Re: สามสิบข้อห้ามทางศาสนาที่มีต่อบรรดาสตรี By: al-azhary Date: ก.ย. 19, 2008, 02:35 PM
salam
อย่างนี้ ถ้าเกล้าผมสูงๆ แล้วคลุมฮิญาบ ก็ทำได้อย่างนั้นเหรอค่ะ แล้วถ้าอยู่ในบ้านจะทำได้มั้ยค่ะ
ถ้าเกล้าผมในรูปแบบดังกล่าวในบ้าน กระทำได้อยู่แล้วครับ
Re: สามสิบข้อห้ามทางศาสนาที่มีต่อบรรดาสตรี By: al-azhary Date: ก.ย. 19, 2008, 02:53 PM
salam
อยากได้คำตอบแบบชัดแจ้งอะค่ะ ว่าเวลาผู้หญิงเขาแต่งงาน แล้วโกนขนจัญไรบนใบหน้าเนี่ยะ เข้าข่ายมั้ยค่ะ
เรียกขนจัญไรเลยหรือครับ ขนไรตามใบหน้าเล็กน้อยของผู้หญิงนั้น ไม่จัญไรนะครับ

ท่านอิบนุมัสอูด รายงานว่า ท่านนบี ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัมกล่าวว่า
لعن الله الواشمات والمستوشمات, والناصمات والمتنمصات, والمتفلجات للحسن, المغيرات خلق الله
"อัลเลาะฮ์ทรงสาปแช่ง ผู้หญิงที่ทำการสัก และใช้ให้ทำการสัก ผู้หญิงที่ขจัดขนบนใบหน้าและผู้หญิงที่ขอให้ขจัดขนบนใบหน้า ผู้หญิงที่ถ่างช่วงระหว่างฟันเพื่อความสวยงาม ซึ่งพวกนางเป็นผู้ที่ทำการเปลี่ยนแปงการสร้างของอัลเลาะฮ์..." รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม
การขจัดขนบนใบหน้า ย่อมครอบคลุมถึง ขนคิ้วด้วยเช่นกัน ท่านอิมามอันนะวาวีย์กล่าวว่า "การกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่หะรอม นอกจาก ผู้หญิงที่มีเคราและหนวดงอกขึ้นมา ดังนั้น จึงไม่หะรอมที่จะขจัดมันออกไป ยิ่งกว่านั้น ยังถือว่าเป็นสุนัตให้ขจัด(เคราและหนวดของสตรี)ตามทัศนะของเรา(มัซฮับชาฟิอีย์)...และแท้จริง การห้ามนั้นคือการขจัดขนคิ้วและบริเวนใบหน้า" ดู ชัรหฺซอฮิหฺมุสลิม เล่ม 7 หน้า 361 หะดิษที่ 2125
ดังนั้น ขนจัญไร ไม่ใช่หนวดไม่ใช่เคราน่ะครับ จึงไม่อนุญาตให้ขจัดออกไป นอกจากสามีอนุญาต วัลลอฮุอะลัม
Re: สามสิบข้อห้ามทางศาสนาที่มีต่อบรรดาสตรี By: ILHAM Date: ก.ย. 20, 2008, 12:53 AM
เกี่ยวอะไรกับสามีล่ะครับ หรือว่าที่ไม่ให้โกนออกก็เพราะเพื่อสามี
Re: สามสิบข้อห้ามทางศาสนาที่มีต่อบรรดาสตรี By: al-firdaus~* Date: ก.ย. 20, 2008, 07:35 AM
salam
ผู้หญิงที่ถ่างช่วงระหว่างฟันเพื่อความสวยงาม ซึ่งพวกนางเป็นผู้ที่ทำการเปลี่ยนแปงการสร้างของอัลเลาะฮ์..." รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิมแล้วถ้าผู้หญิงที่มีฟันห่าง คือมีช่องว่างของฟัน แล้วทำการใส่เพื่อเติมเต็ม จะได้ไหมเอ่ย?

Re: สามสิบข้อห้ามทางศาสนาที่มีต่อบรรดาสตรี By: al-azhary Date: ก.ย. 20, 2008, 01:06 PM
salam
ผู้หญิงที่ถ่างช่วงระหว่างฟันเพื่อความสวยงาม ซึ่งพวกนางเป็นผู้ที่ทำการเปลี่ยนแปงการสร้างของอัลเลาะฮ์..." รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม
แล้วถ้าผู้หญิงที่มีฟันห่าง คือมีช่องว่างของฟัน แล้วทำการใส่เพื่อเติมเต็ม จะได้ไหมเอ่ย? 
หากมีฟันห่างหรือมีช่วงระหว่างฟันที่ทำให้เสียโฉมหรือเป็นปมด้อยทางจิตใจ ก็อนุญาตให้ทำฟันได้นะครับ
Re: สามสิบข้อห้ามทางศาสนาที่มีต่อบรรดาสตรี By: ILHAM Date: ก.ย. 20, 2008, 01:16 PM
แซงคิวนี่ ผมถามก่อนว่าเกี่ยวอะไรกับสามี ทำไมต้องให้ผัวอนุญาตด้วยครับ
Re: สามสิบข้อห้ามทางศาสนาที่มีต่อบรรดาสตรี By: f@ri Date: ต.ค. 07, 2008, 05:22 PM
อัสลามมูอะลัยกุมค่ะ
รออ่านข้อต่อไปอยู่ค่ะ บัง al-azhary อย่าลืมข้อที่เหลือนะคะ
ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ 
Re: สามสิบข้อห้ามทางศาสนาที่มีต่อบรรดาสตรี By: นูรุ้ลอิสลาม Date: พ.ย. 11, 2008, 02:25 PM
เกี่ยวอะไรกับสามีล่ะครับ หรือว่าที่ไม่ให้โกนออกก็เพราะเพื่อสามี
เมื่อสามีต้องการและยินยอมให้ภรรยาสวยงามด้วยการกระทำดังกล่าว ถือว่าอยู่ในฮุ่กุ่มการตบแต่งให้สวยงามเพื่อสามีจะได้รักเย็นตาเย็นใจ มันเป็นเรื่องอนุญาตในแง่มุมนี้น่ะ
Re: สามสิบข้อห้ามทางศาสนาที่มีต่อบรรดาสตรี By: al-firdaus~* Date: พ.ย. 13, 2008, 03:32 PM
salam
มีเพิ่มเติมไหมเอ่ย?
Re: สามสิบข้อห้ามทางศาสนาที่มีต่อบรรดาสตรี By: al-firdaus~* Date: พ.ย. 13, 2008, 03:39 PM
13. ห้ามสตรีอยู่ตามลำพังกับชายอื่น
ท่านอับดุลเลาะฮ์ อิบนุ อับบาส (ร่อฏิยัลลอฮุอันฮุมา) กล่าวว่า ฉันได้ยินท่านนบี ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวสุนทรพจน์ ความว่า "ชายคนหนึ่งจะไม่อยู่ตามลำพังกับผู้หญิงคนหนึ่ง นอกจากพร้อมกับนางต้องมีมะห์รอม(ผู้ที่แต่งงานร่วมกันไม่ได้)" รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม
ท่านอุกบะฮ์ บิน อามิร (ร่อฏิยัลลอฮุอันฮุ) ได้รายงานว่า แท้จริงท่านร่อซูลุลเลาะฮ์ ซ๊อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า "พวกท่านจงระวังการเข้าไปหาบรรดาสตรี ผู้ชายคนหนึ่งจากชาวอันซ๊อร ตั้งคำถามขึ้นว่า ท่านเห็นว่าอย่างไรเกี่ยวกับพี่น้องของสามี? ท่านร่อซูลุลเลาะฮ์ ตอบว่า พี่น้องสามีคือความตาย" รายงานโดย อัลบุคอรีย์และมุสลิม
ดังนั้น สองหะดิษนี้ ระบุชัดเจนในเรื่องของการห้ามอยู่ร่วมตามลำพังระหว่างบุรุษและสตรีอื่น และเราได้นำเสนอเกี่ยวกับเรื่องนี้ เนื่องจากสตรีส่วนมากทำเบาความเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ด้วยการอนุญาตให้ชายอื่นเข้าไปพบนางได้ นั่งร่วมคุยกับนางได้ ด้วยการอ้างว่า เขาเป็นเพื่อนหรือคนรู้จักของครอบครัว แต่นางได้ทำให้เสื่อมเกียรติด้วยการอ้างเหตุผลที่คลุมเครือดังกล่าว ทำลายครอบครัวของตนเอง
ฉะนั้น จึงมีความจำเป็นต่อสตรีมุสลิมะฮ์ ต้องไม่ให้ผู้ใดเข้ามาในบ้านของสามีนอกจากผู้ที่สามีพอใจ และให้นั่งคุยด้วยมารยาทตามกฏบัญญัติของศาสนา ด้วยการคลุมฮิญาบ ไม่นั่งตามลำพังสองต่อสอง และต้องมีความจำเป็นเท่านั้น ดังนั้น สตรีผู้เป็นภรรยาต้องไม่นั่งพร้อมกับชายอื่น - แม้กระทั่งอยู่ต่อหน้าสามีหรือคนใดจากผู้ที่ไม่สามารถแต่งงานกับนางได้ก็ตาม - เพียงเพื่อนั่งพูดคุยหรือพูดจาพาทีกับอีกฝ่ายหนึ่ง แต่ทว่า การนั่งพูดคุยนั้น เพราะมีความจำเป็นทางด้านศาสนา เช่นเพื่อการเยียวยารักษาหรือเพื่อการแต่งงาน
สตรีบางส่วนนั่งคุยกับชายอื่นโดยมีบุตรเล็ก ๆ ของตนร่วมอยู่ด้วย และอ้างว่าหากมีบุตรเล็ก ๆ ทั้งหญิงหรือชาย ร่วมอยู่ด้วยถือว่าไม่เป็นการอยู่ร่วมกันตามลำพัง ซึ่งดังกล่าวนี้ ถือว่าไม่ถูกต้อง เพราะการมีเด็กเล็ก ๆ ร่วมอยู่ด้วยนั้น เหมือนกับไม่มี เนื่องจากไม่มีความละอายใด ๆ ให้กับเด็กเพราะอายุยังน้อย และเช่นเดียวกัน ในกรณีที่บรรดาชายอื่นมากกว่าหนึ่ง ได้อยู่ร่วมกับสตรีเพียงคนเดียว ถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องห้าม
และบางครั้งผู้ชายพบกับผู้หญิงพบกันระหว่างทางโดยบังเอิญ ก็ถือว่าอนุญาตให้เดินทางพร้อมกับเขาได้ แต่ให้ผู้ชายเดินนำหน้าสตรี เสมือนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับท่านหญิงอาอิชะฮ์ (ร่อฏิยัลลอฮุอันฮา) ในขณะที่ท่านหญิงได้เดินทางอยู่ข้างหลังกองทหาร ซึ่งอยู่ในช่วงของเหตุการณ์ที่ท่านหญิงถูกกล่าวหาในครั้ง
วัลลอฮุอะลัม
ส่วนใหญ่มักมองข้ามข้อนี้

Re: สามสิบข้อห้ามทางศาสนาที่มีต่อบรรดาสตรี By: al-azhary Date: พ.ย. 15, 2008, 08:48 PM
salam
17. ห้ามมุสลิมโกรธกันเกินสามวัน
อิสลามเป็นศาสนาแห่งความรัก เอื้ออาทร เกลื้อกูล ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ดังนั้นมุสลิมีนที่อยู่ในความรักอาทรและเมตตาต่อกันนั้นประหนึ่งเรือนร่างเดียวกัน เมื่ออวัยวะส่วนหนึ่งเจ็บป่วย อวัยวะส่วนอื่น ๆ ก็จะคอยไม่สบายและมีความทุกข์ใจไปด้วย
ด้วยเหตุนี้อิสลามจึงห้ามการโกรธต่อกัน อิจฉาริษยาต่อกัน หันหลังให้กัน และตัดขาดสัมพันธ์ต่อกัน และยังห้ามให้โกรธต่อพี่น้องของเขาเกินสามวัน
รายงานจากท่านอะบี อัยยูบ อัลอันซอรีย์ ร่อฏิยัลลอฮุอันฮุ ว่า แท้จริงท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า "ไม่อนุญาตให้มุสลิมห่างเหิน(โกรธ)พี่น้องของเขาเกินกว่าสามวัน ครั้งทั้งสองได้จบเจอกัน แล้วคนนี้ผินหน้าไปอื่น และอีกคนนี้ก็ผินหน้าไปทางอื่น ผู้ที่ดีเลิศจากทั้งสองนั้นคือผู้ที่เริ่มให้สลาม" รายงานโดยบุคอรีและมุสลิม
แต่ทว่าอัลเลาะฮ์ทรงเข้มงวดในการบาดหมางระหว่างพี่น้องมุสลิม ด้วยการล่าช้าการให้อภัยโทษบรรดาบาปของผู้ที่ทะเลาะและบาดหมางต่อกันขณะที่บรรดาอะมัลได้ถูกนำเสนอในทุกวันจันท์และพฤหัสบดี
รายงานจากท่านอะบูฮุร็อยเราะฮ์ ร่อฏิยัลลอฮุอันฮุ ว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า "บรรดาอะมัลของถูกนำเสนอในทุก ๆ วันจันทร์และวันพฤหัสบดี ดังนั้นอัลเลาะฮ์จักทรงอภัยโทษแก่ผู้ที่ไม่กระทำสิ่งใดที่ตั้งภาคีเลยต่อพระองค์ นอกจากบุคคลหนึ่งที่ระหว่างเขาและพี่น้องของเขามีความเกลียดชังต่อกัน พระองค์ก็จะทรงตรัสว่า พวกท่านจงละทิ้งทั้งสองคนนี้ก่อนจนกว่าทั้งสองจะทำการประณีประนอมต่อกัน" รายงานโดยมุสลิม
ดังนั้นการหมางเมินต่อกันระหว่างสตรีนั้นเหตุใดถึงมีมากอย่างนี้! และสาเหตุที่ทำให้ต้องหมางเมินต่อกันระหว่างพวกนางช่างเป็นเรื่องเล็กน้อยเหลือเกิน!
วัลลอฮุอะลัม
Re: สามสิบข้อห้ามทางศาสนาที่มีต่อบรรดาสตรี By: chocolatesunday Date: พ.ย. 15, 2008, 11:18 PM
salam
17. ห้ามมุสลิมโกรธกันเกินสามวัน
ดังนั้นการหมางเมินต่อกันระหว่างสตรีนั้นเหตุใดถึงมีมากอย่างนี้! และสาเหตุที่ทำให้ต้องหมางเมินต่อกันระหว่างพวกนางช่างเป็นเรื่องเล็กน้อยเหลือเกิน!
ผู้หญิงละเอียดอ่อนมั่ง เลยเก็บตกทุกรายละเอียด ชอบคิดเล็กคิดน้อย ทั้งที่เป็นเรื่องไม่เป็นเรื่อง
ญาซากัลลอฮฺค่ะสำหรับข้อมูลดีๆๆ จารออ่านอีก 13 ข้อ
Re: สามสิบข้อห้ามทางศาสนาที่มีต่อบรรดาสตรี By: al-azhary Date: พ.ย. 16, 2008, 12:18 PM
salam
18. ห้ามสร้างความเดือนร้อนแก่เพื่อนบ้าน
บุคคลหนึ่งจะไม่สามารถอยู่ห่างไกลจากผู้คนในสังคมได้ เพราะ ณ ที่นั่นยังต้องมีความสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้นระหว่างพวกเขาเพื่อดำรงไว้ซึ่งผลประโยชน์ที่เฉพาะ
อนึ่ง ในสังคมอิสลาม ความสัมพันธ์ในระหว่างปัจเจกชนในสังคมทั้งจะไม่ถูกละเลยอย่างไร้ซึ่งกฏเกณฑ์และไร้ขอบเขตแต่เพื่อสนองเป้าหมายของอัลเลาะฮ์ตะอาลาให้มนุษย์อยู่ร่วมกันในสังคมอิสลามโดยวางบทบัญญัติเพื่อจัดระเบียบความสัมพันธอ์อันเหล่านี้และรักษาไว้ซึ่งความเป็นเอกภาพในสังคม
บางครั้งความสัมพันธ์ที่โดดเด่นที่สุดในสังคมก็คือความสัมพันธ์ระหว่างมุสลิมกับเพื่อนบ้านของเขา
พี่น้องมุสลิมะฮ์ผู้รักษาไว้ซึ่งเกียรติและสิทธิของเพื่อนบ้านครับ เราอยากจะกล่าวว่า เพื่อนบ้านคนหนึ่งนั้นย่อมมีสิทธิ์พึงปฏิบัติต่อเพื่อนบ้านด้วยกัน ให้ทำรักษาและปกป้องสิทธิเหล่านั้น ด้วยการปฏิบัติดีต่อเขา ช่วยเหลือกันในเรื่องความดีงาม หักห้ามในสิ่งที่ต้องห้าม สร้างความใกล้ชิด และความรักอาทรต่อกันด้วยการมอบของฝากหรือของกำหนดให้แก่กันเนื่องจากดังกล่าวทำให้เกิดความสบายใจและมีทัศนะคติที่ดีต่อกัน
มีฮะดิษซอฮิห์ได้รายงานจากท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ว่า "ญิบรีลได้สั่งเสียฉันเกี่ยวกับเพื่อนบ้าน จนกระทั่งคิดว่าสามารถรับมรดกกันได้" รายงานโดยบุคอรีและมุสลิม
รายงานจากอะบูซัรริ ร่อฏิยัลลอฮุอันฮุ ว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า "โอ้ อะบาซิรรฺ! เมื่อท่านได้ปรุงน้ำแกง ก็จงทำน้ำแกงให้มาก ๆ และจงให้เพื่อนบ้านของท่านด้วย" รายงานโดยมุสลิม
ดังนั้นจึงไม่อนุญาตให้มุสลิมหรือมุสลิมะฮ์สร้างความเดือนร้อนแก่เพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ เนื่องจากข้อห้ามจากสิ่งดังกล่าว
อัลเลาะฮ์ทรงตรัสความว่า "และบรรดาผู้สร้างความเดือนร้อนแก่มวลชนผู้ศรัทธาทั้งชายและหญิง (โดยใส่ร้าย) ในสิ่งที่พวกเขามิได้พากเพียรไว้ แน่นอนพวกเขาเหล่านั้นย่อมต้องแบกความเท็จ และบาปอันชัดแจ้งไว้" อัลอะหฺซาบ 58
รายงานจากอะบูฮุร็อยเราะฮ์ ว่า ท่านนบี ศ็อลลัลลฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวว่า "โอ้ บรรดาสตรีมุสลิมะฮ์เอ๋ย เพื่อนบ้านสตรีคนหนึ่งจะต้องไม่ดูหมิ่นเพื่อนบ้านของนาง หากแม้นว่า(สิ้นน้ำใจมอบให้) จะเล็กน้อยก็ตาม" รายงานโดยบุคอรีและมุสิลม
พี่น้องมุสลิมทั้งหลาย จงพยายามรักษาไว้ซึ่งสิทธิเพื่อนบ้านของพวกเธอ ปฏิบัติต่อกันด้วยความดีงาม หากแม้นว่าด้วยคำพูดดี ๆ สักหนึ่งคำ หรือด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มสักทีก็ตาม
และจงระวัง การสร้างความเดือนร้อนต่อเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะด้วยคำพูดหรือการกระทำ ซึ่งเป็นเหตุให้อัลเลาะฮ์ทรงพิโรจและจะทรงลงโทษอย่างร้ายแรง
วัลลอฮุอะลัม
Re: สามสิบข้อห้ามทางศาสนาที่มีต่อบรรดาสตรี By: HANEE Date: พ.ย. 28, 2008, 09:23 AM
สลาม
มารออ่านข้อต่อไปอยู่ ...
อิอิ

Re: สามสิบข้อห้ามทางศาสนาที่มีต่อบรรดาสตรี By: Browny Date: พ.ย. 28, 2008, 03:22 PM
อีก 12 ข้อ สู้ๆ นะค่ะ คุณ al-azhary
ครบเมื่อไหร่ จะขอพิมพ์ไปแจกให้น้องๆ มุสลิมะห์นะค่ะ ญะซากัลลอฮเจ้า