ณ รอมฎอนและการมีอยู่ของชีวิต.. By: - ครูจริงใจ- Date: ส.ค. 01, 2011, 04:48 PM
ณ รอมฎอนและการมีอยู่ของชีวิต..
หลังจากที่ฉันได้ยินข่าวคราวใครต่อใครหลายๆคน ต่างก็เอ่ยถึงและกล่าวถึงชื่อของเธอ พวกเขาเตรียมตัวและหัวใจที่จะรอพบกับเธอ
และแล้ววันนี้เธอก็มา สมกับที่ใครหลายคนต่างเฝ้าคอย
เธออาจไม่ได้เด่นหรือโด่งดังประมาณ อย่างชนิดที่ว่าเธอมาปรากฏตัวเมื่อไหร่จะเห็นมนุษย์กลุ่ม๑ ชูป้ายไฟโบกสะบัดขึ้นพร้อมต้อนรับเธอ
แต่เธอเป็นมากกว่านั้น โดยเฉพาะในวงการของผู้ศรัทธาแล้ว เธอคือ คนที่พวกเขาต่างเฝ้ารอ ให้เกียรติ และไฝ่ฝันอยากเจอปีแล้ว ปีเล่าอย่างไม่มีเบื่อ
หากจะมีใครสักคนในโลกล้าๆใบนี้ ออกตัวว่า เขาคนนั้นไม่รู้จักเธอ น่ากลัวเหลือเกินว่าคนๆนั้นอาจถูกพลพรรคคนรักรอมฎอนทั่วโลกประณาม และค่อนขอดให้ได้ว่าช่าง ‘เชยบรม’ อะไรเยี่ยงนี้ และยิ่งไม่ค่อยจะน่าให้อภัยด้วยซ้ำ หากคนพูดนั้นเป็นมุสลิมผู้ถูกบัญญัติให้ถือศีลอดในเดือนอันทรงเกียรตินี้ แต่คงอาจไม่ถึงกับต้องถูกเนรเทศอย่างใครบางคนเป็นแน่
เธอสำคัญแค่ไหนในหัวใจของหมู่ชนโอ้ รอมฎอน..
มันไม่สามารถอธิบายได้ว่าสถานะของรอมฎอนในหัวใจของแต่ละคนจะสำคัญขนาดไหน ที่แน่ๆ เคยมีเรื่องราวเล่าขานถึงรอมฎอนชนิดขนาดที่ว่าคนที่ไม่ได้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺก็ยังรู้จัก ได้ยินกิตติศัพท์และให้เกียรติเธอมาแล้ว ถ้าฉันจำไม่ผิดละก้อ มีเรื่องราว๑ เกี่ยวกับผู้ปฏิเสธที่เป็นมะยูซีย์ (บูชาไฟ) กับรอมฎอนถูกกล่าวไว้ว่า; ครั้ง๑ ซึ่งเป็นช่วงรอมฎอน มีเด็กชายคน๑ ได้ทานอาหารที่ตลาดซึ่งในตอนนั้นเป็นฤดูกาลถือศีลอดของชาวมุสลิม พ่อของเด็กซึ่งเป็นมะยูซีย์ทราบจึงตีลูกชายของเขาโทษฐานที่ไปกินอาหารในที่สาธารณะในขณะที่มุสลิมถือศีลอด ทั้งๆที่การถือศีลอดไม่ได้วายิบบนพวกเขาและรอมฎอนก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรกับพวกเขาขนาดนั้น
..แต่แล้วอัลลอฮฺก็ยังเลือกให้เกียรติเธอและส่งผ่านเรื่องราวของเธอให้พวกเราได้รับรู้ผ่านผู้คนเหล่านี้ โอ้รอมฎอน
ณ วันนี้ที่เธอมาถึง..
ฉันสัมผัสได้ว่า โลกที่เคยโหวกเหวกวุ่นวายคล้ายตลาดสดและแลดูเหมือนจะหมุนช้าลงอย่างอ่อนล้าว้าวุ่นใบนี้
กลับดูมีชีวิตชีวา สงบและเบิกบานขึ้นมาทันตาเห็น
จริงอยู่ว่า ณ วันที่เธอมาปรากฏตัวในปีนี้ เป็นวันอากาศอ้าวร้อน พาลให้อารมณ์เสียนิดๆ อยู่
แต่ถึงอย่างไรก็ดี ก็ยังจับได้ว่าพวกเราต่างก็ยังรู้สึกรื่นกาย สบายใจ ชื่นมื่นและยินดีกับการมาถึงของเธอ
จนทำให้อาการเซ็งจิตนั้นพลันหายไปสิ้นเพราะความงามและความดีที่เธอมี นำมาและใจดีแบ่งปันความน่ารักสู่โลกใบนี้
..ก็มิใช่เธอหรอกหรือที่มาพร้อมกับการเปิดของประตูสวรรค์ การปิดของประตูนรกและการถูกล่ามโซ่ของศัตรูตัวฉกาจอย่างอัชชะยาฏีน
..มิใช่เธอหรอกหรือที่มาพร้อมกับการคำมั่นสัญญาในทุกยุค ทุกสมัยว่าเธอถูกประทานมาเพื่อให้ประชาชาติอย่างเราๆได้
’ยำเกรง’..มิใช่เธอหรอกหรือที่เจ้าของสวนสวรรค์ได้สัญญาและตระเตรียมไว้แด่เฉพาะผู้ถือศีลอดในเดือนนี้ซึ่งประตูที่ชื่อ
‘อัรร็อยยาน’..มิใช่เธอหรอกหรือ ผู้สร้างแรงบันดาลใจและแรงกดดันให้เกิดนักฮะฟิซ กอรีย์และผู้คนซึ่งใคร่ครวญกุรอ่านมากมายในเดือนนี้
..มิใช่เธอหรอกหรือ ที่มาพร้อมกับความประเสริฐและมากราคาอย่างทบทวีคูณในทุกๆอะมั้ลของลูกหลานอาดัม
เพราะเธอ ..โอ้รอมฎอน บ่าวคน๑ จึงอดตาหลับ ขับตานอนเพื่อให้ได้มาซึ่งกิยามุลลัยน์อันเปี่ยมไปด้วยน้ำตาแห่งการขออภัยโทษ ขอความใกล้ชิดและดื่มด่ำกับความเมตตาต่อเจ้าของชีวิต
เพราะเธอ ..โอ้รอมฎอน บ่าวคน๑ จึงยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้ได้เป็นบุคคลที่พระองค์ทรงรัก เอ็นดูและพอใจที่สุด
เพราะเธอ ..โอ้รอมฎอน เธอเป็นที่มาแห่งความเป็นเอกภาพของโลกใบนี้..ที่ทำให้คนทั้งโลกยอมงดเว้น จากการกิน การดื่มและการงานที่ไร้สาระทั้งปวงเพื่อพระเจ้าองค์เดียว (อะฮัด) ของพวกเขา
เพราะเธอ ..โอ้รอมฎอน เธอทำให้คนที่อัลลอฮฺทรงเมตตาให้พวกเขาร่ำรวยและได้รับความเมตตาในโลกใบนี้ ได้เข้าถึงและเข้าใจในหัวอกของผู้ที่อัลลอฮฺทดสอบความยากจนแก่เขาในโลกใบนี้ว่า ตลอดระยะเวลาที่ท้องหิวนั้น คนยากจนเขามีความรู้สึกอย่างไรกัน ..แล้ววันนี้คนเหล่านั้นจึงได้รับรู้..
เพราะเธอ ..โอ้รอมฎอน เธอสามารถทำให้คนๆ ๑ ที่พูดมากอย่างไร้สาระไม่มีแก่นสาร เป็นคนสุขุม พูดจาดีมีมารยาทมากขึ้นเพียงเพราะเมื่อมีอารมณ์จะตอบสนองสิ่งไร้สาระนั้น เขากล่าวว่า ‘อินนี ซออิมุ้น = แท้จริงฉันนั้นถือศีลอด’
เพราะเธอ ..โอ้รอมฎอน เธอมาพร้อมกับค่ำคืนอันทรงเกียรติและมีค่ายิ่งกว่าหนึ่งพันเดือนที่ใครๆต่างเฟ้นหาและอยากเจอกับคืนนี้- ลัยละตุ้ลก็อดริ์
เพราะเธอ ..โอ้รอมฎอน เธอทำให้ทุกอณู ทุกหย่อมหญ้า และบรรยากาศของโลกที่เคยเฉาและหลากวุ่นใบนี้เปลี่ยนแปลงไป..
มัคลู๊กทุกอย่างดูเคลื่อนไหวอย่างมีชีวิตชีวา ทุกอย่างดูมีสีสันอบอวลไปด้วยความสนุกและความน่ารักของเธอ
ด้วยความดีงามนทุกห้วงอณูที่มาพร้อมกับเธอที่เจ้าของโลกใบนี้ส่งเธอมา
พวกเราหลายคนที่นี่ ต่างก็โชคดีสุขขีเหลือเกินที่มีโอกาสและได้รับเกียรติให้เป็น ๑ ในผู้ต้อนรับการมาถึงของเธอ
โชคดีขนาดไหน ณ วันนี้เราต่างก็มีโอกาสได้เจอการมาบรรจบของแขกที่น่ารักที่สุดในโลก..อย่างรอมฎอน
ถามตัวเองว่าโอกาสครั้งที่แล้ว เราได้ต้อนรับและปฏิบัติตัวเป็นบ่าวที่ดีแค่ไหน
รอมฎอนปีนี้อาจเป็นรอมฎอนที่เราหลายคนอาจได้แก้ตัว ใกล้ชิดและสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่ส่งรอมฎอนมายังเราอีกครา
เพราะไม่มีใครสามารถรับประกันได้ว่า ‘รอมฎอน’ ต่อไปโอกาสทองนี้จะเป็นของเราอีกหรือไม่- -ไม่มีใครสามารถรับประกันให้เราได้เลย..ไม่มีเลยสักคน
ขอให้ทุกเราได้มีโอกาสครอบครองและใกล้ชิดกับรอมฎอนอย่างสุดจิตสุดใจสมกับที่รอคอยมาเกือบขวบปี
และขอให้ทุกวันและชีวิตต่อจากนี้ของเราเป็นรอมฎอนที่มีคุณค่า –และขอให้ทุกๆวันของเราเป็นรอมฎอนตลอดไป
บันทึกรอมฎอน..
ณ ๑ รอมฎอน 1432 ฮิจญเราะฮฺ ตรงกับวันจันทร์ที่ ๑ สิงหาคม 2554
Re: ณ รอมฎอนและการมีอยู่ของชีวิต.. By: - ครูจริงใจ- Date: ส.ค. 01, 2011, 04:53 PM
รอมฎอนอัลกะรีม..
สุขสันต์รอมฎอนแด่ทุกท่าน

ขอมะอัฟพี่น้องทุกคน ทุกความผิดพลาด ทุกรูปแบบ ไว้ ณ ที่นี้ด้วยน้อ..
ขอให้เราทุกคนได้ดื่มด่ำ ตักตวงและได้เป็นบ่าวที่ใกล้ชิดเจ้าของชีวิตมากขึ้น อินชาอัลลอฮฺ
อย่าลืมกันและกันในดุอาอฺนะคะ
และโปรดอย่าลืมดุอาอฺให้แก่พี่น้องเราในดินแดนที่ถูกอธรรมทั้งหลายด้วยเน่อ
Re: ณ รอมฎอนและการมีอยู่ของชีวิต.. By: musalmarn Date: ส.ค. 05, 2011, 02:58 AM
ขออนุญาต นำลงใน ริซาละฮ ญุมอัต ครับ
ญาซากิลลาฮ ฮุ ค๊อยร
Re: ณ รอมฎอนและการมีอยู่ของชีวิต.. By: - ครูจริงใจ- Date: ส.ค. 11, 2011, 03:57 PM
ว่ะอี๊ยากา
ตามสบายเลยคะ ท่านมูซัลมารณ
ปล. ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตคะ เอาไปใช้ได้ตามสบายเลย ฮาล้าลทุกสิ่งอัน
Re: ณ รอมฎอนและการมีอยู่ของชีวิต.. By: Bangmud Date: ก.ค. 19, 2012, 08:58 AM

ไม่มีใครเขียนบทความใหม่ ๆ ก็ขุดบทความเก่า ๆ แต่มีคุณค่ามาอ่าน
วัสสลาม
Re: ณ รอมฎอนและการมีอยู่ของชีวิต.. By: nada-yoru Date: ธ.ค. 24, 2014, 03:54 PM

ไม่มีใครเขียนบทความใหม่ ๆ ก็ขุดบทความเก่า ๆ แต่มีคุณค่ามาอ่าน
วัสสลาม
ปีนี้ขอขุดด้วยคนค่ะ...
แม้จะเป็นการขุดในช่วงเดือนรอบีอุ้ลเอาวาลก็ตาม...
อ่านตอนสุดท้ายแล้วน้ำตาคลอเบ้า เพราะนึกถึงใครคนหนึ่งที่เพิ่งจากไป
เมื่อหลายวันก่อน...รอมาฎอนที่ผ่านมา เขาคนนั้นยังคงย่างปลาดุกขาย
ทำอาหารขายในช่วงใกล้ละศีลอดในทุกๆวัน แม้จะแก่เฒ่าชรา
ก็ยังขยันขันแข็ง...ทุกครั้งที่ปั่นจักรยานผ่านร้านเขาผู้นั้น...ก็มักจะหยุดทักทาย
พูดคุยด้วย...และสั่งจองปลาดุกประจำว่าจะกลับมาเอาเมื่อขากลับ...
เนื่องจากเราไม่เคยพูดคุยทักทายกันเลยในชีวิต เพราะเหมือนคนแก่
กับคนหนุ่มสาวจะมีช่องว่างที่ห่างกันไกลเสมอ และเพราะคนหนุ่มสาวเอง
ก็ไม่ได้อยู่กับบ้านเกิดนัก เดินทางไกล อยู่แดนไกล...
นึกแล้วก็ประทับใจว่าการได้กลับสู่บ้านเกิด ได้ถือศีลอดที่บ้านเกิดนั้น
ช่างอบอุ่นจริงๆ ยิ่งการได้พูดคุยยิ้มแย้มกับเขาผู้นั้นที่ชีวิตนี้แทบจะไม่ค่อยได้พบปะ
พูดคุยกันเลย...ก็ได้มีโอกาสได้หยิบยื่นสิ่งดีๆมอบถ้อยคำดีๆต่อกัน
ในเดือนรอมาฎอนที่ผ่านมา
ถ้าถามว่า รอมาฎอน คือเดือนอันประเสริฐแค่ไหนคงบรรยายยาก
แต่รู้ว่า รอมาฎอนที่ผ่านมาเปิดโอกาสให้คนที่ไม่ได้คุยกันมาเลยเกือบทั้งชีวิต
ได้คุยกันในฐานะผู้ร่วมหมู่บ้านเดียวกัน...แปลกแต่จริง...
และเมื่อรอมาฎอนจากไป เราก็เดินทางจากที่นั่นมา...
พร้อมกับข่าวการจากไปของบุคคลผู้นั้น ที่รอมาฎอนปีต่อมาเขาคงไม่ได้
มานั่งย่างปลาดุกหรือหุงหาอาหารให้ผู้ละศีลอดอีกแล้ว...
และแน่นอน...เราจะไม่มีวันแน่ใจได้เลยว่า ตัวเราเองจะอยู่ถึงรอมาฎอน
ที่จะมาถึงอีกหรือไม่...
คนดีไม่ว่าจะซ่อนตัวอยู่ ณ ที่ใด...เชื่อว่าหัวใจเราจะค้นหาจนเจอ...
เพียงแค่เราเปิดหัวใจให้กว้าง...
รอมฎอนไม่ได้ผ่านมาแล้วผ่านเลยไปอย่างเช่นสิ่งอื่นๆ...
ทุกๆรอมฎอนมีความหมายเสมอ...มีความทรงจำที่ดีเสมอ...
และทรงคุณค่าเสมอ...