Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: nada-yoru Date: ม.ค. 19, 2010, 02:32 PM
^
^
เป็นความคิดที่ดีมากเลยจ่ะโคลงเคลงและอิลฮาม...

เขียนเรื่องยาวจบไป 2 เรื่องแล้วนิ (แต่ละเรื่องเนื้อหาไม่ต่ำกว่่า 400 หน้า)
และที่ยังเขียนค้างไว้อีก 1 เรื่อง (ดูท่าจะไปไม่รอด)

กับเรื่องสั้นอีก 10 กว่่าเรื่อง(บทความไม่เกี่ยว)...
เขียนโม้ได้เป็นวรรคเป็นเวรเลยงิพี่... พูดน้ำไหลไฟดับ ลิงหลับ 5555
แต่คงไม่ทำเป็นหนังสือหรอกมั้ง...
เพราะเรื่องยาวทั้ง 2 เรื่องที่เขียนไปเนื้อหามันค่อนข้างไร้สาระไปหน่อย
(นวนิยายน่ะ)

เลิกเขียนมาได้เกือบปีแล้วนิ...หมดไฟ หมดใจ ไม่ไหวจะไปต่อ อิอิ
เอาภาพน่ารักๆของหมีแพนด้าตอนกำลังปีนต้นไม้มาฝากด้วยจ่ะ

หนังสือพิมพ์เฉิงตู อีฟนิง นิวส์ รายงานว่า
ผลการสำรวจเมื่อเร็วๆ นี้ ที่มณฑลเสฉวนสรุปว่า
แผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมปีก่อน
ไม่ได้ทำให้ประชากรแพนด้าล้มตายลงมาก
เพราะแพนด้ามีความสามารถสูงที่จะปรับตัว
ไม่พบแม้แต่กรณีเดียวว่าแพนด้าตายเพราะแผ่นดินไหว
ปล.ดูจากภาพน่าจะเดาไปน่อว่ามันสามารถปรับตัวได้สูงได้ยังไง 5555
วัสลามค่ะ
Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: hiddenmin Date: ม.ค. 19, 2010, 02:37 PM
ดีๆ
ทำให้เป็นเรื่องเป็นราวเลย
Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: a d n a n Date: ม.ค. 19, 2010, 03:10 PM

^
BALKIS กำลังจะปีนขึ้นไปหา พี่ dho_dho
Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: ILHAM Date: ม.ค. 19, 2010, 05:32 PM
ต่อคิวสิ ซานามาก่อน ซานาต้องได้ขึ้นคานก่อนสิ บัลกิสค่อยตามไป
Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: ... Date: ม.ค. 20, 2010, 01:02 AM
ทัมมัยมั่ยมีคัยออกมาแต๋-ลงข่าวนี้เลยนิ
ซานากับพี่โดโด๋หายปายหนายกันหมด
แงๆๆ อย่าทิ้งกันจิพี่น้อง
Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: nada-yoru Date: ม.ค. 20, 2010, 05:20 PM
^
^
น่ารักออกบัลกิส...ลุงเค้าชมว่าเราน่ารักนะนั่น
อย่าไปค้านเขา เราต้องยอมรับมัน...
แพนด้าน่่ารักจะตายว่ามั้ย...

ถามใครใครก็ต้องบอกว่ามันน่ารัก...
ดูสิ พยายามเบียดกันปีนขึ้นไปบนต้นไม้ ห้อยโตงเตง
เกาะกิ่งไม้แน่นเชียว ดูอบอุ่นดีเนาะ
ลุงลิงกับอิลฮามเค้าเห็นเข้าเลยตาร้อนตามประสา
คงอยากขึ้นมาบ้าง แต่ก็คงกลัวว่าจะหาทางลงไม่เจออ่ะจิ เหอๆ
(เดี๋ยวเราค่อยเด็ดรังมดแดงแล้วโยนไปข้างล่างให้มันกัดสองคนนั่นแทนเอามั้ย)
5555555
ปล.โคลงเคลงเค้าไม่อยากเข้ามาในพุ่มต้นไม้หรอก
สงสัยกลัวเลือดจะกลบปากเหมือนที่พี่เคยโดน (ตอนนั้นตามันฟ่าฟางไปนิด) อิอิ
วัสลามค่ะ
Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: ILHAM Date: ม.ค. 20, 2010, 07:34 PM
กิ่งไม้นั่นหรือ ก็คือคาน
บัลกิส ซานา และที่ขาดไม่ได้คือ ผู้นำทาง พี่โด่โด่
5555
Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: nada-yoru Date: ม.ค. 20, 2010, 09:59 PM
^
^
คำแถ-ลง ของแต่ละคน ช่าง

ระวังหน่อยนะโคลงเคลง หากเคยปีนต้นไม้
และจำความรู้สึกตอนปีนขึ้นต้นไม้ได้ล่ะก็
จะรู้ว่ามันยากและเสียวจะตกลงมาเนอะ...
เคยมีคนแนะนำพี่ว่า หากจะปีนต้นไม้ให้ได้สูงๆต้องมือเหนียว
จับและเกาะกิ่งเอาไว้ให้แน่น ถ้ามือไม่เหนียวพอ หรือมือลื่น
เราจะร่วงตกลงมา ไม่เจ็บปางตายก็ตายไปเลย
เผลอๆอาจมีชิ้นส่วนบางอย่างหัก!!! เหอๆ
และหากกลัวความสูงก็อย่าก้มลงไปมองข้างล่าง
เพราะมันจะทำให้เราขาสั่นหัวใจหวั่นไหวและไม่กล้าไปต่อ..
ให้มุ่งไปข้างหน้าอย่างเดียวและจำให้ได้ว่าขึ้นไปยังไง
ไต่จากกิ่งไหนไปกิ่งไหน เพราะว่า เราต้องลงมาเมื่อสามารถเก็บผลไม้ได้
ตามที่เราต้องการแล้ว...
และคนที่ขึ้นต้นไม้ ส่วนใหญ่จะไม่ใช่คนกลัวความสูง
ไม่กลัวแรงโยกเยกของต้นไม้เวลาต้องลม
ไม่กลัวมดแดงและมดตะนอย ไม่กลัวงูเขียว ไม่กลัวหนอน
ไม่กลัวว่าอาจจะร่วงตกลงมา เพราะถ้ากลัวในสิ่งที่กล่าวมา
เขาจะไม่กล้าปีนขึ้นไป...ส่วนคนที่นึกสนุกโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์
จนต้องร้องไห้ขี้มูกโป่งให้พี่ชายปีนขึ้นไปเอาลงมาก็มี...
และบางคนก็หาเรื่องปีนอยู่นั่น จนค่อยๆใจเข้มแข็งพอ
พากายไต่ไปเรื่อยๆ ต้านแรงลม
เข้าใจและผูกมิตรกับมดแดงและมดตะนอย
ไม่ไปก่อนกวนหรือทำร้ายมัน มันก็ไม่ทำร้ายเรา...
เพราะว่า มันก็มีของรักของหวง มีครอบครัวน้อยๆของมัน
ให้ต้องปกป้องเช่นกัน แต่ก็ต้องโดนมันกัดบ้างแหล่ะ แสบๆคันๆดี...

(แต่มดตัวไหนบังอาจกัดพี่ ไม่รอดสักตัว แต่ถ้ามาเป็นฝูงล่ะก็
พี่ก็หนีเหมือนกันนะ

โส้ไม่ไหวแล )
และหากเด็กคนไหนเคยปีนถึงยอดมะขาม
จะรู้ว่าความรู้สึกสุดยอดเป็นอย่างไร แต่พอจะลงมานั่นแหล่ะ
ขาสั่นเชียว ลืมทางลง หาทางลงไม่ได้ก็มี แต่ยังไงๆมันก็ต้องลง
เพราะจะให้ใครเอาเราลงมาได้อย่างไรกัน ขึ้นไปสูงขนาดนั้น
ที่สำคัญ คงมาช่วยหามเรามาไม่ได้ แม้จะขาสั่นหมดแรงปีนลงก็ตาม
จะให้ค้างติ่งอยู่บนยอดไม้ก็ใช่เรื่อง...
จะให้พ่อเอาเลื่อยมาเลื่อยต้นมะขามให้ล้มๆซะให้พ้นๆ
เพื่อช่วยให้เราลงมาก็ไม่ได้เนอะ (ลองนึกภาพดูสิจ๊ะ)
ดังนั้นเราก็ต้องปีนลงเอง เทคนิคปีนขึ้นกับปีนลงก็ต่างกัน
แต่ถ้าเราจำได้ว่าเราขึ้นมายังไง เราก็หาทางลงได้เร็วและว่อง
ยิ่งขึ้นๆลงๆบ่อยๆยิ่งคล่อง
แต่ก็ต้องไม่ประมาททุกก้าวที่ปีน เมื่อเท้าแตะพื้นดินอีกครั้ง
ความรู้สึกดีและโล่งใจพร้อมความภูมิใจกับผลไม้ที่เก็บมาได้ในถุง
หรือในเสื้อก็จะทำให้เรายิ้มออกมาได้ในที่สุด...
แม้ต้องเจ็บ แต่มันก็คุ้มก็สุขใจเนอะ...
รู้ว่าเสี่ยง...แต่คงต้องขอลอง...
รู้ว่าเหนื้อย ถ้าอยากได้ของที่อยู่สูง...เนอะๆ
เพราะถ้าไม่ชอบปีนต้นไม้เพราะกลัวตก ก็ต้องรอกินผลไม้ที่หล่นลงไป
กว่าจะถึงพื้น บางทีมันก็ช้ำไปเสียแล้ว...
แต่สมัยนี้มีเทคนิคการสอยไม่ให้ผลไม้ช้ำแล้ว ชาวสวนฉลาดเนอะ
แต่ไอ้ที่อยู่บนยอด ยังไงๆก็ต้องปีนไปเอาอยู่ดีเนอะ...
สรุป...
ต้นไม้มิได้เป็นคาน

แต่คานทำมาจากต้นไม้ก็มี

การขึ้นต้นไม้ ก็ไม่ได้หมายความว่า เรากำลังขึ้นคาน

แม้จะนำมาเปรียบเทียบได้บ้างก็ตาม

เพราะ...บทกลอนที่ว่า
อันของสูงแม้ปองต้องจิต ถ้าไม่คิดปีนป่่ายจะได้ฤา...
มันไม่ได้หมายถึงเรื่องราวความรักอย่างเดียว
แต่มันกินความหมายถึงทุกๆอย่างที่เราหมายปองและต้องการจะไปให้ถึง
และเอามาให้ได้น่อ...
เช่น อยากกินแตงโม แต่ไปปีนต้นมะพร้าว ก็ไม่ได้กินแตงโมเนาะ
เหนื่อยเปล่า...เราต้องไปปีนต้นแตงโมสิ ถึงจะได้กิน 5555
หรือ อยากกินมะเขือเผา แต่ไปสอยมะม่วง คงจะได้กินมะเขือเผาอ่ะเนอะ
เราต้องไปสอยมะเขือกินสิ 55555
ว่าแล้วเรามาสอยมะเขือกินกันเต๊อะพี่น้อง...

วัสลามค่ะ
Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: nada-yoru Date: ม.ค. 20, 2010, 11:13 PM
^
^
มันก็พอๆกับสอยมะเขือกินล่ะมั้ง เหอๆ
เวลาจะเก็บมะเขือ โคลงเคลงทำพรื่อนั้น...

ปล. ตอนพี่อยู่ประถม ตอนนั้นครูเล่าเรื่องสตรอเบอร์รี่ให้ฟัง
เอาภาพผลมาให้เราดูด้วย เรียกเสียงฮือฮากัน
เพราะว่าไม่รู้จักสตรอเบอร์รี่กัน (วันๆเจอแต่สะตอ)
แต่มีเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งพี่ยังจำชื่อเจ้าเพื่อนพี่คนนี้ได้อยู่เลย
เขาบอกว่า เขาเคยไปปีนต้นมันมาแล้ว
ครูก็ถามว่าต้นมันสูงมากมั้ย...พวกเรา(ที่ยังไม่โร้จักหวันกัน)
ก็นั่งลุ้น แอบอิจฉาเพ่ือนที่เคยได้ปีนต้นสตรอเบอร์รี่ในใจ
เพื่อนบอกว่า สูงกว่าตัวของเขามาก ทำไม้ทำมือประกอบด้วย
ว่าที่ต้นสตรอเบอร์รี่ที่เขาไปปีนมามันสูงขนาดไหน...
ต่อมาเสียงโห่ดังลั่นห้องตอนได้ยินครูเฉลยแลว่า...
ใครจะปีนต้นสตรอเบอร์รี่ได้ ไม่มีทาง 5555
พี่ว่าคนแคระก็ไม่สามารถ แต่มดตะนอยคงสามารถเนอะ...อิอิ
ปล.ถ้าไม่รู้จักว่่ามันคืออะไร มีความเป็นมายังไง
เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปเอาผลของมันมาได้ยังไง ว่ามั้ยโคลงเคลง...
อาจจะเกิดกรณี อยากไปปีนต้นแตงโม เพียงแค่เห็นผลน่ากินของมัน
จากปากคนอื่น โดยไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลย
นอกจากอยากได้ผลของมันก็ได้ และเราอาจพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย
หากว่าเตรียมอุปกรณ์ปีนต้นแตงโมจากแดนไกล
ไปอีกที่นึง แล้วมารู้ว่า อุปกรณ์ที่แบกไป ไม่ต้องใช้เลย
หนักและเหนื่อยเปล่า 5555 (กำลังต่อว่าตัวพี่เองอยู่แหล่ะนิ) อิอิ
วัสลามจ่ะ
Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: ILHAM Date: ม.ค. 21, 2010, 12:58 AM
ช่างสรรหาเรื่องมาเล่าไม่ซ้ำกันจริง
ประสบการณ์ แปรผันตรงกับ อายุ
Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: nada-yoru Date: ม.ค. 21, 2010, 01:10 AM
^
^
แต่ตัวเลขที่ว่่ามันก็ยังน้อยกว่า ค่าดัชนีพุงล่ะน้าาาาาาา

Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: ILHAM Date: ม.ค. 21, 2010, 02:30 AM
^
^
แต่ตัวเลขที่ว่่ามันก็ยังน้อยกว่า ค่าดัชนีพุงล่ะน้าาาาาาา 
โห อายุยังขนาด แล้วพุงจะขนาดไหนนั้น
Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: กูปีเยาะฮฺสะอื้น Date: ม.ค. 21, 2010, 09:03 AM
There was a very, very tall coconut tree and there are 4 animals,
มีต้นมะพร้าวต้นหนึ่งที่สูงๆๆๆๆๆ มากๆๆๆๆๆๆๆ และที่นั่นก็มีสัตว์อยู่ 4 ชนิด
a Lion, สิงโต
a Chimpanzee, ลิงซิมแพนซี
a Giraffe, ยีราฟ
and a Squirrel, กระรอก who pass by.
They decide to compete to see who is the fastest to get a banana off the tree.
พวกมันแข่งกันว่า ใครจะปีนไปเก็บกล้วยได้เร็วที่สุด
Who do you guess will win?
คุณลองเดาซิว่า ใครจะชนะ?
Your answer will reflect your personality.
คำตอบของคุณเป็นผลสะท้อนต่อบุคลิกภาพของคุณนะ
So think carefully . . .. Try and answer within 30 seconds
ดังนั้น คิดให้รอบคอบ พยายามและตอบภายใน 30 วินาที
Got your answer?
ได้คำตอบรึยัง?
Now scroll down to see the analysis.
ไปดูคำตอบกันนนนนนน
If your answer is:
ถ้าคำตอบของคุณคือ...
Lion = you're dull.
ตอบ สิงโต = คุณโง่มาก!!
Chimpanz ee = you're a moron.
ตอบ ลิงซิมแพนซี = คุณเป็นคนปัญญาอ่อน!!
Giraffe = you're a complete idiot.
ตอบ ยีราฟ = คุณเป็นคนสมองทึบ อีเดียท!!
Squirrel = you're just hopelessly stupid.
ตอบ กระรอก = คุณไร้สมองสุดๆ!!
A COCONUT TREE DOESN'T HAVE BANANAS.
ต้นมะพร้าวจะมีกล้วยได้ไงฟร่ะ!!! 555++
Obviously you're stressed and overworked.
You should take some time off and relax!
Try again this year.
เห็นได้ชัดเลยว่า คุณกำลังเครียดมากและทำงานหนักเกินไป
ควรจะหาเวลาพักผ่อนบ้างนะ
พยายามใหม่ ปีนี้!!
Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: Bangmud Date: ม.ค. 21, 2010, 01:49 PM
salam
หลายปีมาแล้ว ที่มัสญิด วะห์ดานียะฮฺ อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษ จัดงานสัมมนาสตรีมุสลิมะฮฺอีสาน
อาหารที่จัดเลี้ยงเป็นแบบเมนูสุขภาพ เครื่องดื่มเป็นน้ำสมุนไพร ของหวาน คือ กล้วยน้ำว้า ผูกเชือกแขวนไว้กับต้นมะพร้าว ใครใคร่กินก็ไปปลิดเอา
อ่านกระทู้นี้แล้วนึกถึงการสัมมนาครั้งนั้นทันที วันหลังบอกให้สิงโต ยีราฟ กระรอก และชิมแปนซี ผ่านมาทางอีสานบ้างก็จะดี
อย่างไรก็ตาม เมื่อกี้นี้ ผมกลายเป็นคนสมองทึบ อีเดียท !! ไปแล้ว

Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: nada-yoru Date: ม.ค. 21, 2010, 06:33 PM
^
^
แสดงว่าแชเลือกยีราฟฟฟฟฟฟฟฟ(เพราะมันคอยาวใช่มั้ยคะ)

เมื่อก่อนตอนจัดกิจกรรมรับน้องสมัยมัธยม
เพื่อนมันให้ช่วยหาช่วยคิดเกมแกล้งเด็กใหม่กัน...
ตอนนั้นก็มีเกมคล้ายๆของแชด้วยค่ะ...
คือหลังจากที่ใช้ให้น้องๆลอกคูคลองหน้าโรงเรียนเสร็จแล้ว
พี่มันไล่ให้ไต่ขึ้นมาแล้วลอดท่อระบายน้ำ ตามด้วยโคลน
จนน้องเหนื่อยได้ที่ แล้วต้อนให้ไปกินกล้วยที่ผูกไว้กับต้นไม้หน้าโรงเรียน
ผูกเอาไว้สูงประมาณ 2 เมตรกว่าๆค่ะ น้องที่เกลือกกลิ้งโคลนมา
ก็ต้องต่อตัวขึ้นไปกิน ใครไม่กินก็ต้องกลับไปลอกคูหน้าโรงเรียนใหม่
(ตอนนั้นนางมารเข้าสิงค่ะ ไม่มีความปรานีใดๆ)
แถมห้ามใช้มือปอกกล้วยด้วยค่ะ...กว่าจะกินได้ สงสาร
แต่ว่ายอมใจอ่อนให้ไม่ได้ค่ะ เดี๋ยวน้องไม่ซาบซึ้งในตอนจบ
(เพราะเราวางแผนปลอบน้องเอาไว้แล้ว

)
เสร็จแล้วก็ยื่นน้ำปลาผสมโซดา(อัดแก๊ส) กลบกลิ่นด้วยน้ำหวานนิดนึง
แล้วใส่น้ำแข็ง ยื่นให้น้องๆที่กล้วยกำลังติดคอและเหงื่อโทรมหน้า
น้องคงคิดว่าเป็นน้ำโค้กมั้งคะ(เพราะพี่มันจงใจให้คิดอย่างนั้น)
และเพราะเป็นด่านสุดท้ายแล้ว คงคิดว่าพี่มันคงใจดี
ปลอบขวัญน้องหลังจากใช้ให้ทำประโยชน์แก่โรงเรียนมาสารพัด
ทั้งขัดถูต้นไม้และถอนหญ้าเจ้าชู้หน้าโรงเรียนด้วย
ลอกคูลอกคลองจนน้ำไหลระบายดีขึ้นทันตาเห็นเลยค่ะ

ฝีมือเด็กใหม่ทั้งนั้น ...
แต่ละคนยกซดกัน อื้อ หือออออ...น้ำปลาแท้!!!ขายดี
น้องๆ ทำหน้าตาสุดซึ้งในน้ำใจพี่...
เย็นนั้นต้องหากิจกรรมปลอบน้องๆกันสุดฤทธิ์ค่ะ...
แจกโน่นแจกนี่ เลี้ยงโน่นเลี้ยงนี้ (งบโรงเรียนทั้งนั้น)...
แต่ก็กระชับความสัมพันธ์ได้ดีไม่น้อยเลยค่ะ
เวลาทำงานหรือกิจกรรมร่วมกันก็จะมีความเป็นพี่เป็นน้อง
ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน...
และมีเกรงอกเกรงใจกันอยู่บ้าง หยอกกันได้บ้างน่ะค่ะ...
กิจกรรมต่างๆช่วงนั้นเลยค่อนข้างราบรื่นและมีสีสันมากขึ้น...
เป็นเหตุการณ์ในความทรงจำสีจางๆ
แต่ทำให้ยิ้มได้อยู่ไม่น้อยที่ได้แกล้งเด็ก
(กลับไปอีกที รุ่นน้องที่ว่าคงใกล้จบมหาลัยกันแล้ว)...
และที่สำคัญทำให้พวกรุ่นพี่เองสมานฉันท์ สามัคคีกัน
เพราะต้องร่วมพลังกันแกล้งเด็กใหม่

ซึ่งที่โรงเรียนในยุคก่อนนั้น ไม่มีการรับน้องมัธยมกันน่ะค่ะ...
มีแต่รับน้องมหาลัย... ยุคข้าน้อยเป็นยุคนำร่อง
และก็ต้องตกร่อง(สวน) ไปในที่สุด

เพราะหลังๆมาอีกสองรุ่นก็ไม่มีกิจกรรมแบบนั้นแล้ว
ไม่มีใครสานต่อ...
