การนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับกาเฟรที่ดื่มเหล้า By: JawhaR Date: พ.ค. 01, 2011, 03:14 PM

ในระยะหลัง ผมมักจะต้องไปร่วมทานอาหารกับเจ้านายที่เป็นคนต่างศาสนิกอยู่บ่อยๆ แน่นอนบนโต๊ะก็มีเหล้าเบียร์อยู่ด้วย
วันไหนเลี่ยงได้ผมก็เลี่ยง ซึ่งบางครั้งผมก็ไม่อาจปฏิเสธที่จะไม่เข้าร่วมได้ เพราะมีการพูดคุยเรื่องงาน
ก่อนไป ผมก็จะทานอาหารที่บ้านเสร็จสับ ไปที่ร้านอย่างมากก็ทานผลไม้และน้ำเปล่า
ซึ่งก็ยังรู้สึกไม่สบายใจ เนื่องจากต้องร่วมโต๊ะกับของฮารอมอยู่ ทำได้เเค่เพียงการตำหนิด้วยจิตใจ ซึ่งเกรงว่าจะยังไม่เพียงพอ
ผมจะบาปมั้ย และ จะทำอย่างไรดีครับ?
รบกวนผู้รู้ ช่วยแนะนำทีครับ
ญาซากุมุลลอฮุค็อยรอน
Re: การนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับกาเฟรที่ดื่มเหล้า By: - ครูจริงใจ- Date: พ.ค. 01, 2011, 04:11 PM
ว่ะอะลัยกุ้มมุสลาม ว่ะเราะห์มาตุ้ลลอฮฺฯ
คำตอบน่าจะอยู่ในกระทู้นี้ >>
ผู้ที่อยู่ในวงผู้กระทำผิด ..วัลลอฮฺ อะลัม
..
Re: การนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับกาเฟรที่ดื่มเหล้า By: Bangmud Date: พ.ค. 01, 2011, 07:22 PM

ผู้ใดศรัทธาในอัลลอฮฺและวันอาคิเราะฮฺ จะต้องไม่นั่งร่วมกับวงที่มีการดื่มน้ำเมาบันทึกโดยอะหฺมัดและติรฺมิซียฺ
โดยสภาพการทำงานของผมก็ต้องประสบปัญหาเดียวกับบังโยเหมือนกัน ได้แต่อิสติฆฟารฺไว้เสมอ ๆ
วัสสลาม
Re: การนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับกาเฟรที่ดื่มเหล้า By: กอ-กล้วย Date: พ.ค. 02, 2011, 10:00 PM
สมัยทำงานเมื่อนานมาแล้ว ก๊ะก็เคยประสบแบบโยเช่นกัน เข้าใจและเห็นใจอย่างยิ่ง
ขอบคุณน้องครูจิรงใจ สำหรับลิงก์ และขอบคุณเยาะห์หมัด สำหรับฮาดีษ ที่เอามาลง ญาซากุมุลลอฮุค็อยรอน
ป.ล. แอบฮาเยาะห์หมัดอ่ะ ^^
Re: การนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับกาเฟรที่ดื่มเหล้า By: JawhaR Date: พ.ค. 03, 2011, 01:07 PM
ญาซากุมุลลอฮุค็อยรอน พี่น้องทุกท่านกับความคิดเห็นและข้อชี้แนะครับ.....
ผมก็คงต้องพยายาม เลี่ยงให้มากที่สุด เท่าที่ทำได้ พร้อมกับการดุอาอ์ให้ห่างไกล
ปล. แอบฮาเช่นกันครับ ก๊ะวาตี ^^
Re: การนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับกาเฟรที่ดื่มเหล้า By: nada-yoru Date: พ.ค. 07, 2013, 10:00 PM
เป็นคนนึงที่เจอเหตุการณ์แบบนี้มาเช่นกันค่ะ
และทุกวันนี้ตั้งเจตนาเอาไว้ว่าจะไม่ไปนั่งในวงเหล้าอีกแล้ว
ไม่ใช่เพราะว่าอะไรเลยค่ะ...เพราะมันไม่ปลอดภัยเลย
สำหรับลูกผู้หญิง...
และเหมือนอัลลอฮฺเมตตา...เคยปฏิเสธงานเลี้ยงส่งรุ่นพี่
ในบริษัทไป เพราะว่าไปไม่ได้...และที่สำคัญ รู้ว่าสถานเลี้ยงส่ง
เป็นร้านเหล้าย่านทองหล่อ...ก็เลยคิดว่า เลี่ยงได้เลี่ยงดีกว่า
จึงหาเหตุไม่ไปงานนั้น แต่ก็ได้ฝากส่งของขวัญไปให้พี่เขา
เพราะการที่เราไม่ได้ไปมันไม่ได้หมายความว่าเรารังเกียจพี่เขา เพียงแต่เราไม่อาจเข้าร่วมงานดังกล่าวได้เท่านั้น...
และมักจะบอกคนอื่นๆเสมอว่า...
"งานไหนมีเหล้า ฉันไม่ไป..."
และพอดีงานดังกล่าวเกิดมีเหตุการณ์ไม่ดีขึ้น...
สร้างความเสื่อมเสียให้กับผู้จัดงาน เนื่องจากสุราเป็นต้นเหตุ
หลังจากนั้น เมื่อมีงานเลี้ยงในบริษัท เจ้านายก็จะห้ามนำสุรา
ขึ้นโต๊ะ โดยให้งานปลอดน้ำเมา...
เลยรู้สึกดีขึ้น...ที่เราสามารถไปร่วมงานได้ แม้จะกินอะไรไม่ได้
มาก นอกจากน้ำ ผักและผลไม้...
จึงคิดว่า...นี่คือความเมตตาของอัลลอฮฺ...
และทุกๆครั้ง...เวลาเพื่อนมีงานเลี้ยงเนื่องจากได้เลื่อนขั้น
ได้รับตำแหน่งใหม่...หากเป็นไปได้จะขอให้ไปกินเลี้ยง
ที่ร้านมุสลิมกัน เพราะยังไงเสีย ที่นั่นก็ไม่่มีน้ำเมา
อาหารก็ฮาลาล แม้จะทำให้เพื่อนๆหงอยๆไปบ้าง...
แต่สุดท้าย เมื่อไม่่มีสุรา ความวุ่นวายก็ไม่เกิด...
คอสุราก็อาจจะเหงาๆไป เลยได้โอกาสบอกเพื่อนว่า
น่ีคือ เหตุผลที่ฉันไม่ค่อยอยากออกไปงานเลี้ยง...
เพราะมันอาจทำให้พวกเธอกร่อยไง...
แต่ถ้ามีเหล้า...ฉันก็ไม่เอานะ...เพราะนี่คือความตั้งใจแล้ว...
หลังจากประกาศออกไปเช่นนั้น...ก็ไม่ค่อยมีใครมาชวนไป
งานเลี้ยงอย่างแต่ก่อนนัก...นานๆจะมีมาสักครั้ง
และแน่นอนว่า...คนที่มาชวน ย่อมรู้ดีว่า ที่ที่จะไป
ต้องไม่มีน้ำเมา...
ปล.จริงๆแล้วเราสามารถสนุกสนานเฮฮาตามประสาเพื่อนผอง
พี่น้องกันได้โดยไม่ต้องมีน้ำเมา...
ทุกวันนี้...จึงอยากขอบคุณพ่อกับแม่ที่ให้เราปักธงเอาไว้ในใจ
ว่าสิ่งใดที่เราต้องยึดเอาไว้เป็น"จุดยืน"และให้ยืนหยัด
อยู่บนจุดยืนนั้นให้ได้...แล้วคนอื่นๆเขาจะเข้าใจเราได้เอง...
ปล.อีกครั้ง...ขอบคุณแชมัดมากเลยค่ะที่นำหลักฐานดังกล่าว
มาให้อ่านกัน...
วัสลามค่ะ
Re: การนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับกาเฟรที่ดื่มเหล้า By: babyboy300 Date: พ.ค. 08, 2013, 10:13 PM

ทักทายด้วยรอยยิ้ม และจริงใจ ครับผมขอร่าวมเสนอความคิดเห็นของผมสักนิดนะครับ..........ถ้าใครเห็นเป็นการโอ้อวดผมก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยครับ........แต่ผมมีความคิดดีจะนำเสนอครับ. ถ้ามันจะทำให้อะไรๆดีขึ้นเพื่อเห็นแก่อัลลอฮ์และรอซูลนะครับ
คือผมจะหยิบยกเสนอวิธีแบบคนดะวะห์มานำเสนอนะครับ พอดีได้สนทนาแลกเปลี่ยนทัศนะความรู้กับกลุ่มตับลีคมาก็พอสมควรจะขอเสนอแนวทางดั้งนี้ครับ
1.ถ้าเรามองในมุมมองศาสนาในแนวทางของรอซูลแล้ว. เจ้านายที่ดื่มเหล้านั้น หาใช่ใครไม่ ก็คือ อุมมะ ประชาชาติแห่งศาสดา มูฮัมมัดของเรานี้เอง. .....คำว่าอุมมะนี้ มิได้จำกัดแค่ อิสลาม แต่ยังได้รวมถึง ผู้ที่ยังไม่ได้กล่าวกาลิมะชะฮาดะ ด้วย......การที่คนๆนั้น
มีพฤติกรรมไปในทางที่เสื่อมเสีย......ก็เป็นเพราะเค้าเหล่านั้นยังมิได้เข้าใจ...ในศาสนาเหมือนอย่างเรา......และเพราะอิสลามเองก็มิได้ให้สิทธิ์ทางศาสนา แก่คนต่างศาสนาอย่างที่รอซู้ลได้ กระทำไว้.....ด้วยเหตุนี้เราควรจะดูอาขอทางนำจากอัลลอฮ์ให้กับเค้าไปด้วย.....
2.แม้ศาสนาจะมีหลักการที่ห้ามการนั่งร่วมกันผู้ที่ดื่มเหล้าก็ตาม.......แต่เราควรหรือไม่ที่จะรักษาระเบียบมารยาทอันดีงามแห่งอิสลามเอาไว้ด้วย...แม้การใช้วิธีเลี่ยงจะได้ผลบ้างแต่ก็ ไม่เสมอไป
กระผมขอเสนอนะครับ......คือ ให้ปรึกษาเจ้านายคนนั้น ด้วยมารยาทอันดีงาม พูดจาดีๆกับเค้า. ว่าผมเป็นอิสลาม แล้วดื่มเหล้าไม่ได้....แล้วถ้าเค้ารับฟัง ก็ถือโอกาส อธิบายศาสนาให้เค้าได้รับรู้ จะได้ถือโอกาสเผยแผ่ศาสนาไปในตัวด้วยไป. ถือว่ายิงปืน 1 นัด ได้นกถึงสองตัว
3.พยายามดูอาต่อ อัลลอฮ์ ให้คนๆนี้ได้รับ ฮีดายะ และเป็นมุสลิม....เพื่อเค้าจะได้เข้าใจศาสนาบ้าง..คืออาศัยตอน ที่เจ้านาย ซอเล็มเรานี้หล่ะครับ. ดุอาเลย.... เพราะถ้าถูกซอเล็ม ก็จะไม่มีม่านกัน เรากับอัลลอฮ์........ฉะนั้น ขอฮีดายัตให้ไปเลย. จะได้ ทำหน้าที่ด้านศาสนา. และทำให้เค้าได้รู้จักอัลลอฮ์ ไปในตัวครับ...................อินชาอัลลอฮ์......ความคิดของผม..ที่ดีมาจากอัลลอฮ์ ที่แย่มาจาก ไซตอน.............ขออัลลอฮ์ทรงชี้นำแนวทางนะครับ