กระดานเสวนานักศึกษาอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์ ชี้แจงแนวทางอะฮฺลิสสุนนะฮ์ฯ
Pages: 12345
Re: เมื่อบัรซันยีถูกวิจารณ์ By: ILHAM Date: เม.ย. 08, 2008, 04:06 PM
ผมคิดว่าใช้คำว่า พิธีกรรม มันดูยังไงๆอยู่นา
Re: เมื่อบัรซันยีถูกวิจารณ์ By: ۞QolbunSaleem۞ Date: เม.ย. 08, 2008, 04:39 PM
 salam
เปลี่ยนก็ได้ครับ เป็นพิธีต่างๆ....มะอัฟด้วยครับหากผิดพลาด...

อีกประเด็นหนึ่งที่ผมจับความได้คือ อาจารย์ทั้งสองเขาวิจารย์ว่า ไม่ได้อ่านบัรซันญีเพื่อเป็นอุทาหรณ์ของประวัตินบีหรอก แต่บ้านเราอ่ะ อ่านบัรซันญีเป็นส่วนหนึ่งของพิธีต่างๆ เช่นเมาลิด ขึ้นบ้านใหม่ เป็นต้น ซึ่งมันไม่มีในแบบฉบับของท่านนบี ซึ่งทำไมหล่ะจะอ่านบัรซันญี ตอนว่างๆอ่านเพื่อให้ได้ความรู้ไม่ได้หรอ..ทำไมหล่ะ ต้องไปอ่านในพิธีอยู่ร่ำไป เสมือนกับเป็นส่วนหนึ่งของพิธีและเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ซะด้วยสิ อาจารย์อัซฮารี คิดว่าอย่างไรครับ กับคำวิจารย์นี้...
Re: เมื่อบัรซันยีถูกวิจารณ์ By: قطوف من أزاهير النور Date: เม.ย. 08, 2008, 08:29 PM
 salam


สำหรับไฟลนั้นยังไม่ได้เปิดฟังเลยไม่แน่ใจว่าวิจารณ์ด้านไหนกันแน่ = ='  แต่ต้องเข้าใจว่าเวลาวิจารณ์ ต้องวิจารณ์ทีละประเด็น จะวิจารณ์บัรซันญี หรือวิจารณ์พีธีต่าง ๆ ซึ่ง พิธีอะไรที่กล่าวถึง ลองค้น ๆ ดู ในเวบนี้ชี้แจงกันไปแล้วพอสมควร ..

แต่อัลฮัมดุลิ้ลลา ดีนะเนี่ย ถ้าไม่มีคนลุกขึ้นมาวิจารณ์บัรซันญี ชาและผู้ไม่รู้อีกหลายคน ก็จะยังไม่รู้ต่อไปว่าเป็นหนังสืออะไร รู้แต่ว่าทำบุญทีไรผู้ใหญ่ใช้ให้ไปหยิบกันทุกที  ;D ;D   ก็ถือเป็นเรื่องดีที่ได้หยิบมาชี้แจงกัน  แต่อย่างน้อยอีกฝ่ายก็ต้องตระหนักในคำวิจารณ์ด้วยว่าผิดถูก หรือใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมอย่างไร

เนี่ยล่ะ ถึงจะเรียกว่า การตักเตือนจะยังประโยชน์ทั้งผู้เอ่ยและผู้ได้รับถ้อยคำนั้น อินชาอัลลอฮฺ  loveit:

 
Re: เมื่อบัรซันยีถูกวิจารณ์ By: ILHAM Date: เม.ย. 08, 2008, 08:51 PM
ผมอยากได้ยินซางีแบบแปลภาษาไทยครับ แบบว่ากลอนแปด แล้วผู้ใหญ่เขาก็อ่านกันเป็นทำนองเสนาะ มีหรือเปล่าครับ ซางีภาษาไทย
ถ้าไม่มีใครเริ่มแปล พวกเรามาช่วยกันทำเอามั๊ย ช่วยกันแต่งกลอนให้คล้องจองคนละนิดละหน่อย พอจบก็เอามารวมเล่ม เป็นความคิดที่ดีนะผมว่า
ขนาดภาษานายูยังมีซางีแบบปาตงเลย แล้วทำไมภาษาไทยจะมีซางีแบบกลอนมั่งไม่ได้ ว่ามั๊ยครับพี่ๆทั้งหลาย
Re: เมื่อบัรซันยีถูกวิจารณ์ By: al-azhary Date: เม.ย. 08, 2008, 09:10 PM
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมจับความได้คือ อาจารย์ทั้งสองเขาวิจารย์ว่า ไม่ได้อ่านบัรซันญีเพื่อเป็นอุทาหรณ์ของประวัตินบีหรอก

وعليكم السلام ورحمة الله وبكاته

ผมขออยากเรียนกับคุณ  *Qolbun_saleem* อย่างนี้นะครับว่า  การรับฟังการวิจารณ์ของอาจารย์ทั้งสองนี้  ต้องพิเคราะห์และวิจารณ์ถึงความถูกต้องด้วย  การใช้ถ้อยคำนั้น  เราอย่าไปเลียนแบบอาจารย์สองคนนี้  เพราะไม่ค่อยมีอัคลาคอิสลามจริง ๆ ครับ   พูดว่าตอแหล  โกหก  คนมีคุณธรรมเขาพูดกันซ่ะเมื่อไร่ล่ะครับ  ยิ่งกว่านั้น  จุดยืนของทั้งสองในการกล่าวว่าหนังสือตอแหล โกหก นั้น  ยังไปแกว่งเท้ากระทบกับตำราของนักฮะดิษที่บันทึกประวัติศาสตร์คนอื่น ๆ อีกมากมายในเชิงหลักการ   ผมขอบอกตรงนี้เลยนะครับว่า  ส่วนหนึ่งจากแรงผลักดันในการทำเว็บไซต์นี้ขึ้นมา  เพราะไม่อยากทนรับฟังคำพูดแบบไม่ค่อยมีอัคคาคอิสลามจากบรรดาอาจารย์เหล่านั้น   คุณสังเกตุดูได้เลยครับว่า  บรรดาอาจารย์ทั้งหลายที่เว็บนี้มักพาดพิงและอ้างอิงมาจากวิจารณ์นั้น  คือบรรดาอาจารย์ทีมนี้เท่านั้น  ส่วนบรรดาอาจารย์สายซุนนะฮ์ท่าน ๆ อื่นอีกมากมาย  เราไม่เคยแตะต้องแม้สักนิดเดียว

ส่วนคำพูดที่ว่า  " ไม่ได้อ่านบัรซันญีเพื่อเป็นอุทาหรณ์ของประวัตินบีหรอก"  ผมขอตอบว่า   เป็นอุทาหรณ์ในการรำลึกถึงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมครับ  เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่าบัรซันญีย์นั้น  กล่าวถึงประวัติของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  และมีการศ่อลาวาต  แต่ทว่าอุทาหรณ์และการรำลึกที่ได้รับจะมากจะน้อย  ก็วัดกันที่คนเข้าใจเนื้อหาบันซันญีย์มากน้อยเพียงใด   แต่หากไม่เข้าใจภาษาอาหรับซึ่งเป็นคนส่วนมากเสียด้วย  อย่างน้อยเขาทำการศ่อลาวาตและทำให้ใจรักต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ก็ถือว่าได้ประโยชน์แล้ว

ส่วนเรื่องความเข้าใจความหมายประวัตินบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ในบทกวีบัรซันญีย์นั้น  ผมได้เสนอความเห็นในสิ่งที่น่าจะเป็นกับพี่น้องไปแล้วในกระทู้อื่นที่ผ่านมา  ซึ่งมีดังนี้ครับ     

 "ความจริงเมื่ออ่านบัรซันญีแล้ว  ก็สมควรที่จะมีผู้รู้แปลและอธิบายเกี่ยวกับชีวประวัติและคุณความดีต่าง ๆ ให้กับท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม   ผมเข้าใจว่า  บัรซันญีนั้น  มุฟตีแห่งมะดีนะฮ์ยุคก่อน  ได้ทำการประพันธ์มันขึ้นมา แล้วให้อาหรับนำมาอ่านกัน  ซึ่งบัรซันญีเป็นโคลงกวี  มีความสละสลวยในถ้อยคำ  อีกทั้งยังทราบถึงประวัติและความดีงามของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมอีกด้วย  แต่นั่นสำหรับคนอาหรับ  แต่คนไทยส่วนมากไม่เข้าใจ  แต่ได้ผลบุญการซอลาวาตนบี  แต่ผมว่าเราน่าจะให้มีผู้รู้เคยแปลและบรรยายด้วย  เพื่อจะได้สมบูรณ์ในเป้าหมายของเมาลิด  ที่ผมพูดมานั้น  เพราะเมื่อมีการอ่านบัรซันญีแล้ว  ปู่ของผมเคยทำการแปลบัรซันญีและบรรยายประวัตินบี  โดยยกอายะฮ์อัลกุรอานและฮะดิษมาเสริม  ผมบังคิดเลยว่า  ทำแบบนี้แหละที่ตรงเป้าหมายของการทำเมาลิดแบบการอ่านบัรซันญี" ดูกระทู้นี้

ผมทราบข่าวมาว่า ท่านจุฬาราชมนตรี  บางครั้งไม่อ่านบัรซันญีย์  แต่เปิดบันซันญีย์แปลและบรรยายประวัติและคุณความดีของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  นี่แหละครับส่วนหนึ่งจากเป้าหมายในการทำเมาลิดรำลึกถึงนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

วัลลอฮุอะลัม
Re: เมื่อบัรซันยีถูกวิจารณ์ By: Deeneeyah Date: เม.ย. 08, 2008, 09:55 PM
 salam

ไม่รู้นะ คนผู้ใหญ่ แถวบ้านผมเล่าให้ฟังว่า สมัยก่อน เมื่อว่างเว้นจากการทำนา  นอกเหนือจากการอ่านกุรอ่านซึ่งอ่านกันอยู่เป็นประจำแล้ว  บัรซันยี เป็นสิ่งที่อ่านกันเมื่อยามว่าง   happy2:

รวมถึงการอ่านเพื่อกล่อมเด็กอีกด้วย

แสดงว่าคนสมัยก่อนไม่ได้อ่านเป็นพิธีกรรมอะไรหรอก,  สิ่งที่คนผู้ใหญ่สมัยก่อนทำเป็นประเพณีก็ใช่ว่าจะผิดทั้งหมด บางเรื่องบางราวยังเป็นสิ่งที่ศาสนาส่งเสริมด้วยซ้ำไป 

Re: เมื่อบัรซันยีถูกวิจารณ์ By: sufriyan Date: เม.ย. 08, 2008, 10:03 PM
อ้างถึง
ท่านอาจารย์เห็นว่าอย่างไรครับ กับคำวิจารย์ที่ว่า ทำไมหล่ะ จะทำพิธีกรรมอะไร ทำไมถึงต้องนำหนังสือบัรซันญีมาอ่านอยู่ร่ำไป สมัยนบีก็ไม่ได้อ่านบัรซันญี ซอฮาบะห์จะทำพิธีอะไรก็ไม่ได้อ่านบัรซันญี ผมว่าอาจารย์ทั้งสองท่านเขาวิจารย์ในประเด็นนี้นะครับ  เขาไม่ได้วิจารย์ในประเด็นที่ว่าหนังสือนี้ไม่มีในสมัยนบี ฯซักหน่อย

นั่นคือประเด็นหนึ่งครับ  แต่อีกประเด็นหนึ่ง การที่ท่านกล่าวว่าเรื่องราวในบัรซันยีนั้น ตอแหล ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่เราจะมาถามอาจารย์ต่างๆว่า ตอแหลจริงหรือไม่
เสร็จงานแล้ว มาว่ากันต่อครับ
Re: เมื่อบัรซันยีถูกวิจารณ์ By: al-azhary Date: เม.ย. 08, 2008, 10:20 PM
แต่บ้านเราอ่ะ อ่านบัรซันญีเป็นส่วนหนึ่งของพิธีต่างๆ เช่นเมาลิด ขึ้นบ้านใหม่ เป็นต้น ซึ่งมันไม่มีในแบบฉบับของท่านนบี ซึ่งทำไมหล่ะจะอ่านบัรซันญี ตอนว่างๆอ่านเพื่อให้ได้ความรู้ไม่ได้หรอ..ทำไมหล่ะ ต้องไปอ่านในพิธีอยู่ร่ำไป เสมือนกับเป็นส่วนหนึ่งของพิธีและเป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ซะด้วยสิ อาจารย์อัซฮารี คิดว่าอย่างไรครับ กับคำวิจารย์นี้...

การอ่านบัรซันญีย์นั้น  มันเป็นหนังสือประวัตินบีในเชิงบทกวี  มีความไพเราะและท่วงทำนองในเชิงบทกวีอาหรับ  ซึ่งบทกวีต่าง ๆ เหล่านั้น  ได้กล่าวถึงชีวประวัติและคุณงามความดีต่าง ๆ ของท่านนบี  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ซึ่งจะเอามาอ่านตอนใหนก็ได้  และไม่มีใครไปห้ามให้อ่านบัรซันญีเวลานั้นเวลานี้เลยครับ  ดังนั้น  การถามว่า  "ตอนว่าง ๆ อ่านเพื่อให้ได้ความรู้ไม่ได้หรอ.." นั้น จึงเป็นคำถามที่ผิดครับ  ที่เป็นคำถามผิดก็เพราะว่าไม่มีใครไปห้ามให้อ่านบัรซันญีย์เวลานั้นเวลานี้หรอกครับ

มุสลิมเราเนี่ย  เวลาได้รับริสกีดี ๆ หรือมีความดีใจที่ได้รับสิ่งอำนวยสุข  ก็จะระลึกถึงผู้ที่เรารัก  นั่นคือ  อัลเลาะฮ์และร่อซูลของพระองค์   เวลาปลูกบ้านเสร็จ  ก็ดีใจที่อัลเลาะฮ์ทรงประทานที่อยู่อาศัยให้สุขสบายไม่ต้องไประเหเร่ร่อน  และมีพี่น้องที่จากไปนานหวนกลับมาสู่บ้านเกิด  หรือได้รับสิ่ง ๆ ดี  ริสกีดี ๆ  คนเรารักจะชุโกรต่ออัลเลาะฮ์  ด้วยการเลี้ยงอาหาร  บางครอบครัวทำงานมีรายได้แต่ละปีก็มากมาย  เลยอยากทำบุญชุโกรต่ออัลเลาะฮ์ด้วยการเลี้ยงอาหารกับพี่น้อง  แต่ความดีใจและการชุโกรต่อสิ่งที่อัลเลาะฮ์ทรงประทานให้นั้น  พี่น้องบางส่วนจะไม่ลืมท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ผู้เป็นศาสนทูตและเป็นความเมตตาต่อมนุษย์ชาติ  จะไม่ลืมพ่อแม่และญาติพี่น้องผู้ศรัทธาที่ล่วงลับก่อนหน้าเราไปแล้วที่มีบุญคุณอุตสาห์เลี้ยงดูและสร้างรากสร้างฐานในการดำเนินชีวิตของลูกหลายรุ่นหลัง  ดังนั้น  ความรักอย่างเป็นลำดับต่ออัลเลาะฮ์  หลังจากนั้น  ท่านร่อซูลุลลอฮ์  ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  หลังจากนั้นความรักในพ่อแม่ที่มีบุญคุณหรือญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปก่อนหน้าเรานั้น   ทำให้เรารู้สึกถึงการกตัญญูรู้คุณ  คือ  กตัญญูรู้คุณชุโกรต่ออัลเลาะฮ์ซึ่งให้เราได้มีการเป็นอยู่ที่ดีและเรี่ยงทำอิบาดะฮ์   กตัญญูรู้คุณต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ผู้นำอิสลามมาให้แก่เรา  และกตัญญูรู้คุณต่อบรรดาพ่อแม่และผู้ที่เลี้ยงดูพ่อแม่เรามา   ดังนี้แหละครับ  เมื่อเรามีความดีใจมีความปิติยินดีอะไรสักอย่าง  เราก็จะวอนขอดุอาอ์ชุโกรต่ออัลเลาะฮ์  ทำการรำลึกศ่อลาวาตต่อท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิซัลลัม  และทำการอัลกุรอาน  ซิกรุลลอฮ์  อิสติฆฟาร  และขอดุอาอ์ต่ออัลเลาะฮ์ให้พระองค์ทรงมอบผลบุญในการเลี้ยงอาหาร  การอ่านอัลกุรอาน  การอิสติฆฟารนี้  มอบให้แด่บรรดาผู้มีศรัทธาผู้มีบุญคุณที่ล่วงลับก่อนหน้าเราไปแล้ว

ผมขอถามหน่อยครับ  คำว่า  "พิธีกรรม"  นั้น  มันคืออะไรกัน  ภาษาอาหรับเรียกว่าอะไร?  พิธีกรรมตามทัศนะของอาจารย์วะฮาบีย์ทั้งสองคนนั้น  คือการทำอีซีกุโบรหรือทำตะฮ์ลีล  ใช่ไหม?  การอ่านอายะฮ์อัลกุรอาน  การซิกรุลลอฮ์  การอิสติฆฟาร  แล้วขอดุอาต่ออัลเลาะฮ์ให้มอบผลบุญแก่ผู้ศรัทธาที่ล่วงลับก่อนหน้าเราไปแล้วนั้น  มันเป็นสิ่งที่นอกเหนือจากอัลอิสลามหรือครับ!  คำว่า  "อิลาฮะฎ่อร่อตินนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม...."  แปลว่า  การปลุกหรืออันเชิญดวงวิญญาณของท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม  ตามที่อาจารย์วะฮาบีย์สองคนเคยพูดไว้หรือครับ?  แปลก็ผิด  ยกเมฆ  ศัพท์ง่าย ๆ ยังแปลกันไม่ถูก  ว่าง ๆ ผมจะวิจารณ์เรื่องอีซีกุโบรที่อาจารย์สองคนนี้เคยพูดไว้  อินชาอัลเลาะฮ์  รับรองว่ามีข้อผิดพลาดบาระนาเลยล่ะครับ

วัลลอฮุอะลัม     
Re: เมื่อบัรซันยีถูกวิจารณ์ By: sufriyan Date: เม.ย. 08, 2008, 10:35 PM
ต่อครับ
วันที่นาบีจะออก (เค้าใช้คำนี้) ท่านหญิงอาซียะ (เมียของฟิรอูน) มาปรากฎตัวต่อหน้าท่านหญิงอามีนะห์ และท่านหญิงมัรยัม  แม่ของนาบีอีซา (ดูมันโกหก) และมีนางฟ้ามาปรากฎตัว ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก                  "ท่านอาจารย์บอกว่า ตอนนี้เค้าจะเอามือจับไอ้นั่นยืนกัน " (หมายถึงยืนซอลาหวาด)     
อ.ฟ   กล่าวว่า  ตำราเล่มนี้ถ้าเปรียบก็เหมือน กาพสุนทรภู่  หรืออาขยาน  พอๆกัน  แค่มีบางส่วนเป็นประวัตินาบี แถมยังมีบางส่วนเป็นนิทาน เลอะเทอะ  ที่มันฉุดอากีดะห์ของเราให้หลุดออกจากอิสลาม   เช่น เรือง บรรดานาบีมาหา  ในฝัน  และเรื่องท่านหญิงอาซียะ มาหา (ไม่ใช่ในฝัน) ตายไปในยุคตั้งเท่าไหร่แล้ว  ถามว่าคนตายไปแล้วมาจริงๆได้มั้ย  อากีดะห์ของมุสลิม คนตายไปแล้วมาจริงๆได้มั้ย   นี่คือนิยายที่สวนทางกับอัลกุรอ่าน

Re: เมื่อบัรซันยีถูกวิจารณ์ By: ILHAM Date: เม.ย. 08, 2008, 10:42 PM
ต่อครับ
วันที่นาบีจะออก (เค้าใช้คำนี้) ท่านหญิงอาซียะ (เมียของฟิรอูน) มาปรากฎตัวต่อหน้าท่านหญิงอามีนะห์ และท่านหญิงมัรยัม  แม่ของนาบีอีซา (ดูมันโกหก) และมีนางฟ้ามาปรากฎตัว ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องโกหก                  "ท่านอาจารย์บอกว่า ตอนนี้เค้าจะเอามือจับไอ้นั่นยืนกัน " (หมายถึงยืนซอลาหวาด)     
เขาไม่รู้ระเอาตั้งไหนครับ ไม่ได้จับ 555555 ไขว้หลังก้มี คิดได้ไงวะ
 แต่บทซางีที่กล่าวมาข้างต้นก็คุ้นๆดีนะ เคยอ่านด้วยหรือ 5555 แสดงว่าเคยอ่านด้วย งั้นพี่ก็อ่าน
Re: เมื่อบัรซันยีถูกวิจารณ์ By: الفاروق Date: เม.ย. 08, 2008, 10:45 PM
ท่านอาจารย์บอกว่า ตอนนี้เค้าจะเอามือจับไอ้นั่นยืนกัน " (หมายถึงยืนซอลาหวาด)     

ซึ้งเลยครับ  กับอาจารย์วะฮาบีย์ท่านนี้  ขนาดยืนยังพูดไปได้ว่า  พี่น้องที่ยืนเอามือมาจับ****แล้วยืนศ่อลาวาตนบี (ซ.ล.)   ถือว่าเป็นคำพูดที่น่าอายและหยาบโลนครับ  ซึ่งผู้รู้ที่มีคุณธรรมเขาไม่พูดกันหรอกครับ
Re: เมื่อบัรซันยีถูกวิจารณ์ By: Deeneeyah Date: เม.ย. 08, 2008, 10:50 PM
 salam

ถ้านักวิชาการที่มีจรรยามารยาทแบบนี้  ถือว่าเป็นคน "ดออีฟ" หรือเปล่าครับ
Re: เมื่อบัรซันยีถูกวิจารณ์ By: sufriyan Date: เม.ย. 08, 2008, 10:54 PM
[/color]
Re: เมื่อบัรซันยีถูกวิจารณ์ By: sufriyan Date: เม.ย. 08, 2008, 11:00 PM
 salam
อีกเรือง อ.ทั้งสองมักจะเล่า ว่าเมื่อมีการทำเมาลิด ก็จะมีการพรวดขึ้นไปบนบ้านผู้คนต่างๆ  ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดบทบัญญัติศาสนา เพราะไม่มีการขออนุญาติเจ้าของบ้านก่อน


ใครมีข้อมูลเรื่องเหล่านี้เล่าให้ฟังหน่อยครับ ผมไม่เคยได้ยินเลย เพิ่งมาได้ยินครั้งแรกก็ตอนฟังบรรยายจากอ.ทั้งสองนะครับ




Re: เมื่อบัรซันยีถูกวิจารณ์ By: الفاروق Date: เม.ย. 08, 2008, 11:34 PM
salam

ถ้านักวิชาการที่มีจรรยามารยาทแบบนี้  ถือว่าเป็นคน "ดออีฟ" หรือเปล่าครับ

ตามหลักฮะดิษ  ถือว่านำมายึดถือในคำพูดไม่ได้เลยแม้แต่น้อย  คือหมดสิ้นความเป็นนักวิชาการครับ