กระดานเสวนานักศึกษาอะฮ์ลิสซุนนะฮ์วัลญะมาอะฮ์ มุอัลลัฟและความเข้าใจเกี่ยวกับอิสลาม
Pages: 1234567
บรรดาฮิกมะฮ์และปรัชญาต่าง ๆ แห่งบทบัญญัติอิสลาม By: julee Date: ก.พ. 21, 2008, 12:16 AM
อัสลามมุอะลัยกุ้ม
    ถึงพี่น้องมุสลิมทุกท่าน  ผมได้มีโอกาสบ่อยครั้งมากที่เข้าไปค้นคว้าข้อมูลเชิงวิชาการที่หอสมุดแห่งชาติที่ผมทำการศึกษาอยู่ณ.กรุงไคโร
และวันหนึ่งในขณะที่ข้าพเจ้าอ่านหนังสืออยู่ในหอสมุด  ได้มีด๊อกเตอร์คนหนึ่งมานั่งข้างๆผมและในมือของเขามีหนังสือเล่มหนึ่ง  ด้วยตัวข้าพเจ้าเป็นคนอยากรู้อยากเห็นก็เลยขออนุญาติดูและอ่าน ผมเองยังไม่ทันจะเปิดอ่านเนื้อหาข้างใน เพียงแค่ชื่อผมก็ชอบแล้ว จึงทำให้ผมอยากจะอ่านเนื้อหาจนเนื้อตัวสั่น หนังสือเล่มนี่มีชื่อที่แปลเป็นไทยว่า  (ฮิกมะฮ์และปรัชญาแห่งบทบัญญัติอิสลาม)  ซึ่งเนื้อหาข้างในนั้นพูดถึงประโยชน์ที่แฝงเร้นที่เกี่ยวกับบทบัญญัติต่างๆของอิสลามทุกแง่มุมรวมทั้งจุดเล็กๆของอิสลาม  ดังนั้นผมอยากเชิญชวนพี่น้องทุกคนมาช่วยกันนำเสนอเรื่องที่เกี่ยวกับฮิกมะฮ์และปรัชญาแห่งบทบัญญัติอิสลามจะดีไหมคับเพื่อพวกเราจะได้รับผลประโยชน์และจะได้เปิดโลกทัศน์

     ดั้งนั้นผมขอเริ่มก่อนแล้วกัน
   
     ปรัชญาแห่งบทบัญญัติอิสลาม
           บทบัญญัติต่างๆของอิสลามนั้นมีเป้าหมายอยู่ 4ประการด้วยกัน
๑.  เพื่อจะได้รู้จักอัลลอฮ์   ความเอกะของพระองค์    การสรรเสริญพระองค์ และรู้จักคุณลักษณะที่สมบูรณ์ของพระองค์
๒. การปฏิบัติอิบาดะห์ต่างๆซึ่งที่ได้ประมวลเอาไว้นั้นเพื่อที่จะแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของพระองค์ และซุโกรเนียะมัตต่างๆของพระองค์ ซึ่งถ้าหากว่าเราจะนับมันนั้น เราก็ไม่สามารถที่จะคณานับได้
๓. ส่งเสริมด้วยกับการใช้ให้ทำความดี ยับยั้งจากความชั่วร้ายและประดับประดาด้วยจรรยามาทยาทที่ดีงามและสู่งส่ง
๔. ระงับยับยั้งผู้ที่ละเมิดขอบเขดที่อัลลอฮ์ทรงกำหนดในเรื่องของมูอามาลาต   นอกจากนั้นทรงกำหนดบทลงโทษที่แตกต่างกันไว้ด้วยแก่ผู้ที่ละเมิด
                                   วัสลาม
Re: ฮิกมะฮ์และปรัชญาแห่งบทบัญญัติอิสลาม By: julee Date: ก.พ. 21, 2008, 12:41 AM
อัสลามุอะลัยกุ้ม
      ยังไงก็ช่วยกันนำเสนอความคิดด้วยนะคับ
ฮิกมะฮ์แห่งบทบัญญัติอิสลามนั้นมีมาก  ผมขอแนะนำเรื่องสักนิดนะคับเช่น
๑.ฮิกมะฮ์ของการประทานรอซูลต่างๆ
๒.ฮิกมะฮ์ของการทำความสะอาดด้วยน้ำ
๓.ฮิกมะฮ์ของการอาบน้ำละหมาดเพียงอวัยวะบางส่วน
๔.ฮิกมะฮ์ของการอาบน้ำต่างๆให้ทั่วร่างกาย
๕.ฮิกมะฮ์ของการละหมาดวายิบ
๖.ฮิกมะฮ์ของการละหมาดสุนัตต่างๆ
๗.ฮิกมะฮ์ของท่วงท่าต่างๆของการละหมาด
  และอื่นๆอีกหลายประการเอาอย่างนี้ก็แล้วกันเราเริ่มพูดตั้งแต่บทที่ว่าด้วยเรื่อง  (อิบาดัต)กันก่อนหลังจากนั้นบท (มุนากาฮาต)   แล้วต่อด้วย (มุอามาลาต)
                              วัสลามคับ
Re: ฮิกมะฮ์และปรัชญาแห่งบทบัญญัติอิสลาม By: julee Date: ก.พ. 21, 2008, 08:54 PM
อัสลามมุอะลัยกุ้ม
    ผมอยากให้พี่น้องช่วยนำเสนอด้วยคับ
                    ขอบคุณคับ
                        วัสสลาม
Re: ฮิกมะฮ์และปรัชญาแห่งบทบัญญัติอิสลาม By: al-azhary Date: ก.พ. 21, 2008, 09:36 PM
อัสลามมุอะลัยกุ้ม
    ผมอยากให้พี่น้องช่วยนำเสนอด้วยคับ
                    ขอบคุณคับ
                        วัสสลาม

หากตำรามีเรื่องนี้มีก็ดีน่ะ  แต่หากผมจะช่วยนำเสนอเพิ่มเติม  ก็ต้องค้นตำราเล่มอื่น ๆ ที่พอผ่านมาบ้าง  ผมว่ากระทู้นี้ก็น่าสนใจดีเยี่ยมเลยครับ  loveit:
Re: ฮิกมะฮ์และปรัชญาแห่งบทบัญญัติอิสลาม By: al-azhary Date: ก.พ. 23, 2008, 09:17 PM

อะไรคือฮิกมะฮ์ที่อัลเลาะฮ์ตะอาลาทรงเจาะจงให้พระองค์เพียงองค์เดียวรู้ถึงการเกิดวันกิยามะฮ์?


"การที่อัลเลาะฮ์ตาอาลาทรงเจาะจงต่อพระองค์เองเป็นพิเศษในเรื่องการรู้ถึงการเกิดวันกิยามะฮ์นั้น  ฮิกมะฮ์ก็คือ  การซ่อนเร้นความรู้ในวันสิ้นโลกนั้นย่อมมีคุณประโยชน์  ซึ่งคุณประโยชน์นี้จะไม่สมบูรณ์นอกจากด้วยความคลุมเครือเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เกิดวันกิยามะฮ์  และเพื่อให้ผู้คนทุกยุคทุกสมัยกลัวถึงการเกิดวันกิยามะฮ์  ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้พวกเขาเตรียมพร้อมการปฏิบัติอะมัลที่ซอลิห์  เมื่อหวั่นกลัวว่ามันจะเกิดช่วงเวลาใหนก็ได้นั้น  พวกเขาก็จะรีบทำความดีงามให้มาก ๆ  ฉะนั้นฮิกมะฮ์ดังกล่าว  จึงทำให้มีการฏออัตและยังยั้งจากการกระทำที่ฝ่าฝืน" 



Re: ฮิกมะฮ์และปรัชญาแห่งบทบัญญัติอิสลาม By: al-azhary Date: ก.พ. 23, 2008, 09:25 PM
อะไรคือฮิกมะฮ์ที่มารดามีสิทธิ์ในการเลี้ยงดูบุตร?


"ศาสนาได้มอบสิทธิการเลี้ยงบุตรให้แก่มารดาก่อนบิดา  เพราะมารดานั้นมีความรักห่วงคิดถึงต่อบุตร  มีความเอ็นดูเมตตา  มีความอดทนในการเลี้ยงดูบุตรมากกว่าผู้เป็นบิดา  และเพราะว่ามารดากนั้นมีความอดทนสูงในการเลี้ยงดูอันเนื่องจากนางอุ้มครรภ์มาอย่างยากลำบากและคลอดมาอย่างยากลำบาก  ท่านนบีจึงกล่าวว่า "เธอย่อมมีสิทธิ์ยิ่งต่อบุตรตราบใดที่ยังไม่แต่งงาน(ใหม่)"

Re: ฮิกมะฮ์และปรัชญาแห่งบทบัญญัติอิสลาม By: al-azhary Date: ก.พ. 23, 2008, 09:39 PM
อะไรคือฮิกมะฮ์ที่ผู้ทำฮัจญ์และอุมเราะฮ์ห้ามสวมใส่สิ่งที่ถูกเย็บ?


"ฮิกมะฮ์ที่ผู้ทำฮัจญ์และอุมเราะฮ์ไม่สวมใส่สิ่งที่ถูกเย็บนั้น  เพื่อให้มนุษย์มีความน้อบน้อมต่ำต้อยต่อผู้อภิบาลของเขาอย่างสมบูรณ์ทั้งภายนอกและภายใน  เพราะมนุษย์คนหนึ่งที่สวมผ้าคลุมหนึ่งผืนและผ้านุ่งหนึ่งผืนขณะทำฮัจญ์นั้นเป็นความต่ำต้อย  เราจะพบว่าคนร่ำรวยที่สามารถสวมใส่อาภรณ์ที่มีคุณภาพดีสวยหรู  ก็จะเหมือนกับคนจนในวันนั้นก็เพื่อจะให้มีความนอบน้อมต่ำต้อยอย่างสมบูรณ์  และอีกฮิกมะฮ์หนึ่งก็คือ  เพื่อแสดงถึงความเอกภาพระหว่างพี่น้องมุสลิมีน  ซึ่งพวกเขาเป็นประชาชาติเดียวกันแม้กระทั่งในเรื่องของการสวมใส่  ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงตอวาฟรอบกะบะฮ์เดียวกัน  ทำการวะกูฟในสถานที่เดียวกัน  ทำการค้างคืนในสถานที่เดียวกัน เช่นมีนา  ข้างเสาหินสถานที่เดียวกัน  และอีกฮิกมะฮ์หนึ่งก็คือ  เพื่อให้มนุษย์หวนตระหนักว่าเมื่อเขาได้จากดุนยานี้ไป  เขาก็จะจากไปโดยสภาพสวมชุดเช่นนี้   ไม่ใช่จากดุนยาไปโดยสวมใส่อาภรณ์ที่สวยหรูแต่ทว่าเขาจะจากไปโดยถูกห่อกะฟั่น"
Re: ฮิกมะฮ์และปรัชญาแห่งบทบัญญัติอิสลาม By: al-azhary Date: ก.พ. 23, 2008, 09:45 PM
อะไรคือฮิกมะฮ์ที่การเป็นพยานของสตรีมีพิกัดครึ่งหนึ่งของบุรุษ?


"ยังมีอีกด้านหนึ่งที่อิสลามได้ให้ข้อสังเกตุเกี่ยวกับกรณีของการเป็นพยานของบุรุษและสตรี  สรุปคือ  สตรีจะมีประจำเดือน  ซึ่งเป็นกรณีที่ทำให้เกิดปฏิกิริยาและความแปรปรวนทางอารมณ์ และสืบเนื่องดังกล่าว  ทำให้มีผลกระทบต่อการเป็นพยานของนางเมื่อการเป็นพยานได้มีขึ้นในช่วงระยะเวลาดังกล่าว  นอกเหนือจากนั้น  สตรียังมีความอ่อนไหวมากว่าบุรุษ  ซึ่งบางครั้งอาจจะเกิดความสงสารและเห็นอกเห็นใจแก่ฝ่ายจำเลย  ดังนั้น  สิ่งดังกล่าวอาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อการเป็นพยานของนางโดยไม่ตั้งใจ และด้วยเหตุดังกล่าวนี้  อิสลามได้บ่งชี้ให้เห็นจากสภาพต่าง ๆ เช่นนี้  คือให้มีพยานสตรีสองคน ซึ่งเมื่อคนใดเกิดหลงลืมหรือผิดพลาด  แน่นอนว่า อีกคนหนึ่งสามารถเป็นส่วนเสริมข้อบกพร่องหรือความผิดพลาดนั้นได้"
Re: ฮิกมะฮ์และปรัชญาแห่งบทบัญญัติอิสลาม By: al-azhary Date: ก.พ. 23, 2008, 10:39 PM
อะไรคือฮิกมะฮ์ที่ปิดท้ายรอมะดอนด้วยการมีวันอีด?


"เดือนรอมะดอนเป็นเดือนที่สัมพันกับรัศมีแห่งฟากฟ้าและแผ่นดินด้วยการประทานอัลกุรอานลงมาเพื่อเป็นทางนำแห่งชาวโลก  หมายถึง  อัลเลาะฮ์ทรงวางรากฐานอิสลามด้วยการประทานอัลกุรอานและความศิริมงคลในเดือนรอมะดอนและปิดท้ายด้วยการมีวันอีดเพื่อให้ตระหนักถึงเนี๊ยะอฺมัตอันยิ่งใหญ่ที่อัลเลาะฮ์ทรงประทานความโปรดปราณแก่ปวงบ่างของพระองค์ในเดือนดังกล่าวนี้  และสิ่งสำคัญยิ่งในวันอีด  ก็คือ  ให้มีความปรองดอง  มีความเมตตาอาทรต่อกัน  และเชื่อมสัมพันธไมตรีซึ่งกันและกันระหว่างเพื่อนมนุษย์  ด้วยการเยี่ยมเยือน  มอบของกำนัลแด่เครือญาติและเพื่อนบ้าน  เสถียรภาพทางจิตใจและสังคมก็จะเกิดขึ้น"
Re: ฮิกมะฮ์และปรัชญาแห่งบทบัญญัติอิสลาม By: al-azhary Date: ก.พ. 23, 2008, 10:53 PM

เคล็ดลับ ( ฮิกมะห์ ) และคุณประโยชน์บางประการของการถือศิลอด


มุสลิมทุกคนต้องทราบก่อนว่า การถือศิลอดเดือนรอมาดอนเป็นอิบาดะห์ที่อัลเลาะห์กำหนดให้เป็นหน้าที่ต้องปฏิบัติ ความหมายที่ว่าเป็นอิบาดะห์ ก็คือมุสลิมจะต้องน้อมรับมาปฏิบัติด้วยความเต็มใจในฐานะเป็นบ่าวของอัลเลาะห์ โดยไม่ต้องมองไปที่ผลลัพธ์ของการถือศิลอดว่าจะให้ผลแก่เขาเป็นประการใดเมื่อได้ปฏิบัติเช่นนี้แล้ว ก็ไม่ขัดข้องที่จะมองดู และพิจารณาเคล็ดลับต่างๆของพระเจ้าที่แฝงไว้กับการถือศิลอด และอิบาดะห์อื่นๆ ไม่เป็นที่น่าสงสัยเลยว่าข้อกำหนดต่างๆ ของอัลเลาะห์ทั้งหมดนั้นมีเคล็ดลับแฝงอยู่และเป็นคุณประโยชน์แก่บ่าวของพระองค์ แต่ไม่บังคับให้บ่าวของพระองค์ต้องรับรู้คุณประโยชน์และเคล็ดลับเหล่านั้น

เป็นที่แน่นอนว่าในการถือศิลอดนั้น ย่อมมีคุณประโยชน์และเคล็ดลับแฝงอยู่มากมาย ซึ่งบางส่วนก็ได้รับการเปิดเผยแล้ว แต่คงเหลืออีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับการเปิดเผย และส่วนหนึ่งที่ได้รับการเปิดเผยแล้วก็คือ :

1. การถือศิลอดที่ปฏิบัติถูกต้อง จะปลุกและเร่งเร้าจิตใจของมุสลิมให้เกิดสำนึกขึ้นว่าตนเองถูกควบคุม และติดตามดูพฤติการณ์จากอัลเลาะห์ ตาอาลา ทั้งนี้เพราะในเวลากลางวันผู้ที่ถือศิลอดจะเกิดความหิวและกระหาย เขาเกิดความหยากอาหารและเครื่องดื่ม แต่ความรู้สึกของเขาที่ว่ากำลังถือศิลอดอยู่จะขัดขวางเขาไว้ไม่ให้เขากระทำตามความต้องการและตามจิตปรารถนา เพื่อสนองคำบัญชาของอัลเลาะห์เจ้า และในช่วงของการต่อสู้กันนี้ หัวใจของเขาจะตื่น ความสำนึกว่าถูกควบคุมและติดตามดูพฤติการณ์ จากอัลเลาะห์ ตาอาลา เพิ่มสูงขึ้น เขาจะรำลึกอยู่เสมอถึงความยิ่งใหญ่และเกรียงไกรของพระองค์ และจะรู้สึกตัวอยู่เสมอว่าเขาเป็นบ่าวที่ต้องยอมรับและสนองตอบคำบัญชาของพระองค์

2 . เดือนรอมาดอนเป็นเดือนศักศิทธิ์และสำคัญยิ่ง ที่อัลเลาะห์ให้บ่าวของพระองค์บรรจุความดีและกุศลต่างๆ ให้เต็มทั้งเดือนและเพื่อทำให้ความหมายของความเป็นบ่าวของอัลเลาะห์ เป็นจริงขึ้นมา ซึ่งการดังกล่าวนั้นจะเกิดขึ้นได้ยาก ตราบที่ยังมีสำรับอาหารและถาดเครื่องดื่มวางอยู่เบื้องหน้ากระเพาะเต็มไปด้วยอาหารที่คอยรบกวนสมาธิและมันสมอง การถือศิลอดในเดือนนี้เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้ภารกิจและหน้าที่ของความเป็นบ่าวสมบูรณ์

3.  การถือศิลอดจะช่วยขัดเกลาและขำระนิสัยที่หยาบกร้านตลอดจนความเห็นแก่ตัวให้นุ่มนวลและลดน้อยลง

4 . หลักสำคัญที่ทำให้สังคมมุสลิมเจริญรุ่งเรืองก็คือการที่มุสลิมมีความเอื้ออาทรและเมตตาสงสารซึ่งกันและกัน เป็นการยากที่คนรวยจะเกิดมีความเมตตาสงสารคนยากจนอย่างแท้จริงขึ้นได้ โดยไม่มีความเจ็บปวดของความขัดสน และความขืนขมของความหิวโหยมาสลับฉากความร่ำรวย และความอิ่มหนำสำราญ ดังนั้นการถือศิลอดในเดือนรอมาดอน จะเป็นตัวกระตุ้นและเร่งเร้าคนรวยให้มีความเมตตาและสงสารคนยากจนได้ดีที่สุด
Re: ฮิกมะฮ์และปรัชญาแห่งบทบัญญัติอิสลาม By: Muftee Date: ก.พ. 23, 2008, 11:15 PM
อะไร คือ ฮิกมะฮฺในการมีเวป sunnahstudents.com

             เนื่องจากตอนนี้  อุละมาอฺสาย อะชาอิเราะฮฺ  โดกล่าวหาว่า

หลงผิดในเรื่องอะกีดะฮฺ  และโดนกล่าวหาว่าชอบทำบิดอะฮฺ

ซึ่งก่อให้เกิดการหุกมคนส่วนมากในโลกอิสลามว่าเป็นพวกหลงผิด

รวมทั้งคนส่วนมากในเมืองไทยด้วย  ดังนั้น ทางทีมงานจึงได้

ก่อตั้งเวปนี้ขึ้นเพื่อชี้แจงแนวทางอะลิสสุนนุฮฺ อัลอะชาอิเราะฮฺ

เพื่ออธิบายถึงหลักการที่ถูกต้องแก่มุสลิมในเมืองไทย 

            แม้ว่าการมีเวป sunnahstudents.com  จะไม่ใช่บทบัญญัติแห่งอิสลาม

แต่ เวป sunnahstudents.com ก็นำเสนอ บทบัญญัติแห่งอิสลามแด่พี่น้องมุสลิมตลอดมา

          ข้าพเจ้าขอจากเอกองค์อัลลอฮฺ ตะอาลา ให้ เวป sunnahstudents.com นี้

อยู่คู่พี่น้องไปจนชั่วกาลนาน.......
Re: ฮิกมะฮ์และปรัชญาแห่งบทบัญญัติอิสลาม By: julee Date: ก.พ. 24, 2008, 03:17 AM
อัสลามมุอะลัยกุ้ม
    ผมอยากให้พี่น้องช่วยนำเสนอด้วยคับ
                    ขอบคุณคับ
                        วัสสลาม

หากตำรามีเรื่องนี้มีก็ดีน่ะ  แต่หากผมจะช่วยนำเสนอเพิ่มเติม  ก็ต้องค้นตำราเล่มอื่น ๆ ที่พอผ่านมาบ้าง  ผมว่ากระทู้นี้ก็น่าสนใจดีเยี่ยมเลยครับ  loveit:
    ตำราที่พูดถึงฮิกมะห์นั้นมีหลายเล่มคับอาทิเช่น
 
الاسرار الا لهية في الحكم التشريعية
      اسرار الشريعة الاسلامية
حكمة التشريع وفلسفنه                                                 
 معاني الاخبار
علل الشرائع 
فرقان القلوب                                                                     
         القياس في الشرع الاسلامي
 المسالك البديع في حكمة التشريع   
         مواهب البديع في حكمة التشريع
     

Re: ฮิกมะฮ์และปรัชญาแห่งบทบัญญัติอิสลาม By: - ครูจริงใจ- Date: ก.พ. 24, 2008, 07:37 AM
เคล็ดลับ ( ฮิกมะฮฺ ) ในการบัญญัติละหมาดญามาอะฮฺ
[/size]

     


     หลักการอิสลามส่งเสริมให้มุสลิมรู้จักกัน เป็นพี่น้องกัน  และร่วมมือกันเพื่อส่งเสริมสัจธรรมและขจัดสิ่งโป้ปดมดเท็จ  การส่งเสริมให้เกิดภราดรภาพและความร่มมือกันนั้น  ไม่มีแหล่งใดที่จะสร้างบรรยากาศได้ดีกว่ามัสยิด  ขณะที่มุสลิมพบปะกันที่มัสยิด เมื่อมาร่วมละหมาด ฟัรดูห้าเวลา
           ไม่ว่ามีผลประโยชน์ที่ขัดกันอย่างไร  และมีความอาฆาตแค้นที่ฝังแน่นในใจอย่างไร  การได้มีโอกาสพบปะกันอยู่เสมอในการละหมาดญามาอะฮฺก็จะสามารถทำลายกำแพงแห่งความเหินห่าง   และสลายความอาฆาตแค้นให้หมดสิ้นไป ( อินชาอัลลอฮฺ ) ถ้าหากเขาผู้นั้นเป็นผุ้ศรัทธาต่ออัลลอฮฺอย่างแท้จริง  และไม่ใช่คนเสแสร้งในสิ่งที่เขาแสดงออกทั้งในการละหมาด ในการอิบาดัต และความพยายามไปมัสยิด

 party: party:
Re: ฮิกมะฮ์และปรัชญาแห่งบทบัญญัติอิสลาม By: al-azhary Date: ก.พ. 24, 2008, 07:57 AM
ฮิกมะฮ์ที่น้ำหูขม , น้ำตาเค็ม , และน้ำลายในปากจืด


น้ำในหูจะขมเป็นที่สุดเพื่อที่จะทำการป้องกันแมลงขนาดเล็ก ๆ เข้าหูได้
ส่วนน้ำตาเค็มนั้นเพื่อรักษามิใช่ลูกตาขาวได้รับความเสียหาย  ซึ่งความเค็มของน้ำตาจากปกปักษ์รักษามันไว้
ส่วนน้ำลายที่ปากนั้นจืด  ก็เพื่อสามารถลิ้มรสอาหารที่สมควรจะเป็น  ซึ่งหากน้ำลายไม่จืด  รสของอาหารก็จะเปลี่ยนไปจากธรรมชาติที่ควรจะเป็น
Re: ฮิกมะฮ์และปรัชญาแห่งบทบัญญัติอิสลาม By: al-azhary Date: ก.พ. 24, 2008, 08:17 AM
ฮิกมะฮ์การกล่าว "ลาเฮาล่า วะลา กู้วะต้า อิลลาบิลลาฮ์" ขณะที่ผู้อะซากล่าว  ฮัยยะอะลัสศ่อลาฮ์  ฮัยยะอะลัลฟาลาห์  ที่หมายถึง  การเรียกร้องไปละหมาด?


ฮิกมะฮ์ดังกล่าวคือ  บ่าวนั้นมีความอ่อนแอ  ไม่มีความสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงจากสภาพหนึ่งไปสู่อีกสภาพหนึ่งได้นอกจากด้วยอัลเลาะฮ์ ตะอาลาเท่านั้น   ส่วนหนึ่งก็คือ  การไปละหมาดเพื่อทำญะมาอะฮ์  ซึ่งไม่มีพลังหรือกำลังใดที่จะทำละหมาดญะมาอะฮ์ได้นอกจากด้วยกับอัลเลาะฮ์ตะอาลา  ดังนั้นเขาจึงรู้สึกว่ามีความอ่อนแอและไร้ความสามารถ  และเขาก็ไม่สามารถตอบรับการเรียกร้องการไปสู่การละหมาดนี้ได้นอจากด้วยกับอัลเลาะฮ์เพียงองค์เดียวเท่านั้น  ดังนั้น  เมื่อผู้อะซานกล่าวว่า  ฮัยยะอะลัสศ่อลาฮ์  ฮัยยะอะลัลฟาลาห์  เราก็จะกล่าวว่า "ลาเฮาล่า วะลา กู้วะต้า อิลลาบิลลาฮ์" (ไม่มีสภาพการณ์ใด  ไม่มีพลังอำนาจได้  นอกจากด้วยกับอัลเลาะฮ์"