คณะเก่าและคณะใหม่ By: M. Rodee Date: ก.ย. 30, 2008, 07:11 PM
salam
ได้นั่งคิดว่า คือ พูด แบบวัยรุ่นเลยนะคับ จะได้เข้าใจง่าย เดี๋ยวนี้ มีคนคนะเก่าอะ รับ คนะใหม่ เยอะเหลือเกิน แต่ไม่เหนเลยว่าจะมีจากคนะใหม่รับคนะเก่า มันแปลกดี ที่ว่า นับวัน คนะใหม่ ยิ่ง เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่ผมยกมานี้นะคับ ไม่ได้แบ่งแยกเปนกลุ่มๆ นะคับ แต่มันเปนจากการสังเกตดูของผม ผมจึงเข้ามาเขียน
Re: เก่า ใหม่ By: al-azhary Date: ต.ค. 02, 2008, 07:02 AM
salam
ขอให้พี่น้องช่วยกันออกความเห็นได้เลยครับ แต่ขอให้อยู่ในเชิงวิชาการนะครับ

Re: คณะเก่าและคณะใหม่ By: ۞QolbunSaleem۞ Date: ต.ค. 02, 2008, 08:57 AM
salam
กระทู้ล่อเป้าไปหรือเปล่า เห็นด้วยที่จะให้พูดในเชิงวิชาการ แต่ก็ไม่วายเห็นผู้มักง่ายใช้คำพูดไม่เหมาะสมอยู่เสมอๆ
Re: คณะเก่าและคณะใหม่ By: ad-dalawy Date: ต.ค. 02, 2008, 09:02 AM
ผมเองก็รู้สึกแบบนั้นเช่นกันแหละครับ แต่ผมเองก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรมากมาย การที่วัยรุ่นปัจจุบันเป้นวะฮาบีย์กันเยอะนั้น ผมเองคิดว่ามีสาเหตุ อยู่หลายประการด้วยกันที่ทำให้วัยรุ่นสมัยนี้เป็นวะฮาบีย์กันเยอะ อาทิเช่น
1. วะฮาบีย์นั้นเป็นกลุ่มนักศาสนา ที่อาศัยแนวทางทางการเมืองเป็นตัวช่วยในการเผยแผ่ศาสนา ดังนั้น จึงมีกำลังเงินมากมายที่จะใช้ในการเผยแผ่แนวทางของวะฮาบีย์อย่างไม่มีอั้น
2. วัยรุ่นที่เป็นวะฮาบีย์เหล่านั้นล้วนเป็นวัยรุ่น ที่เรียนแนวทางอะลิสสุนนะฮฺ อะชาอิเราะฮฺอย่างไม่ลึกซึ้งพอ ทำให้เอนเอียงง่าย เมื่อถูกลูกหลอกลูกชนหรือเล่ห์เหลี่ยมของวะฮาบีย์
3. เนื่องจากในปัจจุบันมีสถาบันทางศาสนามากมายที่อยู่ภายใต้องค์กรของวะฮาบีย์ และพวกเค้าเหล่านั้นก็เข้าไปแทรกแซงในองค์กรศาสนาของพื้นที่ต่างๆ เพื่อขยายแนวทางของพวกเค้าสู่วัยรุ่นและชาวบ้าน
4. เนื่องจากการใช้คำพูดโฆษณาชวนเชื่อของนักพูดวะฮาบีย์ ที่เป็นนักพูดฝีปากดี แต่ก็ดีแค่ปาก โดยที่เค้าโฆษณาว่า "เค้าคือ กล่มชนที่ตามสุนนะฮฺของท่านนบี ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วพวกเค้าเองนั่นแหละ กลับมีพฤติกรรมที่ขัดแย้งกับสุนนะฮฺของท่านนบี เช่น การที่พวกเค้าด่าทออุละมาอฺแห่งโลกอิสลามว่า ไม่ใช่อะลิสสุนนะฮฺ วัลญะมาอะฮฺ โดยเฉพาะอุละมาอฮฺที่มาจากสายอะชาอิเราะฮฺ เป็นต้น
เหล่านี้คือ สาเหตูปลีกย่อยเท่านั้นที่ได้สรุปมา เราอย่าได้คิดว่า การที่กลุ่มชนหนึ่งได้เพิ่มขึ้นนั้น อาจจะเป็นกลุ่มที่เป็นสัจจธรรมก็ได้ เราลองมาดูกันครับ อย่างเช่น เราลองดูพวกชีอะฮฺ ปัจจุบันนี้เราจะสังเกตเห็นว่า ชีอะฮฺเพิ่มขึ้นอย่างมากทั่วโลก ซึ่งก็อยู่ในกรณีเดียวกัน กับการเพิ่มขึ้นของพวกวะฮาบีย์นี้แหละครับ
หรือเรากลับไปดูในยุคที่อิสลามรุ่งเรืองกันคับ เช่น ในยุคของราชวงค์อับบาสิยะฮฺ ยุคนี้เป็นยุคทองของมุอฺตะซิละเลยครับ เพราะว่าแม้แต่คอลีฟะฮฺในยุคนั้น คือท่าน มะมูน เองก็ยังมีอะกีดะฮฺตามแนวทางของมุอฺตะซิละฮฺ แต่ในทางตรงกันข้ามแล้ว มุอฺตะซีละฮฺนั้นไม่ใช่กลุ่มที่มาจากอะหฺลิสสุนนะฮฺวัลญะมาอะฮฺ และมีอะกีดะฮฺที่บิดอะฮฺ แต่กลับเป็นกลุ่มชนกลุ่มใหญ่และมีอิทธิพลในยุคนั้น ดังนั้น การที่มีคนเข้าร่วมเยอะนั้นก็มิได้หมายความว่าแนวทางนั้น จะเป็นแนวทางที่ถูกต้องและปลอดภัยเสมอไปครับ มันต้องดูกันที่หลักฐานครับ ................
Re: คณะเก่าและคณะใหม่ By: M. Rodee Date: ต.ค. 02, 2008, 09:13 AM
salam
คับบัง ad dalawy
อยากทราบว่า วะฮาบีย์ ที่ว่านี้ สิ่งที่เด่นชัดที่สามารถรู้ได้ว่าเขาคนนั้น หรือ เทอคนนั้น เปนวะฮาบีย์ เราจะเอาอะไรไปเป็นมาตราฐานในการนั้นคับ
Re: คณะเก่าและคณะใหม่ By: ۞QolbunSaleem۞ Date: ต.ค. 02, 2008, 09:22 AM
สรุปแล้วก็วกกลับมาเสวนากันเรื่องเดิม คือเรื่องวะฮาบีย์ ซึ่งก็เคยเสวนากันแล้วหลายๆกระทู้
Re: คณะเก่าและคณะใหม่ By: ad-dalawy Date: ต.ค. 02, 2008, 09:23 AM
salam
คับบัง ad dalawy
อยากทราบว่า วะฮาบีย์ ที่ว่านี้ สิ่งที่เด่นชัดที่สามารถรู้ได้ว่าเขาคนนั้น หรือ เทอคนนั้น เปนวะฮาบีย์ เราจะเอาอะไรไปเป็นมาตราฐานในการนั้นคับ
เท่าที่สังเกตุดู วะฮาบีย์นั้นมักจะชอบฮุกุ่มผู้อยู่แนวทางอื่นจากตน คิดว่าตนเองเท่านั้นที่ถูกมั่นใจแนวทางตนเองแบบเลยเถิด ไม่ยอมฟังใคร เป็นคนที่ไม่นิยมมัซฮับโดยชอบอ้างว่าตามอัลกุรอานและซุนนะฮ์เพื่อเรียกร้องความชอบธรรมดาด้วยสโลแกนนี้ ดังนั้นการฮุกุ่มผู้อื่นว่า "บิดอะฮ์" นั้นคือเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของวะฮาบีย์ หากผู้อื่นไม่ตามก็จะกล่าวหาว่าตามปู่ย่าตายายแม้ว่าจะมีหลักฐานก็ตาม.....
Re: คณะเก่าและคณะใหม่ By: ILHAM Date: ต.ค. 02, 2008, 12:08 PM
ที่เจอบ่อยๆส่วนใหญ่จะคอยถามเอาหลักฐานตลอด ตอนเวลาเราคุยเรื่องแฟกอฮด้วยกันแล้วพอดีเรื่องนั้นเขาไม่เคยเจอหรือไม่เคยได้ยินมาก่อน เพราะเขาไม่มั่นใจว่าที่เราบอกไปนั้นถูก
Re: คณะเก่าและคณะใหม่ By: Al Fatoni Date: ต.ค. 02, 2008, 05:12 PM
อัสสลามุ อลัยกุม
ช่วงที่ผมได้ไปเยี่ยมเพื่อนแถวคลองหนึ่ง, ปทุมฯ ในช่วงเทอมใหญ่ที่ผ่านมานั้น ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับ อ.ท่านหนึ่ง ซึ่งแกบอกว่า แกเคยทำงานที่สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลาม ประจำจังหวัดยะลามาก่อน แกบอกว่า ช่วงนั้น แกชอบแนวของคณะใหม่มากๆ เพราะอยู่เป็นระบบ ดูทันสมัยใหม่และดูแข็งแกร่งในเรื่องของหลักฐานและการประสานงานมากกว่าพวกเรา (คณะเก่า) มาก ทำให้แกชอบกับคณะใหม่มาก แต่ต่อมา เมื่อแกสงสัยในประเด็นหนึ่งขึ้นมา ซึ่งแกพยายามหาคำตอบจากคณะใหม่ แต่ปรากฏว่า แกได้คำตอบที่ไม่เป็นที่พอใจนัก ไม่พอใจถึงขนาดแกต้องขอปลีกตัวจากคณะใหม่เลย (พูดง่ายๆ ก็คือ เพิ่งจะตรัสรู้ว่าคณะใหม่เป็นอย่างงี้นี่เอง ดีแต่นอก แต่ใน... คนเอาวามหากไม่สังเกตดีๆ มีสิทธิหลงเชื่อกันระนาวแน่) ทำให้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แกก็กลับคืนสู่แนวความคิดแบบเก่าเหมือนเดิม และพยายามศึกษาหลักฐานจากคณะเก่า เพื่อโต้กับฝ่ายนั้น แค่ท่านเน้นเสมอในขณะที่พูดว่า เราไม่ควรมาโต้กัน เราควรปรองดอง หากเราต้องการชวนเขาให้เชื่อในสิ่งที่เรายึดอยู่ เราก็ต้องแสดงให้เขาเห็นว่าของเราดีจริง ไม่ใช่ด้วยการโจมตีแบบไร้เหตุผล หรือสาดโคลนกัน เพราะท้ายสุดก็จะเกิดการทะเลาะกันโดยเปล่าประโยชน์ แทนที่จะเกิดฮิกมะฮ์ แกเน้นอีกอย่างคือ ให้ทำงานดะอฺวะฮฺด้วย แล้วจะเจอความหอมหวานแห่งศาสนาอย่างแท้จริง แกเน้นให้ปรองดอง อย่าแตกแยก ไหนๆ เขาก็อ้างว่า เขาตามกิตาบุลลอฮฺกับสุนนะฮฺเหมือนๆ กับเรานี่แหละ เพียงแต่ต่างความคิดเท่านั้นเอง เราชวนเค้าดีๆ เมื่อต้องการหลักฐาน เราก็ให้หลักฐานเค้าไป หากตอบไม่ได้ก็เงียบเสีย แกได้บอกอีกว่า แกเองก็เป็น อ.ของพวกคณะใหม่ด้วย แกสอนพวกคณะใหม่ที่ รร.แห่งหนึ่ง ก็มีประจำกับการตั้งคำใหม่ในประเด็นขัดแย้งต่อท่าน ท่านก็ตอบไปดีๆ ตอบในเชิงให้เกียรติทั้งสองทัศนะ และท้ายสุดแกบอกว่า ด้วยวิธีนี้ที่แกใช้อยู่นั้น ทำให้นักเรียนที่อยู่คณะใหม่หลายคนเริ่มเข้าใจ และคำถามก็น้อยลง และบางคนถึงกับเปลี่ยนทัศนะจากใหม่เป็นเก่า และแกบอกว่า แนวโน้มที่คณะใหม่มาเป็นเก่าเริ่มมีเยอะขึ้น เพราะเหตุผลหนึ่งก็คือ สอง อ.ที่โด่งดังตามเว็บและจากผลงานวิชาการของแกทั้งสอง ที่ชอบโจมตีทัศนะอื่นนั้น ปัจจุบัน เริ่มมีฝ่ายคณะเก่าออกมาปกป้องกันมากขึ้น ทำให้ผู้คนเริ่มรู้หลักฐานของคณะเก่ามากขึ้น และเข้าใจมากขึ้น ประกอบกับ อ.ที่โด่งดังทั้งสองนั้นของทางคณะใหม่นั้น มักจะแสดงอากัปกริยาที่ไม่น่าชื่นชนให้ดูเป็นบ่อยครั้ง ทำให้บางคนหมดศรัทธา และอื่นๆ
ทั้งหมดนี้ ผมเรียบเรียงจากความเข้าใจของผมต่อคำพูดของ อ.ดังกล่าวที่ผมพูดคุยด้วย ซึ่งผมใช้สำนวนของผมเองในการบอกเล่า ฉะนั้น สิ่งที่ผมบอกคือ ความหมายของการสนทนาเท่านั้น มิใช่คำพูดของ อ.โดยตรง ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะครับ
วัสสลามุ อลัยกุม
Re: คณะเก่าและคณะใหม่ By: บาชีร Date: ต.ค. 03, 2008, 04:19 PM
ที่เป็นวะฮะบีกันเยอะ
เพราะคนยาฮิลมันเยอะนะครับ
Re: คณะเก่าและคณะใหม่ By: idristime Date: ต.ค. 04, 2008, 01:16 AM
salam
ได้นั่งคิดว่า คือ พูด แบบวัยรุ่นเลยนะคับ จะได้เข้าใจง่าย เดี๋ยวนี้ มีคนคนะเก่าอะ รับ คนะใหม่ เยอะเหลือเกิน แต่ไม่เหนเลยว่าจะมีจากคนะใหม่รับคนะเก่า มันแปลกดี ที่ว่า นับวัน คนะใหม่ ยิ่ง เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่ผมยกมานี้นะคับ ไม่ได้แบ่งแยกเปนกลุ่มๆ นะคับ แต่มันเปนจากการสังเกตดูของผม ผมจึงเข้ามาเขียน
เห็นด้วยว่าเพิ่มขึ้นทุกวันๆ
Re: คณะเก่าและคณะใหม่ By: idristime Date: ต.ค. 04, 2008, 01:19 AM
ที่เจอบ่อยๆส่วนใหญ่จะคอยถามเอาหลักฐานตลอด ตอนเวลาเราคุยเรื่องแฟกอฮด้วยกันแล้วพอดีเรื่องนั้นเขาไม่เคยเจอหรือไม่เคยได้ยินมาก่อน เพราะเขาไม่มั่นใจว่าที่เราบอกไปนั้นถูก
ถ้าไม่ถามหาหลักฐาน เราก็ไม่รู้ว่าคนที่กำลังบอกเราเรื่องนั้นๆ มีที่มาจากอัลกรุอ่าน,นบีหรือศอฮาบะหรือเปล่า
Re: คณะเก่าและคณะใหม่ By: ad-dalawy Date: ต.ค. 04, 2008, 01:37 AM
salam
ได้นั่งคิดว่า คือ พูด แบบวัยรุ่นเลยนะคับ จะได้เข้าใจง่าย เดี๋ยวนี้ มีคนคนะเก่าอะ รับ คนะใหม่ เยอะเหลือเกิน แต่ไม่เหนเลยว่าจะมีจากคนะใหม่รับคนะเก่า มันแปลกดี ที่ว่า นับวัน คนะใหม่ ยิ่ง เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่ผมยกมานี้นะคับ ไม่ได้แบ่งแยกเปนกลุ่มๆ นะคับ แต่มันเปนจากการสังเกตดูของผม ผมจึงเข้ามาเขียน
เห็นด้วยว่าเพิ่มขึ้นทุกวันๆ
...หากเริ่มจากศูนย์ ก็ต้องมีอัตราเพิ่มเป็นธรรมดา ทั้งชีอะฮ์และวะฮาบีย์ก็มีเพิ่มขึ้น เพราะที่เมืองไทยพวกเขาทั้งวะฮาบีและชีอะฮ์เริ่มมาจากศูนย์ ดังนั้นพี่น้องลองสังเกตุดูในปัจจุบันว่า คนติดยาเสพติดลุ่มหลงเมามายมีอัตราเพิ่มขึ้น ก็ไม่ได้หมายความว่ามันคือสัจธรรม...
Re: คณะเก่าและคณะใหม่ By: idristime Date: ต.ค. 04, 2008, 01:46 AM
salam
ได้นั่งคิดว่า คือ พูด แบบวัยรุ่นเลยนะคับ จะได้เข้าใจง่าย เดี๋ยวนี้ มีคนคนะเก่าอะ รับ คนะใหม่ เยอะเหลือเกิน แต่ไม่เหนเลยว่าจะมีจากคนะใหม่รับคนะเก่า มันแปลกดี ที่ว่า นับวัน คนะใหม่ ยิ่ง เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ที่ผมยกมานี้นะคับ ไม่ได้แบ่งแยกเปนกลุ่มๆ นะคับ แต่มันเปนจากการสังเกตดูของผม ผมจึงเข้ามาเขียน
เห็นด้วยว่าเพิ่มขึ้นทุกวันๆ
...หากเริ่มจากศูนย์ ก็ต้องมีอัตตาเพิ่มเป็นธรรมดา ทั้งชีอะฮ์และวะฮาบีย์ก็มีเพิ่มขึ้น เพราะที่เมืองไทยพวกเขาทั้งวะฮาบีและชีอะฮ์เริ่มมาจากศูนย์ ดังนั้นพี่น้องลองสังเกตุดูในปัจจุบันว่า คนติดยาเสพติดลุ่มหลงเมามายมีอัตราเพิ่มขึ้น ก็ไม่ได้หมายความว่ามันคือสัจธรรม...
เห็นด้วยว่าคณะใหม่เพิ่มขึ้นทุกๆ วัน แต่คณะเก่าลดลงเรื่อยๆ
ไม่ใช่เห็นด้วยว่าเพิ่มขึ้นทุกๆ วันจากศูนย์
Re: คณะเก่าและคณะใหม่ By: ad-dalawy Date: ต.ค. 04, 2008, 01:54 AM
เห็นด้วยว่าคณะใหม่เพิ่มขึ้นทุกๆ วัน แต่คณะเก่าลดลงเรื่อยๆ
ไม่ใช่เห็นด้วยว่าเพิ่มขึ้นทุกๆ วันจากศูนย์
...ใครบอกว่าลดลงเรื่อยๆ ในเมื่อประชากรของอะฮ์ลิสซุนนะฮ์ก็เพิ่มขึ้นทุกวัน บางครั้งในประเทศนี้วะฮาบีเพิ่ม แต่อีกประเทศหนึ่งวะฮาบีลด ที่มหาลัยมะดีนะฮ์มีนักเรียนแค่เป็น 1000 คน แต่อัลอัซฮัรในนามอัลอะชาอิเราะฮ์มีนักศึกษา 500000 (ห้าแสนคน) ซึ่งเพิ่มขึ้นทุกๆ วัน โดยการเพิ่มแต่ของละกลุ่มนั้นวะฮาบียังถือว่าเป็นชนกลุ่มน้อยอัตตราเพิ่มต่ำ
....คำว่ามาจากศูนย์นั้น หมายถึงเป็นชนกลุ่มน้อย การเพิ่มขึ้นจึงสังเกตุได้ง่าย แต่คนส่วนมากนั้นการสังเกตุว่าเพิ่มขึ้นมันสังเกตได้น้อย เหมือนแนวทางวะอาบีย์จุดศูนย์กลางของพวกเขาคือยึดมักกะฮ์มาดีนะฮ์ได้หลังจากที่คอยต่อต้านระบบคอลีฟะฮ์อิสลามอุษมานียะฮ์โดยอังกฤษรู้เห็นเป็นใจ ยุคนั้นวะฮาบีในมักกะฮ์และมะดีนะฮ์น้อย พอวะฮาบีมีอิทธิพลวะฮาบีในมักกะฮ์และมะดีนะฮ์ก็เพิ่มขึ้น วะฮาบีจึงทำการทุ่มทุนมหาศาลในการเผยแพร่มัซฮับของตนเองตามประเทศ ซึ่งเหมือนกับอิหร่านที่เดิมทีนั้นส่วนมากคือชาวอะฮ์ลิสซุนนะฮ์ แต่หลังจากชีอะฮ์เข้ามาปกครองชีอะฮ์ก็กลายเป็นส่วนมาก แล้วพวกเขาก็ทุ่มทุนอันมหาศาลในการเผยแพร่แนวทางของพวกเขา สรุปคือทั้งชีอะฮ์และวะฮาบีต่างก็เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งการเพิ่มขึ้นทั้งสองแนวทางนี้ไม่ได้อยู่บนสัจธรรมเสมอไป....
....ปัจจุบันศาสนาคริสต์เขาก็มีอัตราเพิ่มในบางประเทศซึ่งพวกเขาก็ภูมิใจเหมือนกับวะฮาบีและชีอะฮ์ พวกเขาได้เผยแพร่ทุ่มทุนอันมหาศาลเหมือนกับวะฮาบีและชีอะฮ์ หากจะอยากถามว่าเหตุใดชีอะฮ์และวะฮาบีเพิ่มขึ้น เราก็ขอตอบว่า เหตุที่เพิ่มขึ้นมันก็เหมือนกับที่คนเข้าคริสต์เพิ่มขึ้นนั่นเอง....
ส่วนในยุคหนึ่งมั๊วะตะซิละฮ์เพิ่มขึ้นโดยมีกษัตริย์มะมูนหนุนหลัง...มันก็ต่างอะไรกับวะฮาบีที่เพิ่มขึ้นในยุคหนึ่งที่มีกษัตริย์ซาอุหนุนหลังโดยร่วมมือกับโองการวะฮาบีและเป็นที่ทราบดีว่าราชวงศ์ซาอูดที่หนุนหลังวะฮาบีนั้นไม่ใช่อยู่ยืนยงเดี๋ยวไม่นานก็มีวันล่มสลายวะฮาบีก็ต้องล่มตามไปด้วยเหมือนพวกมั๊วะตะซิละฮ์...ฉันท์ใดก็ฉันท์นั้นแหละครับ...ซึ่งมันไม่แปลกอะไรในเมื่อยุคสุดท้ายคนญาแฮจะมากขึ้น จะหลงทางมากขึ้น...