Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: ILHAM Date: ต.ค. 10, 2009, 02:21 AM
โฮทารุตัวน้อยๆ ชอบยิ่งนักบินเข้าไป โฮโนโอะ
Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: nada-yoru Date: ต.ค. 10, 2009, 02:35 AM
^
ใต้ลำพูรอพู่กัน...

Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: ILHAM Date: ต.ค. 10, 2009, 02:43 AM
ใต้ต้นลำพู แม้ไม่มีพู่กัน แต่ฉันก็ยังเป็นภู่ บรมครูแห่งโคลงฉันท์กาพย์กลอน มานั่งดูคนที่ยังไม่นอน ฟังเสียงหมาหอน ปิดไฟใส่กลอนแล้วยังนอนไม่หลับ เอามือถือเปิดเว็บบอร์ดปั๊บ จากที่อยากหลับหายง่วงในพริบตา แหงนมองบนนภา เห็นดวงดารา ท้องฟ้ามีดาวสดใส ไม่มีอาทิตย์อุทัย ให้ร้อนรนใจ ไฉนต้องเปลี่ยวฤดี
พอๆ เดี๋ยวติดลม 5555
Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: nada-yoru Date: ต.ค. 11, 2009, 12:08 AM
"บ้านต้นไม้"
ตอนเด็กๆจะนั่งดูพ่อสร้างบ้านต้นไม้บนต้นมะขามใหญ่ในสวนหลังบ้านทุกวัน
ลุ้นว่าเมื่อไหร่มันจะเสร็จให้เราปีนขึ้นไปเล่น...เป็นความทรงจำที่ดีในวัยเด็ก
กลับไปรอบล่าสุดก็เห็นพ่อกำลังสร้างบ้านต้นไม้บนต้นมะขามใหญ่ต้นเดิมหลังบ้าน
ให้หลานๆอีกรอบ...
ไม่เห็นพ่อจะบ่นเลยสักคำเวลาบ้านมันพังลงมาต่อหน้าต่อตา...
พ่อบอกว่าเดี๋ยวเอาใหม่...พอทำเสร็จ สำเร็จลูกขึ้นไปเล่นแล้วตกลงมา
พ่อก็ทุบมันกับมือพ่อเอง...มาตอนนี้สร้างให้หลานๆ พอหลานตกลงมา
พ่อก็ทุบมันด้วยมือพ่ออีกครั้ง...บ้านต้นไม้จึงเป็นได้แค่ความทรงจำดีๆ...

เลยเอาบ้านต้นไม้ห้าต้นห้าสถานที่มาฝากกันค่ะ
"ต้นไม้"

"ต้นไม้"

"ต้นไม้"

"ต้นไม้"

"ต้นไม้"

ดึกดื่นค่ำคืนอันมืดมิด ไร้แสงไฟในเมืองใหญ่
นอนบนบ้านต้นไม้ คงได้บรรยากาศแปลกๆไม่น้อย หิงห้อยบินผ่าน
เสียงหริ่งเรไรร้องขับกล่อมประสานเสียงหมาหอน...บรื๋อออออออออออออ...

Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: ILHAM Date: ต.ค. 11, 2009, 12:58 AM
สูงขนาดนั้น โฮทารุบินไม่ถึงหรอก
Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: nada-yoru Date: ต.ค. 11, 2009, 01:59 AM
ต้นอื่นน่าจะไม่พรื่อ...แต่ต้นที่ห้านั้น โฮทารุก็โฮทารุเถอะ
แต่สำหรับพี่ค้าง โกโบริ เห้ย โคโมริน่าจะไม่พรื่อ สาว่าบินได้สูงนิ...พึ่บๆ

Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: al-firdaus~* Date: ต.ค. 11, 2009, 01:15 PM

ระทึกใจดี...
Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: as-satuly Date: ต.ค. 11, 2009, 02:46 PM
สุดยอดๆ...ก็มัน(บ้าน)อยู่สุดยอด(ปลายต้นไม้)แล้วนิ...ฮ่าๆๆๆๆๆ...วัสสลามุอะลัยกุม

Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: nada-yoru Date: ต.ค. 11, 2009, 10:46 PM
salam
"The Tree and The Girl"
นับตั้งแต่วินาทีที่คุณเกิดมาบนโลกใบนี้ คุณได้รับสิ่งต่างๆมากมาย
แต่คุณเคยลองย้อนกลับไปมองคนที่ให้สิ่งเหล่านั้นแก่คุณบ้างหรือเปล่า ?
แล้วคุณคิดจะให้อะไรตอบแทนเขาบ้างไหม

เคยมีคนกล่าวไว้ครั้งหนึ่ง...
ยังมีต้นไม้สูงใหญ่ต้นหนึ่งต้ังอยู่ ต้นไม้มีจิตใจโอบอ้อมอารี
มันเป็นที่อยู่อาศัยให้กับสัตว์เล็กๆอย่างกระรอกและนกมากมาย
ต้นไม้ช่วยทำให้อากาศสดชื่น ทั้งกิ่งก้านร่มไม้อันสูงใหญ่ของมัน
ก็คอยให้ความเย็นสบายแก่สัตว์ทั้งหลายที่มาพักพิง...
วันหนึ่ง ต้นไม้รับรู้ถึงความผิดปกติบางอย่างท่ามกลางเสียงนกขับขาน
และเสียงสายลมพัดปลิว ยังมีเสียงหนึ่งผิดแปลกออกมา
"อุแว้...อุแว้..."
เด็กทารกคนหนึ่งนอนร้องไห้เสียงดังภายใต้ร่มไม้ของเจ้าต้นไม้นั่นเอง
ด้วยความสงสาร ต้นไม้จึงเขย่ากิ่งก้านของมันเบาๆ
จนกระทั่งลูกไม้ของมันหล่นลงไป
ลูกไม้เหล่านั้นก็กลายไปเป็นอาหารของเด็กน้อยคนนั้น
ไม่กี่วันต่อมา ก็มีคนมารับเด็กทารกนั้นไป
เด็กทารกคนนั้นก็ได้ไปจากต้นไม้เป็นเวลานานนับหลายปี

วันหนึ่ง เด็กหญิงคนหนึ่งมายังต้นไม้ต้นเดิมนี้ แล้วกล่าวว่า
"คุณต้นไม้เคยให้ลูกไม้กับหนูให้หนูได้กิน วันนี้ คุณต้นไม้มีอะไร
ให้หนูอีกรึเปล่าคะ?"
"ฉันมีใบไม้มากมาย ขอมอบมันให้กับเธอ"
ต้นไม้ว่าพลางผลัดใบของตนให้กับเด็กหญิง ซึ่งเด็กหญิงนั้นก็รับไว้
ปกคลุมร่างของตนในยามหนาว และต่อมาก็ได้นำไปถักทอเป็นผืน
ใช้แทนผ้าในคราวหลัง เด็กหญิงคนนั้นก็ได้ไปจากต้นไม้...อีกครั้ง
เวลาผ่านเลยไปหลายปี จนกระทั่งเด็กสาวแรกรุ่นคนหนึ่ง
เดินทางมาพบต้นไม้
"คุณต้นไม้มีอะไรจะให้ฉันบ้างไหมคะ?"เธอถาม
"ฉันมีกิ่งไม้ของฉัน ขอมอบมันให้กับเธอ"
เด็กสาวได้ยินดังนั้นก็ป่ายปีนต้นไม้แล้วเด็ดเอากิ่งไม้ที่ว่าเหล่านั้น
ไปเล่นเป็นโจรสลัดบ้าง นักดาบบ้าง แล้วยังนำไปใช้เป็นฟืนก่อไฟไว้หุงหาอาหาร
และมอบความอบอุ่นให้แก่ตนเองอีกในคราวหลัง
และแน่นอน.... หลังจากนั้น เธอก็ไปจากต้นไม้เช่นเดิม
หลายปีผ่านไป... ก็ได้มีหญิงสาวคนหนึ่งเข้ามาพักพิงใต้ร่มไม้ของต้นไม้ใจดี
"คุณมีอะไรจะให้ฉันอีกหรือเปล่า คุณต้นไม้ ?"
คำถามเดิมหลุดออกจากปากของเด็กสาวในกาลก่อนที่บัดนี้เติบโตเป็นสาวแล้ว
"ฉันมีลำต้น มีไม้มากมาย ขอมอบมันให้กับเธอ"
ต้นไม้ตอบด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยนเช่นเคย
หญิงสาวจึงได้เลื่อยเอาทั้งลำต้นของต้นไม้นั้นไปสร้างเรือลำหนึ่ง
จากนั้น เธอก็ล่องไปในทะเลด้วยเรือลำนั้นที่เธอสร้าง....
เธอจากต้นไม้ต้นนั้นไปอีกแล้ว...
...ทิ้งให้ต้นไม้เดียวดาย เหลือเพียงตอ...

ทั้งนี้ เวลาก็ผ่านพ้นไปอีกครั้งหลายสิบปี
จนกระทั่งวันหนึ่ง...
หญิงชราคนหนึ่งปรากฏอยู่ต่อหน้าตอไม้นั้น...
"ว่าไงล่ะ ?" เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอันแหบแห้ง
"เธอยังมีอะไรจะให้ฉันอีกไหม เจ้าต้นไม้ ?"
"ฉันมีแต่เพียงตอไม้ของฉันนี้ ถ้ามันยังเป็นประโยชน์แก่เธอ เธอก็จงเอาไปเถิด"
หญิงชราไม่คิดจะนำตอไม้ที่ว่านั้นไปไหน
เธอค่อยๆนั่งลงบนตอไม้นั้นอย่างอ่อนแรง
"เธอรู้อะไรบ้างหรือเปล่า เจ้าต้นไม้ ? ที่ผ่านมา เธอได้มอบสิ่งต่างๆให้แก่ฉัน
มามากมายเหลือเกิน....
ตอนที่ฉันยังเป็นทารก..... เธอมอบลูกไม้ของเธอให้ฉันได้กิน
ตอนที่ฉันเป็นเด็ก..... เธอมอบใบไม้ให้ฉันห่มกันหนาว
ตอนที่ฉันโตขึ้นมาอีกหน่อย..เธอก็มอบกิ่งไม้ให้ฉันนำไปเล่น
และนำไปใช้เป็นฟืนก่อไฟ
แม้กระทั่งตอนที่ฉันกลายมาเป็นผู้ใหญ่ ...เธอก็มอบลำต้นทั้งลำต้นของเธอ
ให้ฉันนำไปสร้างเป็นเรือไว้ท่องเที่ยวไปทั่ว"
ตอไม้นิ่งเงียบ ไม่ตอบอะไร
"เธอมอบทุกสิ่งที่เธอมีให้กับฉัน ทว่าตัวฉันยังไม่เคยได้มอบสิ่งใดให้เธอเลย
ทั้งยังทิ้งเธอไว้ให้หงอยเหงาเปล่าเปลี่ยวอยู่เป็นหลายปี"
หญิงชราว่าแล้วระบายรอยยิ้มบาง
"แต่ต่อจากนี้ ฉันจะไม่ทิ้งเธอไปอีกแล้ว ฉันจะอยู่กับเธอ
จะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับเธอตลอดไป..."
และแล้วหญิงชราก็เริ่มเล่าเรื่องราวต่างๆที่เธอได้พบ
ตั้งแต่ครั้งเธอยังเป็นเด็กตัวน้อย จวบจนกระทั่งตอนที่เธอโตขึ้น
แล้วล่องเรือออกไปยังโลกกว้าง
เธอเล่าถึงทุกสิ่งได้พบ ทุกคนที่ได้เจอ และทุกเรื่องที่ได้ยินมาตลอดหลายปี
จนกระทั่งดวงตะวันอ่อนแสง คล้อยต่ำลงลาลับขอบฟ้า
"ค่ำแล้ว..." หญิงชราเอ่ย
"มาเถิด ต้นไม้ ....นอนกันเถิด ทั้งฉันทั้งเธอต่างก็เหนื่อยมาพอแล้ว
ได้เวลาพักสักที"ร่างอันซูบผอมของหญิงชราโน้มตัวลงนอนบนตอไม้ใหญ่
มือทั้งสองที่อ่อนแรงเต็มที่ดึงเอาแรงที่ยังเหลือกระชับเข้ากับตอไม้แน่น
ราวกับจะโอบกอดเจ้าต้นไม้เอาไว้
ครั้นนัยน์ตาเหนื่อยล้าค่อยๆปรือลงจนหลับสนิท
หญิงชราก็จมดิ่งลงสู่ห้วงนิทราอันแสนสบายข้างเคียงตอไม้
ที่เงียบลงไปนานแล้วนั้นทันที
...และ....เธอก็ไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย...

หลายปีผ่านไป.... ทั้งหญิงชรา และทั้งตอไม้นั้นก็หายไป
กลับมีบางสิ่งเข้ามาแทนที่....
เคยมีคนกล่าวไว้ครั้งหนึ่ง... ยังมีต้นไม้สูงใหญ่ต้นหนึ่งตั้งอยู่
ต้นไม้มีจิตใจโอบอ้อมอารี มันเป็นที่อยู่อาศัยให้กับสัตว์เล็กๆอย่างกระรอก
และนกมากมาย
ต้นไม้ช่วยทำให้อากาศสดชื่น ทั้งกิ่งก้านร่มไม้อันสูงใหญ่ของมัน
ก็คอยให้ความเย็นสบายแก่สัตว์ทั้งหลายที่ผ่านเข้ามาพักพิงเรื่อยไป...
[The Tree and The Girl : ดัดแปลงมาจาก "ต้นไม้ใจดี"]
ที่มา:http://ryokukun.exteen.com/20070812/mother-s-day-special-the-tree-and-the-girl
________________________________
ต้นไม้ที่ว่านี้ คือใครสำหรับคุณๆคะ...

ปล.สรุปว่าเลิกเล่านิทานไม่ได้อยู่ดี555
วัสลามุอะลัยกุมค่ะ
^_____________^
Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: nada-yoru Date: ต.ค. 12, 2009, 01:45 AM
"รักเป็นดั่งต้นไม้"

แปลกใจใครมาเปรียบรักเป็นแก้วบาง
ต้องระวังมิให้บิ่นให้ช้ำ
เฝ้าประคองมิให้เสียน้ำคำ
ด้วยกลัวทำให้แก้วหมอง
หากคราใดแก้วหล่นทิ้งลงพื้นไป
แตกกระจายไม่สมดั่งใจหวัง
ต่ออย่างไรคงไม่เหมือนดัง
แก้วคงยังร้าวรอยอยู่
แต่รักฉันเปรียบดังต้นไม้งอกงาม
ต้องเลี้ยงต้องดูให้น้ำ
แม้นปลิดใบกิ่งเสียหักลง งอกเสริมเติบโต
รักเป็นดั่งต้นไม้
หมั่นเพียรดูแลต้นไม้ของเรา
ไม่เปรียบเอารักเป็นแก้วบางใส
แตกหักลงคงด้วยพลั้งไป
ยังออกกิ่งใบเติบโตสูงงาม
(หนุ่มเสก)

Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: nada-yoru Date: ต.ค. 26, 2009, 01:17 AM
salam
"ต้นไม้แห่งปัญหา"
มุมมองที่แตกต่างในการจัดการกับปัญหาในชีวิตประจำวัน
ที่เตือนใจให้เรารู้จักที่จะ เหยียบโลก แทนที่จะ แบกโลก ไว้ตลอดเวลา
ช่างไม้ที่ผมจ้างให้มาซ่อมโรงนาอันเก่าแก่ของผม
เพิ่งเสร็จงานวันแรกที่เต็มไปด้วยปัญหาต่างๆ นาๆ
ยางรถที่แบนแต๊ดแต๋ทำให้เขาเสียเวลาทำงานไปหนึ่งชั่วโมง
เลื่อยไฟฟ้าของเขาอยู่ๆ ก็หยุดทำงานไปเฉยๆ
แถมตอนนี้รถกระบะคันเก่าของเขาก็สตาร์ทไม่ติดอีก
ขณะที่ผมขับรถไปส่งเขาที่บ้าน เขาได้แต่นั่งเงียบกริบ
เมื่อถึงบ้าน เขาเชิญผมให้เข้าบ้านเพื่อทำความรู้จักกับครอบครัวของเขา
ขณะที่เรากำลังเดินไปยังประตูหน้าบ้าน เขาก็หยุดนิ่งที่ต้นไม้ต้นเล็กๆ อยู่ครู่หนึ่ง
พร้อมเอื้อมมือทั้งสองข้างแตะที่ปลายกิ่งไม้
เมื่อประตูบ้านเปิดออก เขาก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างน่าอัศจรรย์
ใบหน้าคล้ำของเขาสว่างไสวไปด้วยรอยยิ้ม ขณะที่เขาโอบกอดลูกเล็กสองคน
และจุมพิตภรรยาของเขา
หลังจากแนะนำครอบครัวของเขาให้รู้จักกับผมแล้ว เขาเดินมาส่งผมที่รถยนต์
เราเดินผ่านต้นไม้ต้นเดิม และผมก็รู้สึกสงสัยจนอดใจไม่ไหว
ผมจึงถามเขาเกี่ยวกับสิ่งที่ผมเห็นก่อนหน้านี้
อ๋อ นั่นคือต้นไม้แห่งปัญหาของผม เขาตอบ
ผมรู้ว่าผมไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาในการทำงานได้
แต่สิ่งหนึ่งที่แน่ๆ ก็คือ ปัญหาไม่ได้เกี่ยวข้องกับบ้านที่มีภรรยาและลูกๆผมอาศัยอยู่
ดังนั้น ผมจึงแขวนปัญหาเหล่านั้นไว้ที่ต้นไม้ทุกคืนเมื่อผมกลับบ้าน
และในตอนเช้าผมจะหยิบมันขึ้นมาอีกครั้ง
สิ่งที่ตลกก็คือ เขายิ้มพร้อมกล่าวต่อว่า
เมื่อผมเดินออกจากบ้านในตอนเช้าเพื่อหยิบมันขึ้นมา
ปัญหาต่างๆ เหล่านั้นมันไม่ได้มีมากมายเท่ากับปัญหา
ที่ผมแขวนไว้เมื่อตอนกลางคืน
ที่มา: หนังสือ A 4th Course of Chicken Soup for the Soul
Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: nada-yoru Date: ต.ค. 27, 2009, 06:24 PM
salam
ต้นไม้พี่ชาย(บัง)
Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: nada-yoru Date: ต.ค. 31, 2009, 02:51 AM
salam
พักตรงนี้...ดีกว่า
หยุดและพักให้คลาย...หายเหนื่อย
สายลมไหว...โชยเอื่อย
เหนื่อยกายได้แรงกลับคืน...เหมือนเดิม
เพราะทางนั้น...ไกลอยู่
และไม่รู้ต้องเดินอีกไกล...เท่าไหร่
มีเรื่องราว...มากมาย
ที่ยังคอยให้เราเข้าไปพบเจอ
ที่ตรงนี้...นั้นมีต้นไม้
มีร่มเงาให้นอนสบาย...พักผ่อน
ลมไม่แรง...แสงแดดไม่ร้อน
มีฟ้าเอาไว้ห่มนอน...และรักแท้...จริงใจ
พักตรงนี้...ดีกว่า
เหนื่อยมานานกับความสับสน...วุ่นวาย
นอนเถิดนอน...ให้สบาย
ตื่นขึ้นมาแล้วเดินต่อไป...ตามทาง
ตื่นขึ้นมาแล้วแรงกลับคืน...
ยืนแล้วเดินต่อไป...ตามทาง
(พักตรงนี้...นิโคล)
Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: rayes Date: ต.ค. 31, 2009, 03:18 AM
นึกถึงตอนที่ไปผูกเปลนอนใต้ต้นใม้ทีริมทะเล เวลาลมพัดจะได้ยินเสียงลมกระทบผ่านใบใม้ ฟังแล้วหลับสบาย
(ในภาพคือเปลที่ผมผูกนอนจริงๆ)
Re: ต้นไม้ ต้นไม้ ต้นไม้ By: rayes Date: ต.ค. 31, 2009, 07:42 AM
อันนี้ต้นมะไฟ ตอนเด็กๆชอบเก็บลูกอ่อนสีเขียวๆมากินกับน้ำปลาหวาน พูดแล้วน้ำลายสอ ส่วนลูกสุกก็หวานเย็นลื่นคอ เสียดายที่บ้านไม่มีเสียแล้ว