความบันเทิง เซ็กส์ และยาเสพติด "
ชาวโลก และ ชาวไทย เชื่อฟังและปฎิบัติตาม ยกเว้น มุสลิม !!
Re: หรือ...แค่ความใคร่?! By: nada-yoru Date: พ.ค. 26, 2016, 07:15 PM
กระทู้เก่ามาก เข้ามาอ่านแล้วยังไม่เชย ซ้ำยังโดนใจ
เลยขอขุดค่ะ ^^
เพราะโดยส่วนตัว ขณะยังเรียนยังเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยนั้น
ยอมรับว่ายากที่สุดคือ การหักห้ามใจไม่ให้เข้าใกล้การซีนา นั่นเพราะ
ศาสนาสั่งเอาไว้ว่า 'จงหลีกห่างจากการซีนา'
นั่นเพราะถ้าเข้าใกล้ เราก็จะกลายเป็นเหยื่อของมันนั่นเอง เลยต้องอยู่ให้ห่างๆเข้าไว้
อัลฮัมดุลิลลาฮฺ...อัลลอฮ์ได้ช่วยเหลือให้ทุกอย่างง่ายดายสำหรับบรรดา
ผู้ที่อดทนในการที่จะยืนหยัดอยู่บนหนทางของพระองค์...
ยอมรับว่าเมื่อก่อน กับตอนนี้มีความคิดที่แตกต่างกัน นั่นเพราะถูกปลูกฝังมา
2 ข้อใหญ่ๆก่อนเดินทางไปศึกษายังแดนไกล คือ ห้ามแต่งงานก่อนเรียนจบ
กับห้ามมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่ง
สรุปก็คือ เราต้องเรียนให้จบจึงจะแต่งงาน แต่งงานแล้วจึงค่อยมีเพศสัมพันธ์
กับผู้ที่เราแต่งงานได้ คนอื่นเราไม่มีสิทธิ์ที่จะให้เขาแตะต้องตัวเรา
และไม่มีสิทธิ์ไปแตะต้องตัวเขาด้วย...คือ ต้องหลีกห่างเอาไว้ อย่าได้เข้าใกล้เด็ดขาด
แต่เมื่อได้เล็งเห็นชีวิตของนักศึกษามากมาย ไม่ว่าจะในไทยหรือในแดนไกลที่ไปศึกษา
กลับพบว่า ไม่มีใครคิดอ่านทำเช่นเราสักเท่าไหร่เลย
หลายคน ตั้งปนิธานเอาไว้อย่างแรงกล้าว่า จะไม่แต่งงานก่อนเรียนจบเด็ดขาด
แต่ก็ไม่อาจหักห้ามตัวเองจากการมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งขณะที่กำลังศึกษาอยู่ใน
มหาวิทยาลัยได้ สรุปก็คือ มีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่ง และมีเพศสัมพันธ์ขณะเรียน
บางคน เรียนจบ บางคนเรียนไม่จบ แต่บทสรุปที่ไม่แตกต่างกันเลยก็คือ
กลายเป็นผู้ทำซีนา ทำบาปใหญ่
จะบอกว่า การมีเพศสัมพันธ์ขณะเรียนน้ันทำให้นักศึกษาเรียนไม่จบ ก็ไม่ใช่สาเหตุทั้งหมด
เพราะคนเราจะเรียนจบได้มีหลายองค์ประกอบ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ความตั้งใจในการเรียนรู้
และความมุ่งมั่นเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายดังกล่าวให้ได้...โดยไม่ทิ้งศาสนาไป...
มีคนที่แต่งงานแล้วและมีลูกแล้ว มาเรียนในมหาวิทยาลัย แล้วก็ได้ศึกษาจนจบ
จบด้วยคะแนนดีเสียด้วยซ้ำไป
ซึ่งในทางศาสนาแล้ว อัลลอฮ์ให้เราเรียนรู้และศึกษาจนกระทั่งหมดลมหายใจด้วยซ้ำ
ซึ่งพระองค์ไม่ได้สั่งห้ามเราเอาไว้ว่าให้เรียนจบก่อนแล้วค่อยแต่ง
เพียงแต่พระองค์สั่งห้ามเอาไว้ว่า ให้แต่งงานก่อนแล้วจึงค่อยมีเพศสัมพันธ์...
ดังนั้น อิสลามได้ส่งทางเลือกมายังประชาชาตินี้อย่างหลากหลายให้เลือก
ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกคิดเลือกทำอย่างไรให้สอดคล้องกับบทบัญญัติ
คือปฏิบัติตามสิ่งที่ถูกสั่งใช้ ละเว้นสิ่งที่ถูกสั่งห้าม
ฉะนั้น เราจะนิกะห์หรือแต่งงานขณะที่กำลังทำการศึกษาอยู่เพราะไม่อาจ
หักห้ามตัวเองจากการมีเพศสัมพันธ์ได้ ก็ไม่ใช่เรื่องผิดบาปเลยในทางศาสนา
ถ้าสถาบันใดไม่ให้เราเข้าเรียนเพียงเพราะเราแต่งงานแล้ว ก็จงมองหา
สถาบันอื่นที่เปิดโอกาสทางการศึกษาให้กับเราแทน...อย่าให้สิ่งใดพาเรา
ให้หลงไปจากเส้นทางของอัลลอฮ์...อย่าให้ใบปริญญาที่น่าภูมิใจของเรา
แปดเปื้อนมลทิน เพราะเราได้ทำบาปใหญ่ขณะทำการศึกษา...
อย่าให้คนในสังคมตัดสินเรา แต่จงมอบอำนาจแห่งการตัดสินไปยังอัลลอฮ์เถิด
นั่นเพราะอัลลอฮ์คือผู้ทรงอำนาจเด็ดขาดแห่งวันตอบแทน
อย่ากลัวคำครหานินทาจากคนในสังคม แต่จงเกรงกลัวอัลลอฮ์เถิด
เพราะอัลลอฮ์คือผู้ทรงอำนาจเด็ดขาดแห่งวันตอบแทน
และหากนักศึกษา นักเรียนท่านใดประสบพบเจอกับปัญหาดังกล่าว
ขอให้จงระลึกถึงคำสั่งใช้ของอัลลอฮ์ หากเราไม่อาจหักห้ามตัวเอง
จากการมีเพศสัมพันธ์ได้แล้ว ก็จงนิกะห์เถิด การนิกะห์ย่อมปลอดภัยจากไฟนรก
หากการนิกะห์แบบสมัยใหม่มันยากเกินความสามารถของเราที่จะกระทำได้แล้ว
ก็จงนิกะห์ตามแบบฉบับของท่านนบี ซอลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมเถิด
นิกะห์แบบเรียบง่าย ไม่ฟุ่มเฟือย ไม่ลำบากยากเย็นอันใดเลย แค่ครบองค์ประกอบ
ตามที่ศาสนาระบุเอาไว้ เชื่อว่า มุสลิมเราทำได้โดยไม่ลำบากอย่างแน่นอน...
ส่วนองค์ประกอบอื่นที่สังคมได้ขีดเขียนขึ้นมาใหม่ตามแต่ละท้องถิ่นนั้น
ถ้ามันทำยาก ทำให้การนิกะห์ของเราลำบากขึ้น ทำให้เราเป็นหนี้เป็นสิน
ทำให้เรายุ่งยากวุ่นวาย ก็จงละทิ้งเสีย แล้วหวนกลับไปสู่แบบฉบับดั้งเดิม
ที่ท่านนบีของเราได้ทำไว้เป็นแบบอย่างแก่ประชาชาติของท่าน
แล้วเราจะพบว่า การนิกะห์ตามหลักศาสนาอิสลามนั้นไม่ยากเลย
ไม่ยากจนเกินไปสำหรับเราทุกคน ไม่ยากจนทำให้เราต้องทำซีนาหรือมีอะไรกันก่อนแต่งค่ะ
และขอให้เราจงระลึกเอาไว้ให้มั่น ปักมันไว้ในหัวใจว่า
"สามประการที่ผู้ใดมีสามประการนี้อยู่ในตัว
เขาได้พบกับความหวานชื่นของการศรัทธา
คือ ผู้ใดที่ให้อัลลอฮฺและเราะซู้ลเป็นที่รักยิ่งของเขามากกว่าผู้อื่นทั้งหมด
การที่เขารักคนใดคนหนึ่งก็มิได้มีจุดประสงค์เพื่อสิ่งใดนอกจากอัลลอฮฺ..."
ความรักเช่นนี้แหล่ะค่ะ ที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อใคร ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน
ไม่ทำให้ตัวเราตัวเขาร้อนรุ่ม ไม่ทำให้ใครหรือตัวเราพินาศไป
อย่าให้ใคร มาทำให้เราหลงไปจากหนทางของอัลลอฮ์ เพียงเพราะคำว่า 'รัก'
ที่พูดออกมาเพียงลมปาก แต่หัวใจยังไม่อาจเข้าถึงความรักที่แท้จริงได้
เพราะหากรักกันจริง ต้องประคับประคองกันและกันเพื่อให้ต่างฝ่ายต่างได้ยืนหยัด
อยู่บนหนทางของอัลลอฮ์ สู่การเคาะประตูแห่งความใกล้ชิดอัลลอฮ์ไปด้วยกัน
มิใช่รักเพื่อวัตถุเพื่อตัณหา...หรือเพียงเพื่อดุนยาเพียงเท่านั้น...
แต่ให้รักกันและกันเพื่ออัลลอฮ์ เพื่อโลกหน้าด้วย...
เนื่องจากท้ายที่สุดแล้ว...เราต้องกลับคืนสู่อัลลอฮ์ ทุกชีวิตต้องกลับคืนสู่พระองค์
ไม่ว่าจะเป็นคนที่เรารักมากสักแค่ไหน เขาก็ย่อมต้องกลับคืนสู่อัลลอฮ์
หรือแม้แต่ตัวเราเองก็เช่นกัน...
หากใครที่ทำผิดหรือพลั้งพลาดไปแล้ง จงขออภัยโทษต่ออัลลอฮ์ด้วยหัวใจที่สำนึกผิด
อย่างแท้จริงเถิด เมื่อสำนึกผิดแล้วก็จงขัดเกลาตัวเองเพื่อไม่ให้กลับไปทำผิดซ้ำๆอีก...
อัลลอฮ์นั้นทรงอภัยยิ่ง อีกทั้งยังทรงเมตตายิ่ง
จากนั้น ก็จงแก้ไขในข้อผิดพลาดดังกล่าวด้วยสิ่งที่ดีงามเถิด...
จง...ทำความดี ติดตามความชั่วเถิด
และจงเป็นผู้มอบหมายไปยังอัลลอฮ์เถิด...
สุดท้ายไม่ท้ายสุด
ขอให้ตัวข้าน้อยเองและพี่น้องมุสลิมทั้งหมดจงปลอดภัยจากไฟนรก
และหลีกห่างจากการซีนาด้วยเถิด...อามีน
วัสลามค่ะ
Re: หรือ...แค่ความใคร่?! By: snevircvirc Date: มิ.ย. 17, 2016, 10:11 PM
