Salamun Alaika Ya Habiballah, 1432 H. By: Al Fatoni Date: ก.พ. 07, 2011, 02:47 PM
SALAM ALAIKA YA HABIBI
MAWLIDUR RASULULLAH, MUHAMMAD
صلى الله عليه وسلم
1432 H. 
Re: Salamun Alaika Ya Habiballah, 1432 H. By: Al Fatoni Date: ก.พ. 07, 2011, 04:30 PM
๗ สุนนะฮ์สำคัญที่ควรรักษาไว้อยู่เสมอ
(๑) ละหมาดตะฮัจจุด
(๒) อ่านอัลกุรฺอาน
(๓) ละหมาดจมาอะฮ์ที่มัสยิด
(๔) ละหมาดฎุหา
(๕) เศาะดะเกาะฮ์
(๖) รักษาวุฎูอ์ตลอดเวลา
(๗) อิสติฆฟัรตลอดเวลา,
อินชาอัลลอฮฺ อัลลอฮฺประทานความสำเร็จแก่เราทั้งดุนยาและอาฅิเราะฮ์, อามีน ยา ร็อบบัลอาละมีน
Re: Salamun Alaika Ya Habiballah, 1432 H. By: Al Fatoni Date: ก.พ. 07, 2011, 04:34 PM
"และเรา (อัลลอฮฺ) มิได้ส่งเจ้า (มุหัมมัด) มาเพื่ออื่นใดเลย
นอกจากเพื่อเป็นความเมตตาแก่สรรพสิ่งทั้งมวล"
(สูเราะฮ์อัลอัมบิยาอ์ (๒๑) อายะฮ์ที่ ๑๐๗)
ชัยฅ์อะห์มัด มุศเฏาะฟา อัลมะรอฆีย์ ในหนังสือ "ตัฟสีร อัลมะรอฆีย์" ของท่านได้ทำการอรรถาธิบายอายะฮ์ข้างต้นไว้ว่า
"เรามิได้ส่งเจ้ามาเพื่อให้นำพาคำสอนนี้และที่คล้ายคลึงกับมันในรูปของศาสนบัญญัติและกฎหมายที่ซึ่งเป็นรากเหง้าแห่งความสุขทั้งในโลกดุนยาและอาฅิเราะฮ์แต่อย่างใดไม่ เว้นแต่เพื่อให้เจ้า (มุหัมมัด-ผู้แปล) ได้เป็นความเมตตาและทางนำแก่มวลมนุษย์ ทั้งในการงานทางดุนยาและอาฅิเราะฮ์ของพวกเขา
สิ่งนี้สามารถอธิบายได้ว่า ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮฺ ศ็อลฯ ได้ถูกส่งมาเพื่อให้นำพาคำสอนที่บรรจุด้วยผลประโยชน์ทั้งโลกดุนยาและอาฅิเราะฮ์ หากแต่เพียงผู้ปฏิเสธศรัทธา (คาฟิร) เท่านั้นที่ไม่รู้จักใช้มันให้เป็นประโยชน์ และไม่สนที่จะเก็บมันไว้ เนื่องเพราะเหตุแห่งความมืดบอดและพฤติกรรมที่ชั่วร้ายของพวกเขาเองที่ไม่ยอมรับความโปรดปรานและทำการขอบคุณถึงความโปรดปรานนี้ จนกระทั่งเขามิอาจรับรสแห่งความสุขในการงานทางศาสนา ไม่ว่าจะในการงานทางโลกดุนยาก็ตาม เช่นพระดำรัสแห่งอัลลอฮฺ ตอาลา ความว่า "เจ้าไม่เห็น (และรู้สึกแปลกต่อ) บรรดาผู้ที่ได้เปลี่ยนความโปรดปรานของอัลลอฮให้เป็นการปฏิเสธศรัทธา และได้นำกลุ่มชนของพวกเขาลงสู่ที่พำนักอันหายนะ (๒๘) (นั่นก็คือ) นรกญะฮันนัมที่มีเปลวไฟร้อนจัดของมัน และมันเป็นที่พำนักอันชั่วช้า (๒๙)" (สูเราะฮ์อิบรอฮีม (๑๔) ๒๘-๒๙)
และพระดำรัสแห่งพระองค์ที่พรรณนาถึงอัลกุรฺอานความว่า "จงกล่าวเถิด (โอ้ มุหัมมัด) "อัลกุรอานนั้นเป็น (รัศมี) แห่งทางนำ และเป็นการบำบัดแก่บรรดาผู้ศรัทธา ส่วนบรรดาผู้ไม่ศรัทธานั้น อัลกุรอานก็จะกลายเป็นโรคหนึ่งที่ทำให้หูของพวกเขาตัน (ไม่ใช่การบำบัด) และมันก็จะเป็นความมืดมนที่ประสบกับการมองเห็นของพวกเขา (ไม่ใช่รัศมีที่สว่างไสว) ซึ่งชนเหล่านี้ (ที่ด้วยพฤติกรรมหนีตัวเองจากคำสอนแห่งอัลกุรฺอาน ซึ่งย่อมไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น) คนจะถูกร้องเรียกจากสถานที่อันไกล" (สูเราะฮ์อัลฟุศศิลัต (๔๑) ส่วนหนึ่งจากอายะฮ์ ๔๔)
(ดู หน้า ๔๕๐๖ - ๔๕๐๗, หนังสือ Tafsir Al-Maraghiy, Jilid 9, Juzuk 17 & 18, ฉบับแปลภาษามลายูโดย Muhammad Thalib)
Re: Salamun Alaika Ya Habiballah, 1432 H. By: Al Fatoni Date: ก.พ. 08, 2011, 08:49 AM
จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่า
"หากพวกท่านรักอัลลอฮฺ ก็จงปฏิบัติตามฉัน (มุฮัมมัด) เถิด
อัลลอฮฺก็จะทรงรักพวกท่าน และจะทรงอภัยให้แก่พวกท่านซึ่งโทษทั้งหลายของพวกท่าน
และอัลลอฮฺนั้นเป็นผู้ทรงอภัยโทษยิ่ง ผู้ทรงเมตตายิ่ง"
(สูเราะฮ์อาลิ อิมรอน (๓) อายะฮ์ที่ ๓๑)
Re: Salamun Alaika Ya Habiballah, 1432 H. By: Al Fatoni Date: ก.พ. 09, 2011, 07:52 AM
ศาสนทูตท่านนั้น(นบีย์มุหัมมัด) ได้ศรัทธาต่อสิ่งที่ได้ถูกประทานลงมาแก่เขาจากพระผู้เป็นเจ้าของเขา และบรรดาผู้ศรัทธาต่างก็ศรัทธาด้วย ทุกคนศรัทธาต่ออัลลอฮฺและมลาอิกะฮ์ของพระองค์ และบรรดาคัมภีร์ของพระองค์ และบรรดาศาสนทูตของพระองค์ (ซึ่งพวกเขากล่าวว่า) "ข้าพระองค์จะไม่แยกระหว่างท่านหนึ่งท่านใดจากบรรดาศาสนทูตแห่งพระองค์"
และพวกเขาได้กล่าวว่า "ข้าพระองค์ได้ยินแล้ว และได้ปฏิบัติตามแล้ว
การอภัยโทษจากพระองค์เท่านั้นที่เหล่าข้าพระองค์ปรารถนา
โอ้พระเจ้าแห่งเหล่าข้าพระองค์! และยังพระองค์นั้นคือการกลับไป"
(สูเราะฮ์อัลบะเกาะเราะฮ์ (๒) อายะฮ์ที่ ๒๘๕)